ในประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายโดยแบ่งตามอายุครรภ์เป็น 3 ช่วง ได้แก่ ≤12 สัปดาห์ทำได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล 12-20 สัปดาห์ต้องผ่านคำปรึกษาทางเลือก และ >20 สัปดาห์ทำได้เฉพาะกรณีเสี่ยงต่อชีวิตแม่หรือมีเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564
ทำแท้งกี่สัปดาห์ได้บ้างในไทย คืออะไร
กฎหมายไทยได้มีการปรับปรุงครั้งสำคัญหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ว่ามาตรา 301 แห่งประมวลกฎหมายอาญาขัดต่อรัฐธรรมนูญเพราะละเมิดสิทธิในร่างกายและชีวิตของสตรี การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สตรีสามารถเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันกฎหมายแบ่งช่วงการยุติการตั้งครรภ์เป็น 3 ช่วงหลัก:
- อายุครรภ์ ≤12 สัปดาห์ — สตรีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมายเท่านั้น
- อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ — สามารถยุติได้หลังจากผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาทางเลือกจากทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ที่ออกเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565
- อายุครรภ์ >20 สัปดาห์ — ยุติได้เฉพาะกรณีพิเศษ เช่น มีความเสี่ยงร้ายแรงต่อชีวิตหรือสุขภาพของมารดา ทารกมีความผิดปกติรุนแรง หรือการตั้งครรภ์เกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
การยุติการตั้งครรภ์ทุกกรณีต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย การซื้อยาทำแท้งทางออนไลน์หรือใช้บริการจากแหล่งที่ไม่ถูกกฎหมายอาจเสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิตอย่างมาก
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
ขั้นตอนการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทยมีการจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อความปลอดภัยและคุ้มครองสิทธิของสตรี ขั้นตอนจะแตกต่างกันไปตามอายุครรภ์:
สำหรับอายุครรภ์ ≤12 สัปดาห์:
- นัดพบแพทย์ — ติดต่อโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ให้บริการ ไม่ต้องมีใบส่งตัวหรือเหตุผลพิเศษ
- การตรวจประเมิน — แพทย์จะตรวจร่างกาย อัลตราซาวนด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ และประเมินประวัติสุขภาพ
- เลือกวิธีการ — มี 2 วิธีหลัก คือ การใช้ยา (Mifepristone + Misoprostol) หรือการขูดมดลูก ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และความเหมาะสม
- ค่าใช้จ่าย — โดยประมาณ 3,000-8,000 บาทสำหรับช่วงนี้ ขึ้นกับวิธีการและสถานพยาบาล
สำหรับอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์:
- การรับคำปรึกษาทางเลือก — ต้องเข้าพบทีมสหสาขาวิชาชีพ (แพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยา) เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ รวมถึงการเลี้ยงดูบุตร การให้บุตรบุญธรรม หรือการยุติการตั้งครรภ์
- ระยะเวลารอคอย — ต้องมีระยะเวลาพิจารณาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังรับคำปรึกษา
- วิธีการ — มักใช้วิธีการทางการแพทย์หรือการขยายปากมดลูกและดูดสุญญากาศ
- ค่าใช้จ่าย — โดยประมาณ 8,000-15,000 บาท
สำหรับอายุครรภ์ >20 สัปดาห์:
ต้องมีเหตุผลตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เช่น ภัยคุกคามต่อชีวิตมารดา ทารกมีความพิการรุนแรงที่ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ หรือเป็นกรณีถูกล่วงละเมิน ต้องได้รับการประเมินและอนุมัติจากคณะกรรมการแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การยุติการตั้งครรภ์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ผู้รับบริการควรรู้จักผลข้างเคียงปกติและสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:
- เลือดออกคล้ายประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย นาน 1-2 สัปดาห์
- ตะคริวหรือปวดท้องน้อยคล้ายประจำเดือน สามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียเล็กน้อย โดยเฉพาะหากใช้วิธีการทางยา
- อ่อนเพลีย เวียนศีรษะเล็กน้อยในช่วงแรก
- อารมณ์เปลี่ยนแปลงเนื่องจากฮอร์โมนปรับตัว
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มแผ่นภายใน 1-2 ชั่วโมงติดต่อกัน)
- มีไข้สูงเกิน 38°C นานเกิน 24 ชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณการติดเชื้อ
- ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวด
- มีตกค้างที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- ใจสั่น หายใจลำบาก หรือเป็นลมหมดสติ
- ปวดหน้าอก หรือแขนขาบวมผิดปกติ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรติดต่อโรงพยาบาลที่ให้บริการทันที หรือโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอคำแนะนำ การดูแลที่รวดเร็วจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การฟื้นตัวหลังการยุติการตั้งครรภ์มักใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
การดูแลร่างกาย:
- พักผ่อนให้เพียงพอ — งดกิจกรรมหนักและออกกำลังกายรุนแรงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- รักษาความสะอาด — ล้างทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดช่องคลอด
- หลีกเลี่ยงการใส่ของเข้าช่องคลอด — งดมีเพศสัมพันธ์ ใช้แทมพอน หรือล้างช่องคลอดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือจนกว่าเลือดจะหยุด
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ — เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามินเพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ — อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
การคุมกำเนิดหลังหัตถการ:
ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ หากไม่ต้องการตั้งครรภ์ ควรเริ่มใช้มาตรการคุมกำเนิดทันทีตามคำแนะนำของแพทย์ ตัวเลือกที่มีได้แก่ ยาเม็ดคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิด ยาฝัง หรือการฉีดยาคุมกำเนิด
การดูแลสุขภาพจิต:
อารมณ์หลังหัตถการอาจผันแปรได้เนื่องจากฮอร์โมนและสถานการณ์ชีวิต บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้าหรือผิดหวัง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกว่าอารมณ์ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน สามารถขอคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ได้ผ่านสายด่วน 1663 หรือจากโรงพยาบาลที่ให้บริการ
คำถามที่พบบ่อย
ตั้งครรภ์กี่สัปดาห์สามารถทำแท้งได้ถูกกฎหมายในประเทศไทย?
ตามกฎหมายปัจจุบัน สตรีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ถึง 12 สัปดาห์โดยไม่ต้องระบุเหตุผล สำหรับอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ สามารถทำได้หลังผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาทางเลือกจากทีมสหสาขาวิชาชีพ และสำหรับอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ทำได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุผลทางการแพทย์หรือกฎหมายเท่านั้น เช่น เสี่ยงต่อชีวิตมารดา ทารกพิการรุนแรง หรือเกิดจากการถูกล่วงละเมิน
ขั้นตอนการขอรับคำปรึกษาทางเลือกก่อนยุติการตั้งครรภ์เป็นอย่างไร?
สำหรับอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ จำเป็นต้องเข้ารับคำปรึกษาทางเลือกจากทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ โดยทีมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ รวมถึงการเลี้ยงดูบุตร การให้บุตรบุญธรรม และการยุติการตั้งครรภ์ พร้อมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการที่มี หลังจากนั้นต้องมีระยะเวลาพิจารณาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตัดสินใจ การให้คำปรึกษานี้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายมีที่ไหนบ้าง?
โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ในเครือข่าย RSA (Reproductive Health Service Access) ของกรมอนามัยให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org หรือโทรสายด่วน 1663 เพื่อขอข้อมูลและคำแนะนำ ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ค่าใช้จ่ายในการยุติการตั้งครรภ์เท่าไหร่และมีสิทธิรับเงินอุดหนุนหรือไม่?
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการที่เลือก โดยทั่วไปสำหรับอายุครรภ์ ≤12 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาท และสำหรับ 12-20 สัปดาห์อยู่ที่ 8,000-15,000 บาท ผู้ที่มีสิทธิประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการสามารถใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไขของแต่ละระบบ สำหรับผู้ที่ไม่มีประกันหรือมีฐานะยากจน สามารถสอบถามเกี่ยวกับกองทุนช่วยเหลือได้ที่โรงพยาบาลหรือผ่านสายด่วน 1663
ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปีต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครองหรือไม่?
ตามกฎหมายปัจจุบัน สตรีที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลหลายแห่งอาจแนะนำให้มีผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจมาด้วยเพื่อให้การดูแลและสนับสนุน หากผู้เยาว์ไม่สะดวกหรือไม่มีผู้ปกครองมาด้วย สามารถปรึกษากับทีมงานทางสังคมของโรงพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือได้
วิธีการยุติการตั้งครรภ์มีกี่แบบและแบบไหนปลอดภัยที่สุด?
มีวิธีการหลัก 2 แบบ คือ (1) การใช้ยา (Medication Abortion) ด้วย Mifepristone และ Misoprostol เหมาะสำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ และ (2) การขูดหรือดูดมดลูก (Surgical Abortion) เหมาะสำหรับทุกช่วงอายุครรภ์ที่กฎหมายอนุญาต ทั้ง 2 วิธีมีความปลอดภัยสูงเมื่อดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในสถานพยาบาลที่ถูกต้อง การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ สุขภาพของผู้รับบริการ และคำแนะนำจากแพทย์
หากตั้งครรภ์เกิน 20 สัปดาห์แล้วยังสามารถทำแท้งได้หรือไม่?
การยุติการตั้งครรภ์หลังจาก 20 สัปดาห์ทำได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุผลตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้น ได้แก่ การตั้งครรภ์ที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายหรือจิตของมารดา ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงที่ไม่สามารถดำรงชีพได้ หรือการตั้งครรภ์เกิดจากการถูกล่วงละเมิมทางเพศ ในกรณีเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินและอนุมัติจากคณะกรรมการแพทย์ตามระเบียบของโรงพยาบาล
ติดต่อสายด่วนหรือหน่วยงานใดเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องยุติการตั้งครรภ์?
สามารถโทรสายด่วนกรมอนามัยหมายเลข 1663 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมาย นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลและค้นหาสถานพยาบาลที่ให้บริการได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org ทุกบริการเป็นความลับและไม่มีการตัดสิน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



