หลังทำแท้งอย่างปลอดภัย ร่างกายของผู้หญิงสามารถตกไข่และตั้งครรภ์ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ การเริ่มคุมกำเนิดทันทีจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีที่แนะนำได้แก่ ห่วงอนามัย (IUD) ที่ใส่ได้ทันทีหลังทำแท้งและมีประสิทธิภาพเกือบ 100% ยาฝังคุมกำเนิดที่อยู่ได้นาน 3 ปี ยาฉีดทุก 12 สัปดาห์ และยาเม็ดที่ใช้ได้ประจำวัน สำหรับคนไทยสามารถเข้าถึงบริการคุมกำเนิดหลังทำแท้งฟรีผ่าน สปสช. ได้
วิธีคุมกำเนิดหลังทำแท้งที่ดีที่สุด คืออะไร
วิธีคุมกำเนิดที่ดีที่สุดหลังทำแท้งคือวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถเริ่มใช้ได้ทันที และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยแพทย์แนะนำวิธีต่อไปนี้
ห่วงอนามัย (IUD)
เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เกือบ 100% มี 2 ประเภทคือ ห่วงทองแดง (Copper IUD) ใช้ได้นาน 5-10 ปี และห่วงฮอร์โมน (Mirena) ใช้ได้นาน 3-5 ปี จุดเด่นคือสามารถใส่ได้ทันทีหลังทำแท้ง ไม่ต้องรอให้มีประจำเดือนก่อน ไม่ต้องจำกินยาทุกวัน และถอดออกได้ทันทีเมื่อต้องการตั้งครรภ์อีกครั้ง
ยาฝังคุมกำเนิด (Implanon/Nexplanon)
แท่งยาเล็กๆ ยาวประมาณ 4 ซม. ฝังใต้ผิวหนังที่แขนด้านใน มีประสิทธิภาพ 99.9% ใช้ได้นาน 3 ปี สามารถฝังได้ทันทีหลังทำแท้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการกินยาประจำวัน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือประจำเดือนไม่ปกติในช่วงแรก
ยาฉีดคุมกำเนิด (DMPA/Depo-Provera)
ฉีดทุก 12 สัปดาห์ มีประสิทธิภาพ 94-99% สามารถฉีดได้ทันทีหลังทำแท้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้วิธีระยะยาว อาจทำให้ประจำเดือนหยุด ผลข้างเคียงที่ควรทราบคือน้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ยาเม็ดคุมกำเนิด (Combined Oral Contraceptives)
มีประสิทธิภาพ 93-99% หากกินถูกต้องตรงเวลา สามารถเริ่มได้ทันทีหลังทำแท้งหรือวันถัดไปจากวันทำแท้ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีวินัยในการกินยา ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติลิ่มเลือด ควันบุหรี่ หรืออายุเกิน 35 ปี
การเลือกวิธีที่เหมาะสม
แพทย์จะช่วยประเมินปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ โรคประจำตัว ความสะดวกในการใช้ งบประมาณ และแผนการมีบุตรในอนาคต หากต้องการวิธีที่ไม่ต้องคิดมากและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ห่วงอนามัยหรือยาฝังคุมกำเนิดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การเริ่มคุมกำเนิดหลังทำแท้งสามารถทำได้ทันทีและมีขั้นตอนที่ชัดเจน
ช่วงเวลาที่เหมาะสม
ผู้หญิงสามารถตกไข่ได้เร็วที่สุดภายใน 8-10 วันหลังทำแท้ง หมายความว่าอาจตั้งครรภ์ได้อีกครั้งก่อนที่จะมีประจำเดือนครั้งแรก ดังนั้นควรเริ่มคุมกำเนิดทันทีในวันทำแท้งหรือภายใน 7 วันหลังทำแท้ง สำหรับ IUD และยาฝังสามารถใส่/ฝังได้ทันทีหลังการทำแท้งด้วยยาหรือการผ่าตัด ส่วนยาเม็ดหรือยาฉีดสามารถเริ่มได้ในวันเดียวกันหรือวันถัดไป
ขั้นตอนการใส่ IUD หรือฝังยา
หากเลือกใส่ห่วงอนามัยหรือฝังยาคุมกำเนิด แพทย์จะทำได้ทันทีหลังการทำแท้ง โดยไม่ต้องนัดมาอีกครั้ง สำหรับการใส่ IUD แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษใส่เข้าไปในโพรงมุก ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที อาจรู้สึกเจ็บหรือตะคริวเล็กน้อย สำหรับการฝังยา แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณแขนด้านใน แล้วใช้เข็มพิเศษฝังแท่งยาเข้าไป ใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที ไม่เจ็บมาก
คำแนะนำสำหรับยาเม็ด
หากเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ควรเริ่มกินในวันเดียวกันหรือไม่เกิน 7 วันหลังทำแท้ง หากเริ่มภายใน 5 วันหลังทำแท้ง จะมีประสิทธิภาพป้องกันทันที แต่หากเริ่มหลังจาก 5 วัน ควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยอีก 7 วันแรก ต้องกินทุกวันในเวลาเดียวกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
การติดตามผล
หลังใส่ IUD หรือฝังยา ควรนัดตรวจติดตามผลที่ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบว่าอุปกรณ์อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง หากมีอาการผิดปกติเช่น เลือดออกมาก เจ็บท้องรุนแรง หรือมีไข้ ควรพบแพทย์ทันที สำหรับยาเม็ด ควรนัดตรวจที่ 3 เดือนเพื่อประเมินผลข้างเคียงและปรับเปลี่ยนวิธีหากจำเป็น
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การคุมกำเนิดทุกวิธีมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายไปเอง อย่างไรก็ตาม บางอาการต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงปกติที่พบบ่อย
- ประจำเดือนไม่ปกติ: เลือดออกนอกรอบ เลือดมากขึ้นหรือน้อยลง หรือหยุดมา พบได้ใน 3-6 เดือนแรก โดยเฉพาะกับยาฝังและยาฉีด ไม่ใช่เรื่องผิดปกติและมักดีขึ้นเอง
- ปวดศีรษะ: พบได้กับยาเม็ดคุมกำเนิด มักเกิดในช่วงแรกๆ และดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว สามารถรับประทานยาแก้ปวดทั่วไปได้
- เจ็บหน้าอก: ฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดอาจทำให้เต้านมคัดตึงหรือเจ็บเล็กน้อย มักดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน
- สิวขึ้นหรือหายขึ้น: ขึ้นกับประเภทฮอร์โมน บางคนสิวดีขึ้น บางคนเพิ่มขึ้นในช่วงแรก
- น้ำหนักเพิ่มเล็กน้อย: พบได้กับยาฉีด DMPA โดยเฉลี่ย 1-2 กิโลกรัมต่อปี
สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที
- เลือดออกมากผิดปกติ: เปลี่ยนผ้าอนามัยเกินชั่วโมงละ 2 ชิ้น นานเกิน 7 วัน หรือมีก้อนเลือดขนาดใหญ่ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือ IUD เคลื่อนที่
- ปวดท้องรุนแรง: โดยเฉพาะปวดข้างเดียว อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือการติดเชื้อ
- มีไข้สูง: อุณหภูมิ 38°C ขึ้นไป ร่วมกับตกขาวมีกลิ่นเหม็น อาจเป็นการติดเชื้อ
- ปวดศีรษะรุนแรงกะทันหัน: โดยเฉพาะที่มาพร้อมการมองเห็นผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือด
- ปวดขาข้างเดียว บวมแดง: อาจเป็นลิ่มเลือดในขา พบได้น้อยมากแต่อันตราย
- รู้สึกเชือกของ IUD หายไป: อาจหมายความว่า IUD เคลื่อนที่หรือหลุดออก
หากมีอาการใดๆ ที่น่ากังวล ไม่แน่ใจว่าปกติหรือไม่ สามารถโทรปรึกษาสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือนัดพบแพทย์ที่ให้บริการ
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
นอกจากการคุมกำเนิด การดูแลสุขภาพโดยรวมหลังทำแท้งก็สำคัญเช่นกัน
การฟื้นตัวทางร่างกาย
ภายหลังการทำแท้ง ร่างกายต้องการเวลาฟื้นตัว โดยทั่วไปควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เลือดออกจากช่องคลอดอาจมีได้นาน 1-2 สัปดาห์ ใช้ผ้าอนามัยธรรมดา ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเพราะเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ รอ 2 สัปดาห์ก่อนมีเพศสัมพันธ์ แช่อ่างอาบน้ำ หรือว่ายน้ำ
โภชนาการและการออกกำลังกาย
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เพิ่มอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง ตับ ผักโขม เพื่อชดเชยเลือดที่สูญเสีย ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว โยคะ ได้หลัง 1 สัปดาห์ แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักจนกว่าจะหายเลือดสนิท
สุขภาพจิตและการสนับสนุน
อารมณ์อาจผันผวนในช่วงแรกเพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง รวมถึงความเครียดจากการตัดสินใจ นี่เป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรือต้องการคุยกับใครสักคน สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อรับคำปรึกษาฟรี หรือขอพบนักจิตวิทยา/นักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลที่ให้บริการ
การนัดตรวจติดตามผล
ควรนัดตรวจติดตามผลที่ 2-4 สัปดาห์หลังทำแท้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าโพรงมุกหดตัวกลับสู่สภาพปกติดีแล้ว ไม่มีเศษเนื้อเยื่อตกค้าง และอุปกรณ์คุมกำเนิด (ถ้ามี) อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง นี่เป็นโอกาสดีในการสอบถามข้อสงสัยหรือปรับเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิดหากไม่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
หลังทำแท้งควรคุมกำเนิดเมื่อไหร่?
ควรเริ่มคุมกำเนิดทันทีในวันทำแท้งหรือภายใน 7 วันหลังทำแท้ง เนื่องจากผู้หญิงสามารถตกไข่และตั้งครรภ์ได้อีกครั้งเร็วที่สุดภายใน 8-10 วัน แม้ยังไม่มีประจำเดือนครั้งแรก ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิดสามารถใส่/ฝังได้ทันทีหลังทำแท้ง ยาเม็ดและยาฉีดสามารถเริ่มได้ในวันเดียวกันหรือวันถัดไป หากเริ่มคุมกำเนิดภายใน 5 วันหลังทำแท้ง จะมีประสิทธิภาพป้องกันทันทีโดยไม่ต้องใช้วิธีเพิ่มเติม
ห่วงอนามัยใส่ทันทีหลังทำแท้งได้หรือไม่?
ได้ แพทย์สามารถใส่ห่วงอนามัย (IUD) ได้ทันทีหลังการทำแท้งทั้งด้วยยาและการผ่าตัด การใส่ทันทีมีข้อดีคือมีประสิทธิภาพป้องกันทันที ไม่ต้องนัดมาใส่อีกครั้ง และลดโอกาสตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ซ้ำ การวิจัยพบว่าอัตราการหลุดของ IUD ที่ใส่หลังทำแท้งทันทีไม่แตกต่างจากการใส่ในช่วงอื่นๆ และปลอดภัย ทั้งห่วงทองแดงและห่วงฮอร์โมนใส่ได้ทันที โดยมีประสิทธิภาพป้องกันเกือบ 100% และใช้ได้นาน 3-10 ปีขึ้นกับประเภท
วิธีคุมกำเนิดแบบไหนมีประสิทธิภาพมากที่สุดหลังทำแท้ง?
ห่วงอนามัย (IUD) และยาฝังคุมกำเนิด (Implant) มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเกือบ 100% เพราะไม่ขึ้นกับการใช้งานประจำวันของผู้ใช้ เมื่อใส่/ฝังแล้วจะป้องกันการตั้งครรภ์ต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ ส่วนยาฉีดมีประสิทธิภาพ 94-99% และยาเม็ดมีประสิทธิภาพ 93-99% แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการใช้ หากต้องการวิธีที่ไม่ต้องคิดมากและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ห่วงอนามัยหรือยาฝังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยสามารถถอดหรือเอาออกได้ทันทีเมื่อต้องการตั้งครรภ์อีกครั้ง
ยาฝังคุมกำเนิดหลังทำแท้งดีไหม?
ยาฝังคุมกำเนิดเป็นตัวเลือกที่ดีมากหลังทำแท้ง มีประสิทธิภาพสูง 99.9% ใช้ได้นาน 3 ปี และสามารถฝังได้ทันทีหลังทำแท้ง วิธีการฝังง่าย ใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที โดยฉีดยาชาที่แขนด้านในแล้วใช้เข็มพิเศษฝังแท่งยาเข้าไป เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการกินยาทุกวัน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือประจำเดือนไม่ปกติในช่วง 3-6 เดือนแรก บางคนอาจมีเลือดออกนอกรอบหรือประจำเดือนหยุดมา แต่ไม่เป็นอันตราย สามารถถอดออกได้ทันทีเมื่อต้องการตั้งครรภ์อีกครั้งและความสามารถในการมีบุตรจะกลับมาทันที
คุมกำเนิดหลังทำแท้งฟรีได้ที่ไหน?
คนไทยที่มีบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หรือสิทธิข้าราชการ สามารถเข้าถึงบริการคุมกำเนิดหลังทำแท้งฟรีได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนค่าใช้จ่าย รวมถึงห่วงอนามัย ยาฝัง ยาฉีด และยาเม็ดคุมกำเนิด นอกจากนี้เครือข่าย RSA (Reproductive Health Service Alliance) ของกรมอนามัยยังให้บริการคุมกำเนิดฟรีหรือราคาถูกที่โรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วประเทศ สามารถค้นหาสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ที่ rsathai.org หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอข้อมูลและคำปรึกษาฟรี
ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหลังทำแท้งได้เลยไหม?
ได้ สามารถเริ่มกินยาเม็ดคุมกำเนิดได้ทันทีในวันทำแท้งหรือวันถัดไป หากเริ่มกินภายใน 5 วันหลังทำแท้ง จะมีประสิทธิภาพป้องกันทันทีโดยไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดเพิ่มเติม แต่หากเริ่มกินหลังจาก 5 วัน ควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยในอีก 7 วันแรก สำหรับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องกินทุกวันในเวลาเดียวกัน หากลืมกินเกิน 12 ชั่วโมง ประสิทธิภาพจะลดลง ยาเม็ดเหมาะสำหรับผู้ที่มีวินัยในการกินยาและไม่มีประวัติลิ่มเลือดหรือไมเกรน
หลังทำแท้งกี่วันถึงจะตั้งครรภ์ได้อีก?
ผู้หญิงสามารถตกไข่และตั้งครรภ์ได้อีกครั้งเร็วที่สุดภายใน 8-10 วันหลังทำแท้ง แม้ว่ายังไม่มีประจำเดือนครั้งแรกก็ตาม เนื่องจากฮอร์โมนจะกลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว และรังไข่จะเริ่มทำงานปล่อยไข่ออกมาได้ทันที ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันภายใน 2 สัปดาห์หลังทำแท้ง มีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูง นี่คือเหตุผลว่าทำไมควรเริ่มคุมกำเนิดทันทีหลังทำแท้ง โดยไม่ต้องรอให้มีประจำเดือนก่อน หากยังไม่พร้อมมีบุตร ควรเลือกวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงและเริ่มใช้ทันที
ห่วงอนามัยกับยาฝังคุมกำเนิดอันไหนดีกว่า?
ทั้งห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันเกือบ 100% แต่มีข้อแตกต่างที่ควรพิจารณา ห่วงอนามัยมีข้อดีคือใช้ได้นาน 5-10 ปี ห่วงทองแดงไม่มีฮอร์โมนจึงไม่กระทบอารมณ์หรือน้ำหนัก และบางชนิดสามารถใช้เป็นยาคุมกำเนิดฉุกเฉินได้ ข้อเสียคือบางคนอาจปวดประจำเดือนมากขึ้น ส่วนยาฝังใช้ได้ 3 ปี ฝังง่ายกว่าการใส่ห่วง และมักทำให้ประจำเดือดน้อยลงหรือหยุดมา แต่อาจทำให้ประจำเดือนไม่ปกติในช่วงแรก การเลือกควรขึ้นกับความต้องการระยะเวลาใช้งาน ปฏิกิริยาต่อฮอร์โมน และคำแนะนำของแพทย์หลังประเมินประวัติสุขภาพ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



