การทำแท้งซ้ำหลายครั้งโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงเกิดขึ้นน้อยกว่า 2% แต่การทำซ้ำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อพังผืดในมดลูก การอักเสบในอุ้งเชิงกราน และผลกระทบทางอารมณ์ การเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมหลังทำแท้งคือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
ทำแท้งซ้ำหลายครั้ง ผลกระทบสุขภาพ คืออะไร
การทำแท้งซ้ำหลายครั้งหมายถึงการยุติการตั้งครรภ์มากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงเวลาต่าง ๆ ของชีวิต โดยอาจเป็นด้วยวิธีทางยา (Mifepristone + Misoprostol) หรือการผ่าตัดดูดสุญญากาศ (Vacuum Aspiration) แม้การทำแท้งในปัจจุบันจะปลอดภัยมากขึ้น แต่การทำซ้ำหลายครั้งยังคงมีผลกระทบที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
ผลกระทบหลักแบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ผลต่อร่างกาย เช่น การเกิดพังผืดในมดลูก (Asherman's Syndrome) ซึ่งทำให้ผนังมดลูกติดกัน ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (PID) และการกระทบต่อปากมดลูกหากทำด้วยวิธีผ่าตัดซ้ำ ๆ ผลต่อจิตใจ เช่น ความเครียด ความรู้สึกผิด และภาวะซึมเศร้าในบางราย และผลต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต เช่น ความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือรกติดผิดตำแหน่งในหญิงที่มีประวัติทำแท้งหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยระบุว่าหากทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตและในสภาวะที่ถูกสุขอนามัย อัตราภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงยังคงต่ำ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
สำหรับผู้ที่มีประวัติทำแท้งมาก่อน กระบวนการทำแท้งซ้ำจะคล้ายกับครั้งแรก แต่แพทย์จะประเมินประวัติการทำแท้งครั้งก่อนเพิ่มเติม รวมถึงตรวจหาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากครั้งก่อน เช่น พังผืดในมดลูกหรือการติดเชื้อเรื้อรัง
ขั้นตอนการทำแท้งมีดังนี้
- การปรึกษาและประเมิน: แพทย์จะซักประวัติ ตรวจครรภ์ และอาจทำอัลตราซาวด์เพื่อประเมินอายุครรภ์และสภาพมดลูก หากอายุครรภ์ 12–20 สัปดาห์ จะต้องรับคำปรึกษาตามกฎกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
- เลือกวิธีการ: สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ สามารถใช้ยาทำแท้งได้ หากเกิน 10 สัปดาห์อาจใช้การผ่าตัดดูดสุญญากาศ สำหรับผู้ที่ทำแท้งครั้งก่อนด้วยการผ่าตัด แพทย์อาจแนะนำวิธีทางยาเพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของปากมดลูก
- ระหว่างการทำแท้ง: หากใช้ยา จะมีอาการเลือดออกและปวดท้องใน 4-6 ชั่วโมงหลังรับยาตัวที่สอง หากใช้วิธีผ่าตัด กระบวนการใช้เวลา 5-15 นาที
- การติดตาม: แพทย์จะนัดตรวจติดตามหลัง 1-2 สัปดาห์ และปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในอนาคต
ในประเทศไทย การทำแท้งถูกกฎหมายจนถึงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์โดยไม่ต้องระบุเหตุผล และสามารถทำได้ถึง 20 สัปดาห์หลังรับคำปรึกษา ค่าบริการอยู่ระหว่าง 3,000–15,000 บาทขึ้นอยู่กับวิธีและอายุครรภ์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การทำแท้งไม่ว่าจะครั้งแรกหรือครั้งซ้ำมักมีผลข้างเคียงที่คาดการณ์ได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะว่าอาการใดเป็นเรื่องปกติและอาการใดเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:
- เลือดออกคล้ายประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย นาน 1-2 สัปดาห์
- ปวดท้องเหมือนปวดประจำเดือน สามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
- คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือมีไข้เล็กน้อยในวันแรก (ต่ำกว่า 38°C)
- ประจำเดือนกลับมาไม่ปกติในรอบแรก อาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 30 นาทีเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน)
- มีไข้สูงกว่า 38°C เกิน 4 ชั่วโมงหลังทำแท้ง อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล หรือปวดด้านใดด้านหนึ่งเฉพาะจุด
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น บ่งชี้การติดเชื้อ
- ไม่มีเลือดออกเลยหลังทำแท้งด้วยยา อาจหมายถึงการทำแท้งไม่สำเร็จ
สำหรับผู้ที่ทำแท้งซ้ำหลายครั้ง ควรระวังเป็นพิเศษหากเคยมีประวัติติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจากครั้งก่อน หากสังเกตอาการผิดปกติควรติดต่อโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ฉุกเฉินทันที
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองหลังทำแท้งอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีประวัติทำแท้งมาก่อน การฟื้นตัวที่ดีจะช่วยให้ร่างกายพร้อมและลดโอกาสเกิดปัญหาในอนาคต
การดูแลร่างกาย:
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในสัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงการใส่สิ่งใด ๆ เข้าไปในช่องคลอด (แทมพอน การมีเพศสัมพันธ์) เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อชดเชยเลือดที่เสีย เช่น ผักใบเขียว เนื้อแดง
- ดื่มน้ำเพียงพอและหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ในช่วงฟื้นตัว
- ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอนจนกว่าเลือดจะหยุด
การดูแลจิตใจ:
- ยอมรับว่าอารมณ์อาจผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- พูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้หากรู้สึกเครียดหรือผิดหวัง
- หากรู้สึกซึมเศร้าเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
- โทรปรึกษาสายด่วนกรมอนามัย 1663 หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม
การป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์:
หลังทำแท้ง การตกไข่สามารถเกิดขึ้นได้เร็วภายใน 2 สัปดาห์ จึงควรเริ่มคุมกำเนิดทันทีหากไม่ต้องการตั้งครรภ์อีก วิธีที่แนะนำได้แก่ ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ห่วงอนามัย (IUD) ซึ่งสามารถใส่ได้ทันทีหลังทำแท้งในบางกรณี หรือถุงยางอนามัยซึ่งป้องกันทั้งการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แพทย์จะช่วยแนะนำวิธีที่เหมาะสมตามสถานการณ์และสุขภาพของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
การทำแท้งหลายครั้งส่งผลต่อความสามารถในการมีลูกในอนาคตหรือไม่?
การทำแท้งโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทั่วไปไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีลูกในอนาคต แต่การทำซ้ำหลายครั้งโดยเฉพาะด้วยวิธีผ่าตัดอาจเพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อยต่อการเกิดพังผืดในมดลูกหรือการอ่อนแอของปากมดลูก ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ภายหลัง หากมีความกังวลควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพระบบสืบพันธุ์และรับคำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดที่เหมาะสม
ทำแท้งได้กี่ครั้งโดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ?
ไม่มีจำนวนครั้งที่กำหนดตายตัวว่า "ปลอดภัย" หรือ "อันตราย" เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วิธีที่ใช้ สุขภาพโดยรวม และการดูแลหลังทำแท้ง อย่างไรก็ตาม การทำแท้งทุกครั้งมีความเสี่ยงสะสม โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหรือพังผืดในมดลูก ดังนั้นการใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการพึ่งพาการทำแท้งซ้ำ ๆ
การทำแท้งซ้ำส่งผลต่อจิตใจอย่างไร?
ผลกระทบทางจิตใจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล บางคนไม่มีปัญหาทางอารมณ์ ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกเครียด ผิด เศร้า หรือวิตกกังวล โดยเฉพาะหากต้องตัดสินใจซ้ำหลายครั้ง ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อผลกระทบทางจิตใจรวมถึงการขาดการสนับสนุนจากคนใกล้ชิด ความกดดันทางสังคมหรือศาสนา และประวัติปัญหาสุขภาพจิต หากรู้สึกว่าจิตใจได้รับผลกระทบควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เพื่อรับการสนับสนุนที่เหมาะสม
ทำแท้งด้วยยาหรือผ่าตัดแบบไหนปลอดภัยกว่าสำหรับการทำซ้ำหลายครั้ง?
ทั้งสองวิธีมีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ แต่สำหรับผู้ที่มีประวัติทำแท้งหลายครั้ง การทำแท้งด้วยยาอาจเหมาะสมกว่าเพราะไม่มีการใช้เครื่องมือเข้าไปในมดลูก จึงลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของปากมดลูกและการเกิดพังผืด อย่างไรก็ตาม ยาทำแท้งมีข้อจำกัดด้านอายุครรภ์ (มักใช้ได้ดีก่อน 10 สัปดาห์) และอาจไม่เหมาะกับทุกคน แพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ
หลังทำแท้งควรรออีกนานเท่าไหร่ก่อนตั้งครรภ์ครั้งต่อไป?
ร่างกายสามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังทำแท้ง แต่การรอให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างน้อย 1-2 รอบประจำเดือนก่อนพยายามตั้งครรภ์จะดีกว่าเพื่อให้มดลูกและฮอร์โมนกลับสู่สภาวะปกติ หากต้องการตั้งครรภ์ในอนาคตควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม การรับประทานกรดโฟลิก และการดูแลสุขภาพโดยรวม หากไม่พร้อมตั้งครรภ์ควรเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดทันทีหลังทำแท้ง
การคุมกำเนิดแบบใดเหมาะสมที่สุดหลังทำแท้งเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์?
วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสมหลังทำแท้งรวมถึง ห่วงอนามัย (IUD) ทั้งแบบฮอร์โมนและทองแดง ซึ่งสามารถใส่ได้ทันทีหลังทำแท้งและป้องกันได้นาน 3-10 ปี ยาฉีดคุมกำเนิดซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและสะดวก หรือยาเม็ดคุมกำเนิดที่สามารถเริ่มได้ทันทีแต่ต้องรับประทานสม่ำเสมอ แพทย์จะช่วยแนะนำตามสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของคุณ การเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และลดความจำเป็นในการทำแท้งซ้ำในอนาคต
ทำแท้งซ้ำหลายครั้งเพิ่มความเสี่ยงการแท้งลูกในอนาคตหรือไม่?
การวิจัยส่วนใหญ่แสดงว่าการทำแท้งที่ปลอดภัยหนึ่งหรือสองครั้งไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งลูกในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การทำแท้งด้วยการผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง (มากกว่า 3 ครั้ง) อาจเพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อยต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือรกติดผิดตำแหน่งในการตั้งครรภ์ในอนาคต หากมีประวัติทำแท้งหลายครั้งและวางแผนตั้งครรภ์ควรแจ้งแพทย์เพื่อให้ได้รับการดูแลและติดตามอย่างเหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



