ประจำเดือนไม่มาไม่ได้แปลว่าตั้งครรภ์เสมอไป และยาขับประจำเดือนไม่สามารถบอกคำตอบนั้นได้ สิ่งที่ตอบได้จริงคือการตรวจการตั้งครรภ์ บทความนี้อธิบายว่าทำไมการตรวจจึงเป็นขั้นตอนแรก เลือดที่ออกจากยาแปลว่าอะไร และถ้าผลเป็นบวก ทางเลือกที่ถูกกฎหมายในไทยมีอะไรบ้าง
ประจำเดือนไม่มา แปลว่าตั้งครรภ์เสมอไหม
ประจำเดือนไม่มาเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่เฉพาะการตั้งครรภ์เท่านั้น ความเครียด น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การออกกำลังกายหนักเกินไป การเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือภาวะต่อมไร้ท่อบางอย่าง ล้วนทำให้รอบเดือนเปลี่ยนไปได้
บางคนมีรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมออยู่แล้ว ทำให้การนับวันล่าช้าหรือมาเร็วเป็นเรื่องปกติ การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยารักษาโรคต่างๆ หรือแม้แต่การหยุดยาคุมกำเนิดใหม่ๆ ก็อาจทำให้รอบเดือนเปลี่ยนไปชั่วคราว
ดังนั้น การที่ประจำเดือนไม่มาจึงไม่ได้บอกอะไรแน่ชัด แต่ถ้ามีความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจการตั้งครรภ์ เพื่อให้รู้คำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่การเดาหรือรอให้อาการบอก
ยาขับประจำเดือนสัญญาอะไร และทำอะไรได้จริง
คำว่า ยาขับประจำเดือน มักหมายถึงยาที่ซื้อหาได้ทางออนไลน์หรือร้านขายยาบางแห่ง โดยอ้างว่าช่วยทำให้ประจำเดือนมาได้ สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ยาเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ และไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าใช้ได้ผลจริงในกรณีที่ตั้งครรภ์อยู่
ในทางการแพทย์ มียาที่แพทย์ใช้กระตุ้นให้ประจำเดือนมาในกรณีที่รอบเดือนผิดปกติ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ แพทย์ต้องรู้ก่อนว่าผู้ป่วยไม่ได้ตั้งครรภ์ จึงจะสั่งยาได้ นั่นหมายความว่า ยานั้นไม่ได้ใช้เพื่อตอบคำถามว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แต่ใช้หลังจากรู้คำตอบแล้วเท่านั้น
ถ้าซื้อยามาใช้เองโดยยังไม่รู้ว่าตั้งครรภ์หรือเปล่า ยานั้นไม่ได้ช่วยตอบคำถามให้ ไม่ว่าจะมีเลือดออกหรือไม่มี ผลที่ได้คือความไม่แน่ใจต่อเนื่อง และอาจเสียเวลาที่ควรใช้เพื่อตัดสินใจอย่างมีข้อมูล
ทำไมชื่อนี้ถึงฟังดูน่าเชื่อ
คำว่า ยาขับประจำเดือน ฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ เพราะฟังแล้วคล้ายกับการทำให้รอบเดือนกลับมาเป็นปกติ ไม่ใช่การยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งบางคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่า
คำนี้ยังหลีกเลี่ยงการพูดถึงการตั้งครรภ์โดยตรง ทำให้ผู้ที่กำลังกังวลว่าอาจจะตั้งครรภ์รู้สึกว่าเป็นทางเลือกที่เบากว่า หรือเป็นการลองดูก่อนโดยไม่ต้องรับรู้ว่ากำลังทำอะไร นี่คือเหตุผลที่คำนี้แพร่หลายในช่องทางที่ไม่ใช่ทางการแพทย์
แต่ความจริงคือ ไม่มียาตัวไหนที่ทำให้ประจำเดือนมาได้ โดยไม่ต้องรู้ก่อนว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ถ้ายาตัวนั้นใช้ได้จริงในการยุติการตั้งครรภ์ มันก็คือยาที่ต้องได้รับผ่านแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรซื้อมาใช้เอง และถ้ายาตัวนั้นไม่ได้ใช้เพื่อยุติการตั้งครรภ์ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรในกรณีที่ตั้งครรภ์อยู่จริง
เลือดที่ออกจากยา ตอบคำถามที่กำลังถามอยู่ไม่ได้
หลายคนใช้เลือดที่ออกหลังกินยาเป็นเครื่องตัดสินว่าตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ ทั้งในทิศที่ว่ามีเลือดออกแล้วสบายใจได้ และในทิศที่ว่าไม่มีเลือดออกแล้วต้องกังวล การอ่านสัญญาณแบบนี้เชื่อถือไม่ได้ทั้งสองทิศ เพราะเลือดที่ออกหลังกินยาอาจเกิดจากการที่ยาไปกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้หลุดลอก ซึ่งเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม
ในทางกลับกัน การที่ไม่มีเลือดออกก็ไม่ได้บอกอะไรแน่ชัด อาจเป็นเพราะยานั้นไม่มีผลต่อรอบเดือน ร่างกายไม่ตอบสนอง หรือเพราะเหตุผลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์เลย เรื่องนี้อธิบายไว้แล้วใน ถ้ากินยาที่ซื้อมาเองไปแล้ว เลือดที่ออกแปลว่าอะไร ซึ่งช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการมองอาการจึงไม่ใช่วิธีที่แม่นยำ
สิ่งที่เลือดบอกได้คือ ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อยาที่กิน แต่ไม่ได้บอกว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ไม่ได้บอกว่าปลอดภัยหรือมีความเสี่ยง และไม่ได้ทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น ถ้ากำลังมองหาคำตอบ เลือดไม่ใช่คำตอบ
สิ่งที่ตอบได้จริงคือการตรวจ และควรตรวจเมื่อไหร่
การตรวจการตั้งครรภ์เป็นสิ่งเดียวที่ให้คำตอบที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจด้วยปัสสาวะ หรือการตรวจด้วยเลือดที่สถานพยาบาล การตรวจจะวัดระดับฮอร์โมน hCG ซึ่งเริ่มผลิตขึ้นหลังจากไข่ปฏิสนธิฝังตัวในมดลูกแล้ว
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจด้วยปัสสาวะที่บ้านคือหลังประจำเดือนขาดไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถ้าตรวจเร็วกว่านั้น อาจได้ผลลบแม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม การตรวจด้วยเลือดที่สถานพยาบาลแม่นยำกว่าและตรวจได้เร็วกว่า รายละเอียดว่า ตรวจตอนไหนถึงจะแม่น อ่านได้ที่หน้านั้น
ถ้าผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ควรตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ หรือไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการที่รอบเดือนผิดปกติ ถ้าผลเป็นบวก ขั้นตอนต่อไปคือการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร โดยมีข้อมูลที่ถูกต้องและทางเลือกที่ถูกกฎหมาย
ถ้าผลออกมาว่าตั้งครรภ์ ทางที่ถูกกฎหมายทำอย่างไร
การยุติการตั้งครรภ์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ทำแท้ง ถูกกฎหมายในไทย ภายใต้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 กฎหมายระบุว่า ถ้าอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล
การเข้ารับบริการต้องผ่านแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ให้บริการนี้เท่านั้น ยาที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายคือ Mifepristone และ Misoprostol ซึ่งต้องได้รับผ่านแพทย์ ไม่สามารถซื้อมาใช้เองได้ เรื่องนี้อธิบายไว้ใน คำเรียกยาแต่ละคำหมายถึงอะไร เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างยาที่ถูกกฎหมายกับยาที่ซื้อมาเอง
สำหรับผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถตัดสินใจเข้ารับบริการได้ด้วยตนเอง โดยอ้างอิงจากกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแล สถานพยาบาลบางแห่งอาจขอให้ผู้ปกครองลงนามแม้อายุ 15 ปีขึ้นไป แต่นั่นเป็นแนวปฏิบัติของสถานพยาบาล ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย
กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีความยินยอมจากสามี คู่ครอง หรือครอบครัว และไม่มีระยะเวลารอหรือระยะเวลาพิจารณาก่อนเข้ารับบริการ รายละเอียดว่า ถ้าตรวจแล้วตั้งครรภ์ ขั้นตอนที่สถานพยาบาลเป็นอย่างไร อ่านได้ที่หน้านั้น
ถ้าอายุครรภ์อยู่ในช่วง 12-20 สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้หลังรับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 สำหรับกรณีที่อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ จะยุติได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 305 ของประมวลกฎหมายอาญา รายละเอียดว่า อายุครรภ์มีผลกับทางเลือกอย่างไร อธิบายไว้ที่หน้านั้น
ถ้าต้องการคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือเครือข่าย RSA ซึ่งย่อมาจาก Referral System for Safe Abortion เป็นเครือข่ายอาสาที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งขึ้นในปี 2557 ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และสหวิชาชีพอื่นจากภาครัฐและเอกชน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org
อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
สำหรับผู้ที่เคยใช้ยาที่ซื้อมาเองแล้วมีอาการผิดปกติ หรือผู้ที่ไม่แน่ใจว่ากำลังเผชิญกับอาการที่ต้องได้รับการดูแลทันที ควรรู้จักอาการเตือนที่บ่งบอกว่าต้องไปห้องฉุกเฉิน
หากมีอาการดังต่อไปนี้ ให้ไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด หรือโทร 1669 ทันที
- เลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบหนาหลายผืนติดต่อกัน — โทร 1669
- ปวดท้องรุนแรงจนทนไม่ไหว หรือปวดร้าวไปที่ไหล่ — โทร 1669
- มีไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ — โทร 1669
- หน้ามืด วิงเวียน ใจสั่น หรือเป็นลมหมดสติ — โทร 1669
- อาเจียนต่อเนื่องจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้ — โทร 1669
สำหรับกรณีที่ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีไข้ร่วมด้วย อาการนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องเรียกรถพยาบาล แต่ควรไปพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน
ถ้าเคยกินยาอะไรไปแล้วโดยยังไม่รู้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ไม่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งรีบ ให้ไปพบผู้ให้บริการสุขภาพเพื่อประเมินสถานการณ์และรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายในขณะนั้น แพทย์และพยาบาลได้รับการฝึกฝนมาเพื่อดูแลกรณีเหล่านี้ และจะช่วยให้ได้รับการดูแลที่ปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
ประจำเดือนไม่มา กี่วันถึงควรตรวจการตั้งครรภ์
ที่ตรวจครรภ์ตรวจได้ตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนควรมาแต่ไม่มา แต่เพื่อความแม่นยำสูงสุด ควรรอจนประจำเดือนขาดไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ระดับฮอร์โมน hCG สูงพอที่จะตรวจพบได้ ถ้าตรวจเร็วกว่านั้นอาจได้ผลลบแม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม ถ้ารอบเดือนไม่สม่ำเสมอจนกำหนดวันไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจด้วยเลือดซึ่งแม่นยำกว่าและตรวจได้เร็วกว่า
ประจำเดือนไม่มา แต่ตรวจแล้วขึ้นขีดเดียว เป็นไปได้ไหม
เป็นไปได้ เพราะการตรวจอาจทำเร็วเกินไป ทำให้ระดับฮอร์โมนยังไม่สูงพอที่จะตรวจพบ หรืออาจเป็นเพราะประจำเดือนไม่มาด้วยสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์ เช่น ความเครียด น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง หรือภาวะฮอร์โมนผิดปกติ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ถ้าผลยังเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ยาขับประจำเดือนกับยาที่แพทย์สั่งให้ประจำเดือนมา ต่างกันไหม
ต่างกัน ยาขับประจำเดือนที่ซื้อมาเองมักไม่ได้ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยหรือมีประสิทธิภาพ ส่วนยาที่แพทย์สั่งให้ประจำเดือนมานั้น แพทย์จะสั่งได้เฉพาะเมื่อรู้แล้วว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ และเป็นกรณีที่รอบเดือนผิดปกติด้วยสาเหตุอื่น ยาที่แพทย์สั่งจึงไม่ได้ใช้เพื่อตอบคำถามว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แต่ใช้หลังจากรู้คำตอบแล้ว และใช้เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนให้รอบเดือนกลับมาเป็นปกติ
กินยาขับประจำเดือนแล้วเลือดออก แปลว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ใช่ไหม
ไม่ใช่ เลือดที่ออกหลังกินยาอาจเกิดจากการที่ยาไปกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้หลุดลอก ซึ่งเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม การมีเลือดออกจึงไม่ได้บอกว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ และการไม่มีเลือดออกก็ไม่ได้บอกว่าตั้งครรภ์ สิ่งเดียวที่บอกคำตอบได้คือการตรวจการตั้งครรภ์ ไม่ใช่การมองอาการ ถ้ากำลังมองหาคำตอบว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ให้ตรวจแทนที่จะรอดูอาการ
ถ้ากินยาขับประจำเดือนไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าตั้งครรภ์ ต้องทำอย่างไร
ควรไปพบผู้ให้บริการสุขภาพเพื่อตรวจการตั้งครรภ์และประเมินสถานการณ์ ไม่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งรีบหรือกังวลมากเกินไป แพทย์และพยาบาลได้รับการฝึกฝนมาเพื่อดูแลกรณีเหล่านี้ และจะช่วยให้ได้รับการดูแลที่ปลอดภัย ถ้าต้องการคำปรึกษาก่อนไปพบแพทย์ สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือเครือข่าย RSA ที่ rsathai.org ได้
ถ้าตรวจแล้วตั้งครรภ์ ทางที่ถูกกฎหมายในไทยทำอย่างไร
การยุติการตั้งครรภ์ถูกกฎหมายในไทยตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 ถ้าอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล การเข้ารับบริการต้องผ่านแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ให้บริการนี้เท่านั้น ยาที่ใช้ต้องได้รับผ่านแพทย์ ไม่สามารถซื้อมาใช้เองได้ สามารถติดต่อสายด่วน 1663 หรือเครือข่าย RSA ที่ rsathai.org เพื่อขอคำปรึกษาและข้อมูลสถานพยาบาลที่ให้บริการ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663

