MVS (Manual Vacuum Aspiration) เป็นวิธีการผ่าตัดเล็กที่ใช้เครื่องมือดูดสุญญากาศเพื่อยุติการตั้งครรภ์ภายในเวลา 5-10 นาที ส่วนยาทำแท้งใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol ซึ่งใช้เวลา 1-2 วันในการออกฤทธิ์ ทั้งสองวิธีปลอดภัยและได้รับการรับรองจาก WHO เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
MVS กับยาทำแท้งต่างกันอย่างไร คืออะไร
MVS (Manual Vacuum Aspiration) หรือการดูดสุญญากาศเป็นวิธีการทางศัลยกรรมเล็กที่แพทย์ใช้เครื่องมือพิเศษสอดเข้าไปในมูลปากมดลูกเพื่อดูดเนื้อเยื่อการตั้งครรภ์ออกมา กระบวนการใช้เวลาเพียง 5-10 นาที ทำได้ในคลินิกหรือโรงพยาบาลโดยไม่ต้องพักค้างคืน เหมาะสำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 12-16 สัปดาห์ ผู้รับบริการจะได้รับยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับความรู้สึกเบาเพื่อลดความเจ็บปวด
ยาทำแท้ง (Medical Abortion) ใช้ยาสองชนิดร่วมกัน คือ Mifepristone ซึ่งหยุดการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ และ Misoprostol ที่ช่วยให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออก ใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน มีอาการคล้ายประจำเดือนมามาก เหมาะสำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสามารถพักฟื้นที่บ้านได้หลังรับยาจากแพทย์
ความแตกต่างหลักคือ MVS เป็นวิธีการทางกายภาพที่เสร็จสิ้นภายในวันเดียว ในขณะที่ยาทำแท้งเป็นกระบวนการทางเคมีที่ใช้เวลาหลายวัน ทั้งสองวิธีมีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 95% เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตตามกฎหมายไทย
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
สำหรับ MVS กระบวนการเริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกายและอัลตราซาวนด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ แพทย์จะอธิบายขั้นตอนและให้คำปรึกษาตามที่กฎหมายกำหนด ในวันทำหัตถการ คุณจะนอนบนเตียงตรวจในท่าเดียวกับการตรวจภายใน แพทย์ใส่ยาชาเฉพาะที่บริเวณปากมดลูก จากนั้นใช้เครื่องมือขยายปากมดลูกและสอดท่อดูดเข้าไป กระบวนการใช้เวลา 5-10 นาที คุณอาจรู้สึกปวดบีบคล้ายประจำเดือน หลังจากนั้นพักสังเกตอาการประมาณ 30-60 นาทีก่อนกลับบ้านได้
สำหรับยาทำแท้ง ขั้นตอนแรกเหมือนกัน คือตรวจร่างกายและอัลตราซาวนด์ แพทย์จะให้ Mifepristone เม็ดแรกในคลินิก จากนั้น 24-48 ชั่วโมงต่อมา คุณจะใช้ Misoprostol ที่บ้านโดยวางใต้ลิ้นหรือในช่องคลอดตามคำแนะนำแพทย์ ภายใน 4-6 ชั่วโมง จะเริ่มมีเลือดออกและปวดบีบท้องคล้ายประจำเดือนมามาก อาการจะรุนแรงที่สุดในช่วง 3-5 ชั่วโมงแรก การเลือดออกอาจดำเนินต่อไปอีก 1-2 สัปดาห์
ทั้งสองวิธีจำเป็นต้องมีการนัดตรวจติดตามผลหลังหัตถการประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อยืนยันว่ากระบวนการเสร็จสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ สุขภาพของคุณ และความพร้อมในการจัดการกับอาการที่บ้าน
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจาก MVS ได้แก่ ปวดบีบท้องน้อยคล้ายประจำเดือน เลือดออกปริมาณน้อยถึงปานกลางเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ รู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย และอาจมีอาการคลื่นไส้ชั่วคระหลังได้รับยาระงับความรู้สึก อาการเหล่านี้ปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
ยาทำแท้งมักมีผลข้างเคียงมากกว่าเล็กน้อย ได้แก่ ปวดบีบท้องรุนแรงคล้ายประจำเดือนมามาก เลือดออกมากพร้อมลิ่มเลือด คลื่นไส้และอาเจียน ท้องเสีย มีไข้เล็กน้อย (ต่ำกว่า 38°C) และอาจมีอาการหนาวสั่นชั่วคราว อาการเหล่านี้รุนแรงที่สุดในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรกหลังใช้ Misoprostol และจะค่อยๆ ทุเลาลง
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันทีดังนี้:
- เลือดออกมากเกินปกติ — ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 30 นาทีติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง
- มีไข้สูงเกิน 38.5°C หรือมีไข้นานเกิน 24 ชั่วโมง
- ปวดท้องรุนแรงมากที่ยาแก้ปวดทั่วไปไม่สามารถบรรเทาได้
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ บ่งชี้อาจติดเชื้อ
- รู้สึกเวียนศีรษะมาก หน้ามืด หรือหายใจลำบาก
หากประสบอาการใดๆ ข้างต้น โปรดติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ทำหัตถการทันที หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น การดูแลที่รวดเร็วช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
หลังทำ MVS ควรพักผ่อนอย่างน้อย 1-2 วัน หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักหรือยกของหนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ใช้ผ้าอนามัยแบบปกติ ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอด (tampon) เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต อาบน้ำด้วยฝักบัวได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการแช่ตัวในอ่างอาบน้ำหรือสระว่ายน้ำจนกว่าเลือดจะหยุดสนิท
สำหรับยาทำแท้ง การดูแลตัวเองคล้ายกัน แต่อาจต้องใช้เวลาพักผ่อนนานขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากอาการมักรุนแรงกว่า เตรียมยาแก้ปวดไว้ล่วงหน้า เช่น Ibuprofen หรือ Paracetamol ตามที่แพทย์แนะนำ จัดเตรียมผ้าอนามัยหนาไว้ใช้ และควรมีผู้ดูแลอยู่ด้วยในช่วง 24 ชั่วโมงแรก รับประทานอาหารเบาๆ ที่ย่อยง่าย ดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียของเหลว
ทั้งสองวิธี:
- ไม่ต้องทานยาปฏิชีวนะเว้นแต่แพทย์สั่งจ่ายเป็นกรณีพิเศษ
- ประจำเดือนจะกลับมาปกติภายใน 4-8 สัปดาห์
- สามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังหัตถการ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องคุมกำเนิดทันทีหากยังไม่พร้อม
- นัดตรวจติดตามผลตามที่แพทย์กำหนดเพื่อยืนยันว่ากระบวนการเสร็จสมบูรณ์
การดูแลสุขภาพจิตก็สำคัญเช่นกัน หากรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือเศร้าเป็นเวลานาน ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว แพทย์และทีมให้คำปรึกษาพร้อมช่วยเหลือ หรือติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
MVS กับยาทำแท้งวิธีไหนเหมาะกับฉัน?
การเลือกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย MVS เหมาะกับคุณหากต้องการกระบวนการที่รวดเร็วเสร็จภายในวันเดียว ไม่ต้องการจัดการกับอาการที่บ้าน หรืออายุครรภ์เกิน 10 สัปดาห์ ยาทำแท้งเหมาะกับคุณหากอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ ต้องการความเป็นส่วนตัวในการพักฟื้นที่บ้าน ไม่ต้องการหัตถการทางศัลยกรรม และมีผู้ดูแลอยู่ด้วย แพทย์จะประเมินสุขภาพและอายุครรภ์เพื่อแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุด
ยาทำแท้ง Mifepristone และ Misoprostol ทำงานอย่างไร? ใช้เวลานานแค่ไหน?
Mifepristone หยุดการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ ทำให้ซับในมดลูกหลุดลอก Misoprostol ที่ใช้ 24-48 ชั่วโมงต่อมาจะกระตุ้นให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออก กระบวนการเริ่มต้นภายใน 1-4 ชั่วโมงหลังใช้ Misoprostol อาการรุนแรงที่สุดในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก และเนื้อเยื่อส่วนใหญ่จะขับออกภายใน 24 ชั่วโมง การเลือดออกอาจดำเนินต่อเบาๆ อีก 1-2 สัปดาห์จนกระทั่งมดลูกกลับสู่สภาวะปกติ
การทำ MVS (ดูดสุญญากาศ) เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่?
MVS อาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย แต่แพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่และยาแก้ปวดเพื่อลดความเจ็บปวด คุณอาจรู้สึกปวดบีบคล้ายประจำเดือนในขณะทำหัตถการ แต่อาการจะหายไปเร็วหลังเสร็จสิ้น ส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังหัตถการ และสามารถกลับมาทำกิจวัตรปกติได้ภายใน 1-2 วัน ควรหลีกเลี่ยงการออกแรงหนักประมาณ 1 สัปดาห์ ผลข้างเคียงมักน้อยกว่ายาทำแท้งและระยะเวลาการพักฟื้นสั้นกว่า
อายุครรภ์เท่าไหร่ถึงจะทำแท้งได้ถูกกฎหมายในประเทศไทย?
ตามกฎหมายไทย พ.ศ. 2564 อนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ โดยต้องทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียน หากอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ จำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ก่อน ส่วนอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ สามารถยุติได้เฉพาะกรณีมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือชีวิตของมารดา ทารกมีความพิการรุนแรง หรือการตั้งครรภ์เกิดจากการข่มขืน ห้ามซื้อยาทำแท้งออนไลน์หรือทำแท้งเถื่อนเด็ดขาด
ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งแบบ MVS และยาทำแท้งเท่าไหร่? มีสิทธิ์เบิกได้ไหม?
ค่าใช้จ่าย MVS โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 5,000-15,000 บาทขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และสถานพยาบาล ยาทำแท้งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-8,000 บาท โดยยาทำแท้งมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเล็กน้อยเนื่องจากไม่ใช้หัตถการทางศัลยกรรม ผู้ที่มีสิทธิ์บัตรทอง (บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า) หรือประกันสังคมสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือข่าย RSA โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายบางส่วน ติดต่อสอบถามรายละเอียดที่โรงพยาบาลหรือสายด่วน 1663
หลังทำแท้งด้วย MVS หรือยาทำแท้งต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
หลังหัตถการ ควรพักผ่อนอย่างน้อย 1-2 วัน ใช้ผ้าอนามัยแบบปกติ ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอด หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์และการออกแรงหนักเป็นเวลา 2 สัปดาห์ รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำ ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สังเกตอาการผิดปกติเช่น เลือดออกมากผิดปกติ มีไข้สูง หรือปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่สามารถบรรเทาได้ หากพบอาการดังกล่าวให้พบแพทย์ทันที นัดตรวจติดตามผลตามที่แพทย์กำหนดเพื่อยืนยันว่ากระบวนการเสร็จสมบูรณ์
ทำแท้งด้วยยาที่บ้านปลอดภัยไหม? ต้องระวังอาการอะไรบ้าง?
การใช้ยาทำแท้งที่บ้านปลอดภัยหากได้รับยาจากแพทย์ที่มีใบอนุญาตและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ควรมีผู้ดูแลอยู่ด้วยในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เตรียมยาแก้ปวดและผ้าอนามัยหนาไว้ล่วงหน้า อยู่ใกล้โรงพยาบาลที่สามารถไปถึงได้ภายใน 30 นาทีในกรณีฉุกเฉิน ต้องระวังอาการ: เลือดออกมากเกินปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 30 นาทีเกิน 2 ชั่วโมง) มีไข้สูงเกิน 38.5°C ปวดท้องรุนแรงมากที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล หรือมีอาการหน้ามืดเวียนศีรษะ หากพบอาการเหล่านี้ให้ติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที ห้ามซื้อยาออนไลน์โดยไม่ผ่านแพทย์เด็ดขาด
หากทำแท้งด้วยยาไม่สำเร็จ ต้องทำอย่างไรต่อ?
การทำแท้งด้วยยามีอัตราความสำเร็จประมาณ 95-98% แต่ในบางกรณีอาจไม่สมบูรณ์ คุณจะทราบได้จากการนัดตรวจติดตามผลด้วยอัลตราซาวนด์ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังใช้ยา หากยังมีเนื้อเยื่อค้างอยู่ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ Misoprostol เพิ่มอีกครั้ง หรือทำ MVS เพื่อขจัดเนื้อเยื่อที่เหลือออกให้หมด การปล่อยทิ้งไว้อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ห้ามพยายามแก้ไขด้วยตนเองหรือใช้ยาเพิ่มโดยไม่ปรึกษาแพทย์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



