← กลับไปหน้าบทความสุขภาพ

ยาทำแท้ง ยาสอด ยาขับเลือด ต่างกันอย่างไร: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·10 สิงหาคม 2569

คำว่า “ยาสอด” และ “ยาขับเลือด” เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกกันเอง ไม่ใช่ชื่อยาทางการแพทย์ และไม่ได้บอกว่าในนั้นมีตัวยาอะไรอยู่จริง ส่วนยาที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ทำแท้ง” อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยมีเพียงสองชนิดคือ Mifepristone และ Misoprostol ซึ่งต้องได้รับผ่านแพทย์เท่านั้น การซื้อยาที่อ้างสรรพคุณเหล่านี้จากช่องทางออนไลน์หรือคนกลางจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย เพราะไม่มีใครตรวจสอบได้ว่าคือยาอะไร ปริมาณเท่าไร และเหมาะกับอายุครรภ์ของคุณหรือไม่ หากต้องการข้อมูลหรือคำปรึกษา สามารถโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือดูข้อมูลเครือข่าย RSA ที่ rsathai.org

สามคำนี้หมายถึงอะไร

ความสับสนของคนส่วนใหญ่เกิดจากการที่ทั้งสามคำถูกใช้สลับกันไปมาในโลกออนไลน์ ทั้งที่มีความหมายและที่มาต่างกันมาก

  • “ยาสอด” — เป็นคำเรียกอย่างไม่เป็นทางการที่คนทั่วไปใช้พูดถึงยาที่ซื้อหามาเองเพื่อหวังให้ยุติการตั้งครรภ์ ไม่ใช่ชื่อยาที่ขึ้นทะเบียนใด ๆ ในประเทศไทย และไม่ได้ระบุว่าสิ่งที่อยู่ในมือผู้ซื้อคือตัวยาอะไร ของที่ถูกขายด้วยคำนี้จึงแตกต่างกันไปทุกราย
  • “ยาขับเลือด” — มักหมายถึงยาชุด ยาแผนโบราณ หรือสมุนไพรที่โฆษณาว่าช่วยให้ประจำเดือนมา คำนี้ถูกใช้กว้างมากจนบางครั้งหมายถึงยาที่ไม่มีฤทธิ์เกี่ยวกับการตั้งครรภ์เลย
  • “ไซโตเทค” (Cytotec) — เป็นชื่อการค้าของยา Misoprostol ที่คนไทยใช้เรียกกันติดปาก จึงเป็นคำที่ชี้ไปที่ตัวยาจริงมากกว่าสองคำแรก แต่ก็ยังเป็นยาควบคุมที่ต้องได้รับผ่านแพทย์เท่านั้น และของที่ถูกขายด้วยชื่อนี้ในช่องทางที่ไม่ใช่สถานพยาบาลก็ไม่มีอะไรรับรองว่าเป็นตัวยานั้นจริง
  • ยายุติการตั้งครรภ์ — เป็นคำทางการแพทย์ หมายถึงยาที่มีข้อบ่งใช้ชัดเจน คือ Mifepristone และ Misoprostol ซึ่งอยู่ในการควบคุมและต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ในสถานพยาบาล

สรุปคือ สามคำแรกเป็นภาษาชาวบ้านหรือชื่อการค้าที่บอกได้แค่ “ความตั้งใจของผู้ใช้” ส่วนคำสุดท้ายเป็นชื่อของกระบวนการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานกำกับ การเข้าใจความต่างนี้สำคัญ เพราะคนจำนวนมากเชื่อว่าทั้งสามคำคือของสิ่งเดียวกันที่หาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งไม่จริง หากต้องการทราบว่ายาที่ใช้ในทางการแพทย์ทำงานอย่างไรในภาพรวม อ่านเพิ่มได้ที่บทความ ยายุติการตั้งครรภ์ทำงานอย่างไรและใช้ในสถานพยาบาลแบบไหน

ยาขับเลือดทำอะไรได้จริง

สิ่งที่ถูกขายในชื่อ “ยาขับเลือด” หรือ “ยาขับประจำเดือน” ส่วนใหญ่ไม่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับว่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ หลายรายเป็นสมุนไพรหรือยาผสมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ บางรายอาจทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดจริง แต่เลือดที่ออกไม่ได้แปลว่าการตั้งครรภ์สิ้นสุดลงแล้ว

นี่คือจุดที่อันตรายที่สุด เพราะผู้ใช้มักเข้าใจว่า “มีเลือดออกแล้ว = จบแล้ว” แล้วเลิกไปพบแพทย์ ทั้งที่อาจยังตั้งครรภ์อยู่โดยไม่รู้ตัว อาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกซึ่งยากลุ่มนี้ไม่มีผลใด ๆ หรืออาจมีเนื้อเยื่อค้างอยู่ที่นำไปสู่การติดเชื้อภายหลัง

อีกประเด็นที่ถูกละเลยคือ อายุครรภ์ที่แท้จริงต้องยืนยันด้วยการตรวจ ไม่ใช่การนับวันเอง ซึ่งคลาดเคลื่อนได้บ่อย การรู้อายุครรภ์ที่ถูกต้องมีผลโดยตรงต่อทางเลือกที่ทำได้ อ่านรายละเอียดได้ที่ อายุครรภ์แต่ละช่วงกับทางเลือกที่ทำได้ในประเทศไทย

ทำไมยาทำแท้งที่ขายออนไลน์ถึงเสี่ยง

ยาทำแท้งที่โฆษณาขายทางสื่อสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชันแชต หรือผ่านคนกลาง ไม่ผ่านระบบตรวจสอบใด ๆ ความเสี่ยงจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ได้ผลหรือไม่ได้ผล” แต่รวมถึงความปลอดภัยของชีวิต

  • ไม่รู้ว่าคือยาอะไร — อาจเป็นแป้ง วิตามิน ยาแก้ปวด หรือยาชนิดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  • ไม่รู้ความแรงและคุณภาพ — ยาที่ไม่ผ่านการควบคุมอาจเสื่อมสภาพจากการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม
  • ไม่มีการประเมินก่อนใช้ — ไม่มีการตรวจยืนยันการตั้งครรภ์ ไม่มีการคัดกรองการตั้งครรภ์นอกมดลูก ไม่มีการตรวจโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่ซึ่งอาจมีข้อห้าม
  • ไม่มีใครดูแลเมื่อเกิดปัญหา — ถ้าเลือดออกมากหรือมีไข้สูง ผู้ขายไม่สามารถช่วยได้ และหลายรายตัดการติดต่อ
  • ความเสี่ยงถูกหลอกลวงและถูกข่มขู่ — มีกรณีถูกโกงเงิน ถูกขอข้อมูลส่วนตัว ภาพถ่าย หรือถูกขู่เปิดเผยเรื่องนี้กับครอบครัวเพื่อเรียกเงินเพิ่ม

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ ความเสี่ยงทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศไทยมีบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายและมีแพทย์ดูแลอยู่แล้ว ผู้ที่หันไปพึ่งช่องทางออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกเพราะดีกว่า แต่เพราะไม่รู้ว่าทางเลือกที่ปลอดภัยมีอยู่ หรือกลัวถูกตัดสิน ซึ่งเป็นความกังวลที่เข้าใจได้ และมีช่องทางปรึกษาที่รักษาความเป็นส่วนตัวรองรับอยู่

ยาที่ใช้ในสถานพยาบาลต่างกันอย่างไร

ยาทำแท้งที่ใช้ได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีชื่อทางการว่ายายุติการตั้งครรภ์ มีเพียง Mifepristone และ Misoprostol ซึ่งอยู่ในการควบคุม ไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป และต้องได้รับผ่านแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น ความต่างที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวยา แต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ห่อหุ้มการใช้ยานั้นไว้

  • มีการตรวจยืนยันการตั้งครรภ์และประเมินอายุครรภ์ก่อนเสมอ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าวิธีใดเหมาะสม
  • มีการคัดกรองภาวะที่ยาใช้ไม่ได้ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือโรคประจำตัวบางอย่าง
  • ยามีที่มาชัดเจน ทราบชนิดและคุณภาพ และแพทย์เป็นผู้กำหนดแผนการใช้ให้เหมาะกับแต่ละราย
  • มีการนัดติดตามผลเพื่อยืนยันว่าการยุติการตั้งครรภ์สมบูรณ์ ไม่ต้องเดาเอง
  • มีระบบรองรับเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เลือดออกมากหรือการติดเชื้อ

ด้วยเหตุนี้ บทความนี้จึงไม่ระบุขนาดยา วิธีใช้ หรือลำดับเวลาใด ๆ ไม่ว่าจะในรูปคำแนะนำหรือคำเตือน เพราะข้อมูลเหล่านั้นมีความหมายเฉพาะเมื่ออยู่ในมือแพทย์ที่ตรวจร่างกายคุณแล้ว การอ่านตัวเลขจากอินเทอร์เน็ตแล้วนำไปใช้เองคือสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องเข้าห้องฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น

ทางเลือกที่ถูกกฎหมายทำอย่างไร

ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 กรอบทางกฎหมายเป็นดังนี้

  • อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ — ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล
  • อายุครรภ์ 12–20 สัปดาห์ — ยุติได้หลังรับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
  • อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ — ทำได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 305

เรื่องความยินยอม กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีความยินยอมจากสามี คู่ครอง หรือครอบครัว ผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปตัดสินใจเข้ารับบริการได้ด้วยตนเอง ส่วนผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ทั้งนี้สถานพยาบาลบางแห่งอาจขอให้ผู้ปกครองลงนามแม้ผู้รับบริการอายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของสถานพยาบาลแห่งนั้น ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย

ในทางปฏิบัติ ขั้นตอนเริ่มจากการโทรปรึกษาสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือค้นหาสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) ที่ rsathai.org ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งขึ้นในปี 2557 ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และสหวิชาชีพอื่นจากภาครัฐและเอกชน จากนั้นจะมีการตรวจยืนยันอายุครรภ์ พูดคุยถึงทางเลือก และวางแผนการดูแลร่วมกัน รายละเอียดของตัวบทกฎหมายอ่านเพิ่มได้ที่ กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ของไทย พ.ศ. 2564 มีสาระสำคัญอย่างไร

ค่าใช้จ่ายและสิทธิ

ค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทยอยู่ในช่วงโดยประมาณ 3,000–15,000 บาท เป็นค่าบริการโดยรวม ตัวเลขต่างกันได้มากตามสามปัจจัยหลัก คือ สถานพยาบาลที่เข้ารับบริการ วิธีที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม และอายุครรภ์ ณ วันที่เข้ารับบริการ ค่าใช้จ่ายจริงจึงต้องสอบถามจากสถานพยาบาลโดยตรงก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง

ด้านสิทธิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ครอบคลุมค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย สำหรับหญิงไทยทุกสิทธิ ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ตามรายการบริการ PPFS69 โดยกลไกคือ สปสช. จ่ายชดเชยให้สถานพยาบาลในอัตราเหมาจ่าย 3,000 บาทต่อการตั้งครรภ์ ไม่ใช่เงินที่จ่ายเข้ามือผู้รับบริการ ผู้ที่ใช้สิทธิที่หน่วยบริการในระบบจึงไม่ต้องจ่ายค่าบริการส่วนนี้เอง แต่หากเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลนอกระบบ หรือมีค่าใช้จ่ายเกินจากที่ สปสช. ครอบคลุม อาจมีส่วนต่างที่ต้องชำระเอง จึงควรสอบถามสถานพยาบาลล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวได้ถูกต้อง เงื่อนไขสำคัญคือหน่วยบริการต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและให้บริการยุติการตั้งครรภ์ได้ และบริการต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญาและข้อบังคับแพทยสภา

เมื่อเทียบกับการเสียเงินซื้อยาที่ไม่รู้ที่มาจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่มีการรับประกันใด ๆ และอาจต้องเสียค่ารักษาภาวะแทรกซ้อนภายหลัง การเข้าระบบจึงมักเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและปลอดภัยกว่า ดูการเปรียบเทียบเพิ่มเติมได้ที่ เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทย

อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

อาการต่อไปนี้ต้องเข้ารับการตรวจโดยไม่รอดูอาการ และไม่ควรใช้ยาอื่นเพิ่มเองเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโทร 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน

  • เลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยชุ่มติดต่อกันหลายแผ่นในเวลาสั้น ๆ — โทร 1669
  • เลือดออกพร้อมก้อนเลือดขนาดใหญ่และไม่ลดลง — โทร 1669
  • ปวดท้องรุนแรงจนทนไม่ได้ หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ — โทร 1669
  • ไข้สูง หนาวสั่น — โทร 1669
  • หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ตัวเย็น ซีด — โทร 1669
  • อาเจียนไม่หยุดจนดื่มน้ำไม่ได้ — โทร 1669
  • ปวดไหล่หรือปวดท้องข้างเดียวรุนแรง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมดลูก — โทร 1669

ส่วนตกขาวหรือสิ่งคัดหลั่งที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติโดยไม่มีไข้ร่วมด้วย ไม่ถึงขั้นต้องเรียกรถพยาบาล แต่ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน ไม่ควรรอข้ามคืนเพื่อดูว่าจะดีขึ้นเองไหม เพราะเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ซึ่งรักษาได้ง่ายกว่ามากเมื่อพบเร็ว หากมีไข้ร่วมด้วยให้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินตามข้อข้างต้น

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ควรบอกแพทย์ตามความจริงว่าใช้ยาอะไรมา ได้มาอย่างไร และใช้เมื่อไร ข้อมูลนี้ช่วยให้การรักษาถูกทางและรวดเร็ว บุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่รักษา ไม่ใช่ตัดสิน และการรักษาภาวะแทรกซ้อนเป็นบริการทางการแพทย์ปกติ

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ หรือมีคำถามทั่วไปที่ไม่เร่งด่วน เช่น อยากรู้ทางเลือกที่มี ต้องเตรียมเอกสารอะไร หรืออยากปรึกษาคนที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน โทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 ได้ในเวลาให้บริการ และหากรู้สึกเครียดหรือกดดันทางอารมณ์ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 พร้อมรับฟังเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย

ยาทำแท้งต้องได้จากที่ไหน

ต้องได้รับผ่านแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น ยา Mifepristone และ Misoprostol เป็นยาควบคุม ไม่มีจำหน่ายให้ประชาชนซื้อได้เองตามร้านขายยาทั่วไป และไม่มีช่องทางออนไลน์ใดที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากต้องการหาสถานพยาบาลที่ให้บริการ สามารถโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือดูข้อมูลเครือข่าย RSA ที่ rsathai.org ซึ่งจะช่วยส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่เหมาะสมกับพื้นที่และอายุครรภ์ของคุณ

ยาขับเลือดกับยาทำแท้งเป็นตัวเดียวกันไหม

ไม่ใช่ “ยาขับเลือด” เป็นคำเรียกอย่างไม่เป็นทางการ ครอบคลุมของหลายอย่างที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ทั้งยาชุด สมุนไพร และยาแผนโบราณ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีหลักฐานว่ายุติการตั้งครรภ์ได้ ขณะที่ยายุติการตั้งครรภ์เป็นยาที่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ชัดเจนและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ การมีเลือดออกหลังใช้ของที่ซื้อมาเอง ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าการตั้งครรภ์สิ้นสุดลงแล้ว ต้องได้รับการตรวจจากแพทย์เท่านั้น

ยาที่ขายทางออนไลน์ผิดกฎหมายไหม

การจำหน่ายยาควบคุมโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพและไม่ผ่านสถานพยาบาลไม่ใช่ช่องทางที่ถูกต้อง และสิ่งที่ถูกส่งมาให้ผู้ซื้อก็ไม่มีการรับรองว่าคือยาอะไร ปลอดภัยเพียงใด ผู้ซื้อจึงเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพ ด้านการถูกหลอกลวง และการถูกข่มขู่เรียกเงินเพิ่ม ทางที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้คือเข้ารับบริการที่สถานพยาบาล ซึ่งการยุติการตั้งครรภ์ตามเงื่อนไขของกฎหมายทำได้อย่างถูกต้องอยู่แล้ว

ค่ายาทำแท้งที่โรงพยาบาลประมาณเท่าไหร่

ค่าบริการโดยรวมอยู่ในช่วงโดยประมาณ 3,000–15,000 บาท ขึ้นกับสถานพยาบาล วิธีที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม และอายุครรภ์ นอกจากนี้ สปสช. ครอบคลุมค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายสำหรับหญิงไทยทุกสิทธิ โดยจ่ายชดเชยให้สถานพยาบาลในอัตราเหมาจ่าย 3,000 บาทต่อการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นเงินที่จ่ายให้สถานพยาบาล ไม่ใช่เงินที่ผู้รับบริการได้รับ ผู้ที่ใช้สิทธิที่หน่วยบริการในระบบจึงไม่ต้องจ่ายค่าบริการส่วนนี้เอง แต่หากรับบริการนอกระบบหรือมีค่าใช้จ่ายเกินจากที่ครอบคลุม อาจมีส่วนต่างที่ต้องชำระเอง ควรสอบถามสถานพยาบาลโดยตรงล่วงหน้า

ถ้ากินยาที่ซื้อมาเองแล้วมีเลือดออก ต้องทำอย่างไร

ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน อย่ารอดูอาการเอง และอย่าใช้ยาอื่นเพิ่มเติมด้วยตัวเอง เพราะเลือดที่ออกไม่ได้ยืนยันว่าการตั้งครรภ์สิ้นสุดสมบูรณ์ อาจยังมีเนื้อเยื่อค้าง มีการติดเชื้อ หรืออาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่ต้องรักษาเร่งด่วน หากเลือดออกมาก ปวดท้องรุนแรง มีไข้สูง หรือหน้ามืดเป็นลม ให้ไปห้องฉุกเฉินทันทีหรือโทร 1669


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาฟื้นตัวหลังทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้และคาดหวังสุขภาพ
ระยะเวลาฟื้นตัวหลังทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้และคาดหวัง
16 พฤษภาคม 2569
รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกตสุขภาพ
รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกต
12 มิถุนายน 2569
MVS กับยาทำแท้งต่างกันอย่างไร: เปรียบเทียบวิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายในไทยสุขภาพ
MVS กับยาทำแท้งต่างกันอย่างไร: เปรียบเทียบวิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายในไทย
15 พฤษภาคม 2569