เมื่อตรวจครรภ์ได้ผลบวก (ขึ้น 2 ขีด) ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญคือการพบแพทย์สูตินรีเวชเพื่อยืนยันผลการตั้งครรภ์ด้วยการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ จากนั้นควรเข้ารับการฝากครรภ์ (ANC) ภายในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ โดยในประเทศไทย หญิงตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงบริการฝากครรภ์คุณภาพฟรีผ่านระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ
ตรวจครรภ์ได้บวก ขั้นตอนต่อไป คืออะไร
เมื่อตรวจครรภ์ด้วยชุดตรวจที่ซื้อจากร้านขายยาและได้ผลบวก ขั้นตอนต่อไปที่คุณควรทำคือการพบแพทย์สูตินรีเวชเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์อย่างเป็นทางการ แม้ว่าชุดตรวจจะมีความแม่นยำสูงถึง 95-99% แต่การตรวจยืนยันทางการแพทย์จะช่วยให้คุณทราบข้อมูลที่สำคัญเพิ่มเติม เช่น อายุครรภ์ที่แท้จริง ตำแหน่งของถุงน้ำคร่ำ (เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการตั้งครรภ์ในมะดลูกหรือนอกมะดลูก) และสุขภาพของทารกในครรภ์
การพบแพทย์ครั้งแรกหลังตรวจครรภ์ได้ผลบวกมักจะรวมถึง:
- การซักประวัติ — ประวัติการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ประวัติการตั้งครรภ์ก่อนหน้า โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่
- การตรวจร่างกาย — ตรวจสัญญาณชีพ วัดน้ำหนัก ความดันโลหิต และตรวจภายใน (ถ้าจำเป็น)
- การตรวจเลือด — ตรวจระดับฮอร์โมน beta-hCG เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์และประเมินอายุครรภ์ รวมถึงตรวจกลุ่มเลือด ภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ เช่น หัด เยอรมัน ซิฟิลิส HIV และตับอักเสบบี
- การตรวจอัลตราซาวด์ — เพื่อยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์ ตรวจดูหัวใจทารกเต้น และประเมินอายุครรภ์ที่แม่นยำ (โดยปกติจะทำได้ดีที่สุดเมื่ออายุครรภ์ 6-8 สัปดาห์)
หลังจากยืนยันการตั้งครรภ์แล้ว คุณมีสองทางเลือกหลักคือ (1) เข้ารับการฝากครรภ์ เพื่อรับการดูแลสุขภาพตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ หรือ (2) พิจารณายุติการตั้งครรภ์ ถ้าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยและอายุครรภ์ยังอยู่ในกรอบที่กฎหมายอนุญาต (≤12 สัปดาห์ สามารถยุติได้โดยไม่มีเงื่อนไข โดยต้องทำผ่านแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น) แพทย์จะให้ข้อมูลและคำปรึกษาอย่างเป็นกลางเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การฝากครรภ์ครั้งแรก (ANC แรก)
ในประเทศไทย หญิงตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงบริการฝากครรภ์คุณภาพฟรีผ่านระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งครอบคลุม 3 กองทุนหลัก ได้แก่ สิทธิบัตรทอง สิทธิประกันสังคม และสิทธิสวัสดิการข้าราชการ การฝากครรภ์ครั้งแรกควรทำภายในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ
การฝากครรภ์ครั้งแรกจะรวมถึง:
- การซักประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัว
- การตรวจร่างกาย วัดน้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต
- การตรวจเลือด — กลุ่มเลือด Rh factor ฮีโมโกลบิน (Hb) เพื่อคัดกรองโรคธาลัสซีเมีย การตรวจภูมิคุ้มกันโรคหัดเยอรมัน ซิฟิลิส HIV และตับอักเสบบี
- การตรวจปัสสาวะ — เพื่อตรวจหาการติดเชื้อและโปรตีนในปัสสาวะ
- การตรวจอัลตราซาวด์ — เพื่อยืนยันอายุครรภ์ ตรวจดูหัวใจทารกเต้น และประเมินความเสี่ยงของการตั้งครรภ์
- การให้คำแนะนำ — เกี่ยวกับโภชนาการ การทานวิตามินและกรดโฟลิก การออกกำลังกาย และการหลีกเลี่ยงสิ่งเสี่ยง
ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ คุณควรเข้ารับการฝากครรภ์อย่างน้อย 5 ครั้ง ตามมาตรฐาน ANC คุณภาพของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยแบ่งตามอายุครรภ์ดังนี้: ครั้งที่ 1 ก่อน 12 สัปดาห์ / ครั้งที่ 2 ที่ 16-20 สัปดาห์ / ครั้งที่ 3 ที่ 24-28 สัปดาห์ / ครั้งที่ 4 ที่ 32-36 สัปดาห์ / ครั้งที่ 5 ที่ 38-40 สัปดาห์
การใช้สิทธิประกันสังคมเบิกค่าฝากครรภ์
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือน สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้สูงสุด 1,500 บาท โดยแบ่งจ่ายเป็น 5 ครั้งตามอายุครรภ์ (ครั้งละ 300 บาท) และเบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง พร้อมเงินชดเชยการหยุดงาน 50% ของค่าจ้าง (สูงสุด 15,000 บาท/เดือน) เป็นเวลา 90 วัน คุณต้องนำสมุดฝากครรภ์และเอกสารการเบิกเงินไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมหลังคลอดบุตร
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการฝากครรภ์ครั้งแรก
- บัตรประจำตัวประชาชน
- บัตรสิทธิรักษาพยาบาล (บัตรทอง / บัตรประกันสังคม / บัตรสวัสดิการข้าราชการ)
- ทะเบียนบ้าน (สำเนา)
- สมุดฝากครรภ์ (ถ้ามี) หรือจะได้รับจากโรงพยาบาลในครั้งแรก
- ผลตรวจเลือด/เอกซเรย์ก่อนหน้า (ถ้ามี)
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยในตั้งครรภ์ระยะแรก
ระยะแรกของการตั้งครรภ์ (ไตรมาสแรก 0-12 สัปดาห์) ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากฮอร์โมน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ที่เป็นเรื่องปกติ เช่น:
- คลื่นไส้และอาเจียน — พบได้ประมาณ 70-80% ของหญิงตั้งครรภ์ มักเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6 และดีขึ้นเองหลังสัปดาห์ที่ 12-14
- เต้านมบวม แน่น และเจ็บ — เกิดจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
- เหนื่อยง่าย ง่วงนอน — ร่างกายใช้พลังงานมากในการสร้างรกและทารก
- ปัสสาวะบ่อย — เกิดจากมะดลูกโตกดอวัยวะใกล้เคียง
- ท้องผูก — ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง
- เลือดออกเล็กน้อย (spotting) — อาจเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกจากการฝังตัวของตัวอ่อน
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว:
- เลือดออกจากช่องคลอดมาก — เปียกผ้าอนามัย 1 ผืนภายใน 1 ชั่วโมง หรือมีก้อนเลือด
- ปวดท้องรุนแรง — โดยเฉพาะปวดท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมะดลูก
- มีไข้สูง — อุณหภูมิร่างกายเกิน 38 องศาเซลเซียส
- คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง — อาเจียนบ่อยมากจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้ อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
- ปวดศีรษะรุนแรง — ปวดมากผิดปกติและไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
- เห็นภาพพร่า หรือมองเห็นจุดประกายแสง — อาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ (แม้จะพบได้น้อยในไตรมาสแรก)
- หน้ามืด เวียนศีรษะมาก — อาจเกิดจากความดันโลหิตต่ำหรือโลหิตจาง
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
หากคุณตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ (ซึ่งถูกกฎหมายในกรณีที่อายุครรภ์ ≤12 สัปดาห์ และต้องทำผ่านแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น) การดูแลตัวเองหลังการทำหัตถการหรือการใช้ยามีความสำคัญต่อการฟื้นตัวและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
การดูแลร่างกาย
- พักผ่อนให้เพียงพอ — หลีกเลี่ยงการยกของหนักและทำงานหนักอย่างน้อย 3-7 วัน
- ใช้ผ้าอนามัย — ห้ามใช้ผ้าสุขภัณฑ์แบบสอดเนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- รับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ — ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ (ถ้ามี) และยาเสริมธาตุเหล็ก
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ — อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะหยุดเลือดออก
- รักษาความสะอาด — ล้างทำความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น ไม่ควรฉีดล้างภายใน
การนัดตรวจติดตาม
คุณควรนัดพบแพทย์ติดตามผลหลังการยุติการตั้งครรภ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบว่ามดลูกหดตัวเป็นปกติ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และเพื่อปรึกษาวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมในอนาคต (คุณสามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้งทันทีหลังการยุติครรภ์ ดังนั้นควรเริ่มวางแผนคุมกำเนิดตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังหัตถการ)
การดูแลสุขภาพจิต
การยุติการตั้งครรภ์อาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์และสุขภาพจิต บางคนอาจรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้า ผิด หรือสับสน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากคุณรู้สึกว่าต้องการพูดคุยหรือรับคำปรึกษา คุณสามารถติดต่อ:
- สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323
- สายด่วนกรมอนามัย 1663
- นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาล
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจครรภ์ได้ผลบวก ต้องทำอย่างไรต่อ?
หลังจากตรวจครรภ์ได้ผลบวก คุณควรนัดพบแพทย์สูตินรีเวชเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ด้วยการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ ซึ่งจะช่วยยืนยันอายุครรภ์ที่แม่นยำและตรวจสอบว่าเป็นการตั้งครรภ์ในมะดลูกหรือนอกมะดลูก จากนั้นแพทย์จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับตัวเลือกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝากครรภ์หรือการยุติการตั้งครรภ์ (ถ้าอยู่ในกรอบที่กฎหมายอนุญาต) คุณสามารถใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการในการรับบริการได้ฟรี
ควรไปฝากครรภ์เมื่อไหร่ อายุครรภ์กี่สัปดาห์?
ควรเข้ารับการฝากครรภ์ครั้งแรกภายในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วง 8-12 สัปดาห์จะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด เพราะแพทย์จะสามารถประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การฝากครรภ์ครั้งแรกจะรวมถึงการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจอัลตราซาวด์ และการให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการและการดูแลตัวเอง ระบบสาธารณสุขไทยรองรับการฝากครรภ์ฟรีผ่านสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ
ฝากครรภ์ครั้งแรกต้องตรวจอะไรบ้าง?
การฝากครรภ์ครั้งแรกจะรวมถึง: (1) การซักประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัว (2) การตรวจร่างกาย วัดน้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต (3) การตรวจเลือด — กลุ่มเลือด Rh factor ระดับฮีโมโกลบิน เพื่อคัดกรองโรคธาลัสซีเมีย ภูมิคุ้มกันโรคหัดเยอรมัน ซิฟิลิส HIV และตับอักเสบบี (4) การตรวจปัสสาวะเพื่อหาการติดเชื้อและโปรตีน (5) การตรวจอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์และตรวจดูหัวใจทารกเต้น และ (6) การให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการ การทานวิตามินและกรดโฟลิก การออกกำลังกาย และการหลีกเลี่ยงสิ่งเสี่ยง
ใช้สิทธิประกันสังคมเบิกค่าฝากครรภ์ได้เท่าไหร่?
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือน สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้สูงสุด 1,500 บาท โดยแบ่งจ่ายเป็น 5 ครั้งตามอายุครรภ์ (ครั้งละ 300 บาท) นอกจากนี้ยังสามารถเบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง พร้อมรับเงินชดเชยการหยุดงาน 50% ของค่าจ้าง (สูงสุด 15,000 บาท/เดือน) เป็นเวลา 90 วัน คุณต้องนำสมุดฝากครรภ์และเอกสารการเบิกเงินไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมหลังคลอดบุตร การใช้สิทธิเหล่านี้จะไม่กระทบต่อสิทธิการรักษาพยาบาลอื่นๆ
ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีดจางๆ แบบนี้ท้องไหม?
ชุดตรวจครรภ์ที่ขึ้น 2 ขีดแม้จะเป็นขีดจางๆ ก็ถือว่าเป็นผลบวก แสดงว่ามีฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะ ซึ่งหมายความว่าคุณตั้งครรภ์ ขีดที่จางอาจเกิดจากการตรวจเร็วเกินไป (ก่อนวันที่ควรมีประจำเดือน) ทำให้ระดับฮอร์โมนยังไม่สูงมาก หรือเกิดจากอายุครรภ์ที่ยังน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ควรพบแพทย์เพื่อยืนยันด้วยการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ เพราะในบางกรณีอาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมะดลูก หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พัฒนาตามปกติ การตรวจยืนยันจะช่วยให้คุณได้รับการดูแลที่เหมาะสม
ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐฟรีไหม?
ใช่ หญิงตั้งครรภ์ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการฝากครรภ์ฟรีที่โรงพยาบาลรัฐผ่านระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง (UHC) ประกันสังคม (มาตรา 33) หรือสวัสดิการข้าราชการ บริการที่ครอบคลุมรวมถึงการตรวจฝากครรภ์ตามมาตรฐาน ANC คุณภาพอย่างน้อย 5 ครั้ง การตรวจเลือดและปัสสาวะ การตรวจอัลตราซาวด์ การให้วิตามินและกรดโฟลิก และการคลอดบุตร คุณเพียงแค่นำบัตรประชาชนและบัตรสิทธิรักษาพยาบาลไปที่โรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ก็สามารถใช้บริการได้ทันที
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการฝากครรภ์ครั้งแรก?
สำหรับการฝากครรภ์ครั้งแรก คุณควรเตรียมเอกสารดังนี้: (1) บัตรประจำตัวประชาชน (2) บัตรสิทธิรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นบัตรทอง บัตรประกันสังคม หรือบัตรสวัสดิการข้าราชการ (3) ทะเบียนบ้าน (สำเนา) (4) สมุดฝากครรภ์ (ถ้ามีจากการฝากครรภ์ครั้งก่อน) หรือจะได้รับจากโรงพยาบาลในครั้งแรก และ (5) ผลตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ก่อนหน้า (ถ้ามี) นอกจากนี้ควรจดบันทึกวันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP) เพื่อช่วยแพทย์คำนวณอายุครรภ์ได้แม่นยำ
ท้องแล้วต้องไปพบหมอทันทีเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องรีบไปทันที แต่ควรนัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์ที่ 8-12 ของการตั้งครรภ์ (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย) เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์และเริ่มการฝากครรภ์ ช่วง 8-12 สัปดาห์เป็นช่วงที่เหมาะสมเพราะแพทย์จะสามารถตรวจอัลตราซาวด์เห็นหัวใจทารกเต้นและประเมินอายุครรภ์ได้แม่นยำ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมาก ปวดท้องรุนแรง หน้ามืดเป็นลม หรือมีไข้สูง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน
การตรวจเลือดยืนยันการตั้งครรภ์คืออะไร?
การตรวจเลือดยืนยันการตั้งครรภ์เป็นการตรวจวัดระดับฮอร์โมน beta-hCG (human chorionic gonadotropin) ในกระแสเลือด ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นหลังจากตัวอ่อนฝังตัวในมะดลูก การตรวจเลือดมีความแม่นยำสูงกว่าการตรวจปัสสาวะและสามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้เร็วกว่า (ประมาณ 6-8 วันหลังปฏิสนธิ) นอกจากนี้ การตรวจระดับ beta-hCG ซ้ำในช่วง 48-72 ชั่วโมงถัดไปยังช่วยประเมินว่าการตั้งครรภ์พัฒนาตามปกติหรือไม่ (ระดับฮอร์โมนควรเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุก 2-3 วัน ในช่วงแรก)
ฝากครรภ์คุณภาพคืออะไร มีกี่ครั้ง?
การฝากครรภ์คุณภาพ (ANC คุณภาพ) หมายถึงการตรวจครรภ์ตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อให้แม่และทารกได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ตามมาตรฐานของกรมอนามัย หญิงตั้งครรภ์ควรเข้ารับการฝากครรภ์อย่างน้อย 5 ครั้ง โดยแบ่งตามอายุครรภ์ดังนี้: (1) ครั้งที่ 1 ก่อน 12 สัปดาห์ (2) ครั้งที่ 2 ที่ 16-20 สัปดาห์ (3) ครั้งที่ 3 ที่ 24-28 สัปดาห์ (4) ครั้งที่ 4 ที่ 32-36 สัปดาห์ และ (5) ครั้งที่ 5 ที่ 38-40 สัปดาห์ การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะตรวจสุขภาพแม่และทารก ให้คำแนะนำโภชนาการ และคัดกรองความเสี่ยงต่างๆ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



