การติดเชื้อหลังทำแท้งเกิดจากแบคทีเรียเข้าสู่มดลูกหรือมีเนื้อเยื่อตกค้าง ซึ่งป้องกันได้ด้วยการทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย รับยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง และปฏิบัติตามคำแนะนำหลังหัตถการอย่างเคร่งครัด อาการเตือนที่ต้องระวัง ได้แก่ ไข้สูงนานกว่า 24-48 ชั่วโมง ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เลือดออกมากผิดปกติ หรือปวดท้องรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
ป้องกันการติดเชื้อหลังทำแท้ง คืออะไร
การติดเชื้อหลังการยุติการตั้งครรภ์เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อแบคทีเรียเข้าสู่โพรงมดลูกผ่านปากมดลูกที่เปิด หรือมีเนื้อเยื่อครรภ์ตกค้างในมดลูกกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ในทางการแพทย์เรียกว่า Endometritis หรือในกรณีรุนแรงอาจลุกลามเป็น Pelvic Inflammatory Disease (PID) ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคตได้
อัตราการติดเชื้อหลังทำแท้งในสถานพยาบาลที่ถูกมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 0.1-4% เท่านั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการและอายุครรภ์ การทำแท้งด้วยยา (Medical Abortion) มีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่า 1% ในขณะที่การทำหัตถการ (Surgical Abortion) ที่ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีอัตราการติดเชื้อประมาณ 0.5-2% โดยส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันก่อนหรือหลังหัตถการ
ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสติดเชื้อ ได้แก่ การทำแท้งในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน การใช้ยาซื้อเองโดยไม่มีการติดตามอาการ ประวัติการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ มีเชื้อในช่องคลอดอยู่ก่อนแล้ว หรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังหัตถการ การเลือกทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมายและมีมาตรฐานจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
ก่อนการทำหัตถการ แพทย์จะประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการซักประวัติและตรวจร่างกาย รวมถึงการตรวจหาเชื้อในช่องคลอดหากจำเป็น หากพบการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือมีอาการอักเสบ แพทย์จะรักษาให้หายก่อนดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยง ในบางกรณี แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะป้องกันก่อนหัตถการ โดยเฉพาะในกรณีที่มีประวัติเคยติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานหรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
ในระหว่างการทำหัตถการ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความสะอาดปลอดเชื้อ (Aseptic technique) แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดและปากมดลูกด้วยสารฆ่าเชื้ออย่างละเอียด ใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือใช้ครั้งเดียวทิ้ง และดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อที่อาจเป็นทางเข้าของเชื้อโรค การทำหัตถการที่ถูกวิธีจะช่วยให้มดลูกหดตัวได้ดีและมีเนื้อเยื่อตกค้างน้อยที่สุด
หลังการทำหัตถการ แพทย์มักจะสั่งยาปฏิชีวนะ เช่น Doxycycline หรือ Azithromycin เพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยเฉพาะในกรณีที่ทำหัตถการแบบ Surgical Abortion หรือมีอายุครรภ์มาก ยาปฏิชีวนะเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในระบบสืบพันธุ์ ผู้รับบริการต้องรับประทานยาครบตามที่แพทย์สั่งแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในกรณีที่ทำแท้งด้วยยา แพทย์จะนัดตรวจติดตามผลภายใน 7-14 วัน เพื่อประเมินว่าเนื้อเยื่อครรภ์ออกหมดหรือไม่ ผ่านการตรวจอัลตราซาวนด์หรือตรวจระดับฮอร์โมน hCG หากมีเนื้อเยื่อตกค้าง อาจต้องทำหัตถการเพิ่มเติม (Uterine evacuation) เพื่อป้องกันการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ การติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในช่วงแรกจึงมีความสำคัญมาก
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงปกติที่พบบ่อยหลังทำแท้ง:
- เลือดออกทางช่องคลอดคล้ายประจำเดือนหรือน้อยกว่า นาน 1-2 สัปดาห์
- ปวดเกร็งท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือน ลดลงภายใน 2-3 วัน
- อาจมีไข้เล็กน้อย (ไม่เกิน 38°C) ในวันแรก และหายภายใน 24 ชั่วโมง
- รู้สึกเหนื่อยล้า คลื่นไส้เล็กน้อย จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- ตกขาวปริมาณน้อยสีใสหรือขาวนวล ไม่มีกลิ่นเหม็น
- อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้าชั่วคราวจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (อาจเป็นอาการติดเชื้อ):
- ไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 24-48 ชั่วโมง หรือมีไข้ร่วมกับอาการอื่น
- เลือดออกมากผิดปกติ เปียกผ้าอนามัยชนิดใหญ่เต็มแผ่นภายใน 1-2 ชั่วโมงติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น สีเหลือง เขียว หรือมีลักษณะเหมือนหนอง
- ปวดท้องรุนแรงและไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวดทั่วไป หรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
- อาเจียนหนักไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้
- มึนงง สับสน หรือหมดสติ (อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อในกระแสเลือด)
- มีก้อนเนื้อเยื่อขนาดใหญ่หลุดออกมาพร้อมกับเลือดมาก
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบติดต่อแพทย์ที่ทำหัตถการให้ทันที หรือไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้บ้าน การรักษาการติดเชื้อที่รวดเร็วจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) หรือความเสียหายของระบบสืบพันธุ์ที่อาจส่งผลถาวร
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
ในสัปดาห์แรกหลังทำแท้ง:
- รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหลังขับถ่าย เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง ไม่ควรใช้สบู่หอมหรือน้ำยาทำความสะอาดภายในช่องคลอด
- ใช้ผ้าอนามัยแทนผ้าสำลี เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4-6 ชั่วโมงหรือเมื่อเปียก เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนของเชื้อโรก
- งดอาบน้ำแช่ตัว ควรอาบน้ำฝักบัวแทน งดว่ายน้ำ นั่งอ่างน้ำร้อน หรือเล่นน้ำในสระอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- รับประทานยาครบตามแพทย์สั่ง ทั้งยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด และยาช่วยให้มดลูกหดตัว แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก หรือทำงานหนักในสัปดาห์แรก
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เพิ่มโปรตีน ธาตุเหล็ก และวิตามินซี เพื่อช่วยในการฟื้นตัว
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์:
- งดมีเพศสัมพันธ์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดจะหยุด และแพทย์ตรวจติดตามผลแล้วว่าปลอดภัย
- ไม่ใส่อะไรเข้าไปในช่องคลอด รวมถึงผ้าสำลี นิ้วมือ หรือการสวนล้างภายใน
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้การหายของแผลช้าลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ไม่ใช้ยาแก้ปวดที่มีแอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น ควรใช้พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนตามที่แพทย์แนะนำ
การไปตรวจติดตามผลตามนัดมีความสำคัญมาก แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์จะประเมินว่ามดลูกกลับสู่สภาพปกติหรือไม่ มีเนื้อเยื่อตกค้างหรือไม่ และให้คำปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมอีก เนื่องจากร่างกายสามารถตกไข่และตั้งครรภ์ได้อีกครั้งเร็วถึง 2-3 สัปดาห์หลังทำแท้ง
คำถามที่พบบ่อย
อาการติดเชื้อหลังทำแท้งมีอะไรบ้าง?
อาการหลักของการติดเชื้อหลังทำแท้ง ได้แก่ ไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 24-48 ชั่วโมง ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ สีเหลืองหรือเขียว ปวดท้องน้อยรุนแรงและไม่ทุเลาด้วยยา เลือดออกมากผิดปกติ อ่อนเพลียมาก คลื่นไส้อาเจียน หรือมีอาการมึนงง หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพราะการติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
หลังทำแท้งนานแค่ไหนถึงจะมีเพศสัมพันธ์ได้?
แพทย์แนะนำให้งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังทำแท้ง หรือจนกว่าเลือดจะหยุดและปากมดลูกปิดสนิท การมีเพศสัมพันธ์เร็วเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะปากมดลูกยังเปิดอยู่และเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่มดลูกได้ง่าย ควรรอให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่และไปตรวจติดตามผลกับแพทย์ก่อน พร้อมทั้งเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดทันทีเพราะสามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้งเร็วถึง 2-3 สัปดาห์หลังทำแท้ง
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์หลังทำแท้ง?
ควรไปตรวจติดตามผลตามนัดที่แพทย์กำหนด โดยทั่วไปจะนัดภายใน 7-14 วันหลังหัตถการ เพื่อตรวจว่าเนื้อเยื่อครรภ์ออกหมดและมดลูกกลับสู่สภาพปกติ นอกจากนี้ ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูงนานกว่า 24 ชั่วโมง เลือดออกมากผิดปกติ ตกขาวมีกลิ่นเหม็น ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้อาเจียนหนัก หรือมึนงง แม้จะยังไม่ถึงวันนัด การตรวจติดตามผลช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพและการคุมกำเนิดต่อไป
ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อหลังทำแท้งจำเป็นไหม?
ยาปฏิชีวนะมีความจำเป็นในหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อทำหัตถการแบบ Surgical Abortion มีอายุครรภ์มาก หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การศึกษาทางการแพทย์พบว่ายาปฏิชีวนะช่วยลดอัตราการติดเชื้อได้มากกว่า 50% แพทย์มักสั่งยาเช่น Doxycycline หรือ Azithromycin สำคัญคือต้องรับประทานครบตามที่แพทย์สั่งแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว ในกรณีที่ทำแท้งด้วยยาในอายุครรภ์น้อย แพทย์อาจไม่สั่งยาปฏิชีวนะหากไม่มีปัจจัยเสี่ยง แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลโดยตรงเสมอ
การทำแท้งด้วยยาปลอดภัยกว่าการทำหัตถการหรือไม่?
ทั้งสองวิธีปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ถูกมาตรฐาน การทำแท้งด้วยยามีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่า 1% และไม่ต้องทำหัตถการเข้าไปในมดลูก แต่อาจมีเลือดออกนานกว่าและต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด การทำหัตถการใช้เวลารวดเร็วกว่า มีอัตราความสำเร็จสูง และสามารถควบคุมการเลือดออกได้ดีกว่า แต่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการใช้เครื่องมือ การเลือกวิธีขึ้นกับอายุครรภ์ ประวัติสุขภาพ และความต้องการของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด
การติดเชื้อหลังทำแท้งอันตรายแค่ไหน?
การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามเป็นภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน (PID) ทำให้ท่อนำไข่อุดตัน ส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต ในกรณีรุนแรงเชื้อโรคอาจเข้าสู่กระแสเลือดเกิดเป็น Sepsis ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้หากไม่รักษาทันท่วงที อย่างไรก็ตาม หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม การติดเชื้อส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่มีผลกระทบถาวร นี่คือเหตุผลที่การสังเกตอาการและพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ทำแท้งถูกกฎหมายในประเทศไทยได้ที่ไหนบ้าง?
การทำแท้งถูกกฎหมายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 สามารถทำได้ที่โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนที่มีแพทย์ผู้มีใบอนุญาต สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถทำได้โดยไม่มีเงื่อนไข อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ต้องผ่านการปรึกษาแพทย์ก่อน หลัง 20 สัปดาห์ทำได้เฉพาะกรณีมีเหตุผลทางการแพทย์หรือกฎหมาย สามารถขอคำปรึกษาและข้อมูลสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org หรือโทร 1663 สายด่วนกรมอนามัย ซึ่งให้บริการฟรีและเป็นความลับ
ตกขาวแบบไหนที่ผิดปกติหลังทำแท้ง?
ตกขาวปกติหลังทำแท้งควรมีสีใสหรือขาวนวล ไม่มีกลิ่นเหม็น และปริมาณไม่มากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ตกขาวที่ผิดปกติและอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ ได้แก่ ตกขาวสีเหลือง เขียว หรือเทา มีกลิ่นเหม็นคาวหรือเน่า มีลักษณะคล้ายหนอง มีปริมาณมากผิดปกติ หรือมาพร้อมกับอาการอื่นเช่น ไข้ ปวดท้อง คัน หรือแสบร้อนบริเวณอวัยวะเพศ หากพบตกขาวผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาก่อนที่จะลุกลามเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



