การจัดการความเจ็บปวดระหว่างและหลังทำแท้งเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ผู้รับบริการทุกคนควรได้รับ ปัจจุบันมีทางเลือกในการบรรเทาอาการปวดหลายวิธีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ทั้งการใช้ยาแก้ปวดตามมาตรฐานสากลและเทคนิคที่ไม่ใช้ยา องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เป็นทางเลือกแรก และแพทย์จะปรึกษาทางเลือกที่เหมาะสมกับอายุครรภ์และสภาพสุขภาพของผู้รับบริการ
จัดการความเจ็บปวดระหว่างและหลังทำแท้ง คืออะไร
การจัดการความเจ็บปวดระหว่างและหลังการยุติการตั้งครรภ์หมายถึงการใช้วิธีการทางการแพทย์และการดูแลตัวเองเพื่อบรรเทาอาการไม่สบายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างหัตถการหรือภายหลังการใช้ยาทำแท้ง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมีลักษณะคล้ายกับอาการปวดท้องประจำเดือน แต่อาจรุนแรงกว่าในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น
ระดับความเจ็บปวดแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ อายุครรภ์ วิธีการที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ ประสบการณ์การคลอดบุตรมาก่อน และธรรมชาติของร่างกายแต่ละคน การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกพร้อมและสามารถจัดการกับอาการได้ดีขึ้น
ในประเทศไทย แพทย์จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกในการจัดการความเจ็บปวดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการใช้ยาแก้ปวดก่อนหัตถการ การใส่ยาชาเฉพาะที่บริเวณปากมุลงคลอด หรือการให้ยาระงับความรู้สึกในบางกรณี ทุกวิธีต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การจัดการความเจ็บปวดเริ่มตั้งแต่ก่อนการทำหัตถการหรือก่อนใช้ยา แพทย์จะประเมินประวัติสุขภาพและความเสี่ยงของผู้รับบริการเพื่อเลือกวิธีบรรเทาอาการที่เหมาะสม สำหรับการทำแท้งด้วยยา (Medical Abortion) ซึ่งใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol แพทย์มักจะแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดก่อนใช้ยา Misoprostol ประมาณ 30-60 นาที
ระหว่างการใช้ยา Misoprostol ผู้รับบริการจะเริ่มรู้สึกปวดท้องและมีเลือดออก ความเจ็บปวดมักเริ่มภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังรับยา และอาจรุนแรงที่สุดในช่วง 3-5 ชั่วโมงแรก นอกจากความเจ็บปวดแล้วอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หนาวสั่น หรือท้องเสียร่วมด้วย อาการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปกติและมักจะดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง
สำหรับการทำแท้งด้วยวิธีการดูด (Vacuum Aspiration) หรือการขูด แพทย์จะใส่ยาชาเฉพาะที่บริเวณปากมุลงคลอด (Paracervical Block) เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างหัตถการ วิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมความเจ็บปวดทั้งในไตรมาสแรกและไตรมาสที่สอง หลังหัตถการเสร็จสิ้น ผู้รับบริการจะได้รับยาแก้ปวดและคำแนะนำในการดูแลตัวเองที่บ้าน
การติดตามอาการหลังทำแท้งเป็นสิ่งสำคัญ แพทย์จะนัดตรวจติดตามภายใน 1-2 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบว่าการยุติการตั้งครรภ์สมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้รับบริการควรบันทึกอาการและติดต่อแพทย์ทันทีหากมีสัญญาณผิดปกติใดๆ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติหลังการยุติการตั้งครรภ์ ได้แก่ อาการปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือนซึ่งอาจคงอยู่ 1-2 วัน การมีเลือดออกและมีก้อนเลือดออกมาซึ่งอาจมีมากกว่าประจำเดือนปกติและคงอยู่ได้นานถึง 2-3 สัปดาห์ อาการคลื่นไส้หรืออ่อนเพลีย และอาการเจ็บหน้าอกชั่วคระอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่ต้องพบแพทย์ทันที ได้แก่ ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียสที่คงอยู่เกิน 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ การมีเลือดออกมากผิดปกติ เช่น เปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มแผ่นทุก 1 ชั่วโมงติดต่องกัน 2-3 ชั่วโมง อาการปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่สามารถบรรเทาได้ หรือมีตกค้างที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
อาการที่ต้องติดต่อแพทย์โดยด่วนยังรวมถึงอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หมดสติ หายใจลำบาก หรือมีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง เช่น ผื่นลุกลาม บวมบริเวณใบหน้าหรือลำคอ หากมีอาการเหล่านี้ให้โทรศัพท์ติดต่อสถานพยาบาลที่ทำหัตถการทันที หรือโทร 1669 สำหรับกรณีฉุกเฉิน
สัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ภายใน 24-48 ชั่วโมงแม้ไม่ถือว่าฉุกเฉิน ได้แก่ อาการปวดท้องที่เพิ่มมากขึ้นแทนที่จะลดลงหลังผ่านไป 2-3 วัน การมีเลือดออกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ หรืออาการท้องเสียหรืออาเจียนที่รุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้ การเฝ้าระวังอาการและติดต่อแพทย์เมื่อสงสัยช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองที่บ้านหลังการยุติการตั้งครรภ์ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน สำหรับการจัดการความเจ็บปวด ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) 400-600 มิลลิกรัมทุก 6-8 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพสูงในการบรรเทาอาการปวด หากต้องการยาแก้ปวดเพิ่มเติมสามารถใช้พาราเซตามอล (Paracetamol) ร่วมด้วยได้ แต่ควรห้ามใช้แอสไพริน (Aspirin) ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
การประคบร้อนบริเวณท้องน้อยด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดได้ การพักผ่อนเพียงพอและนอนหลับให้เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว ผู้รับบริการควรหยุดงานหรือกิจกรรมหนักอย่างน้อย 1-2 วัน และค่อยๆ กลับมาทำกิจกรรมปกติตามที่ร่างกายพร้อม การดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย
เรื่องสุขอนามัยมีความสำคัญมากในช่วงนี้ ควรใช้ผ้าอนามัยแบบปกติ ไม่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือแทมพอนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยและทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการใส่สิ่งใดเข้าไปในช่องคลอด รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ อาบน้ำในอ่างอาบน้ำ หรือว่ายน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หรือจนกว่าเลือดจะหยุดไหล
ด้านสุขภาพจิตใจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ผู้รับบริการอาจมีอารมณ์หลากหลาย ตั้งแต่โล่งใจไปจนถึงเศร้าโศก ความรู้สึกเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องปกติ การพูดคุยกับคนที่ไว้วางใจได้หรือขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตใจสามารถช่วยได้ สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำเพิ่มเติมได้
คำถามที่พบบ่อย
ยาแก้ปวดชนิดใดมีประสิทธิภาพดีที่สุดสำหรับการจัดการความเจ็บปวดจากการทำแท้งด้วยยา
ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) โดยเฉพาะไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ขนาด 400-600 มิลลิกรัมเป็นทางเลือกที่องค์การอนามัยโลกแนะนำเป็นอันดับแรก ยานี้มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดท้องได้ดีกว่ายาแก้ปวดชนิดอื่นๆ สามารถรับประทานได้ทุก 6-8 ชั่วโมงตามความจำเป็น หากไอบูโพรเฟนไม่เพียงพอสามารถเสริมด้วยพาราเซตามอล 500-1000 มิลลิกรัมได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงแอสไพรินเพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
ความเจ็บปวดจากการทำแท้งจะคงอยู่นานแค่ไหนและจะรุนแรงเพียงใด
ความเจ็บปวดมักรุนแรงที่สุดในช่วง 3-5 ชั่วโมงหลังใช้ยา Misoprostol และจะค่อยๆ ลดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง อาการปวดท้องเล็กน้อยคล้ายปวดประจำเดือนอาจคงอยู่ได้อีก 1-2 วันหลังจากนั้น ระดับความเจ็บปวดแตกต่างกันในแต่ละบุคคลโดยขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ประสบการณ์การคลอดบุตรมาก่อน และความไวของร่างกายต่อความเจ็บปวด หากอาการปวดรุนแรงยาวนานเกิน 3 วันหรือเพิ่มมากขึ้นแทนที่จะลดลงควรปรึกษาแพทย์
อาการผิดปกติใดบ้างที่ต้องไปพบแพทย์ทันทีหลังจากทำแท้ง
ควรพบแพทย์ทันทีหากมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียสที่คงอยู่เกิน 24 ชั่วโมง เลือดออกมากผิดปกติจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มแผ่นทุกชั่วโมงเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมงติดต่อกัน อาการปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่สามารถบรรเทาได้ ตกค้างที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงหรือหมดสติ หรือมีอาการแพ้ยารุนแรงเช่นผ่นลุกลามหรือบวมบริเวณใบหน้า อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาทันที
สามารถใช้ไอบูโพรเฟนร่วมกับยา Misoprostol สำหรับการทำแท้งด้วยยาได้หรือไม่
ได้และแนะนำให้ใช้ ไอบูโพรเฟนไม่มีผลขัดขวางการทำงานของยา Misoprostol และช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรรับประทานไอบูโพรเฟนประมาณ 30-60 นาทีก่อนใช้ยา Misoprostol เพื่อให้ยาแก้ปวดเริ่มออกฤทธิ์ก่อนที่จะเกิดอาการปวดท้อง สามารถรับประทานต่อเนื่องทุก 6-8 ชั่วโมงตามความจำเป็นเพื่อควบคุมความเจ็บปวดตลอดกระบวนการ แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับขนาดยาและความถี่ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
วิธีจัดการความเจ็บปวดที่ไม่ใช้ยามีอะไรบ้างที่สามารถช่วยได้
การประคบร้อนด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนบริเวณท้องน้อยช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดได้ดี การนวดเบาๆ บริเวณหลังส่วนล่างก็ช่วยบรรเทาอาการได้ เทคนิคการหายใจลึกๆ และผ่อนคลายร่างกายช่วยลดความตึงเครียดและรู้สึกสบายขึ้น การนอนในท่าที่สบาย เช่น นอนตะแคงข้างและงอเข่าเข้าหาตัว ช่วยลดแรงกดดันบริเวณท้องน้อย การพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำอุ่นหรือชาสมุนไพรที่ไม่มีคาเฟอีนก็ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ดีขึ้นเช่นกัน
ประจำเดือนจะกลับมาปกติเมื่อไหร่หลังจากการยุติการตั้งครรภ์
ประจำเดือนมักจะกลับมาปกติภายใน 4-8 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ โดยร่างกายจะนับวันแรกของการมีเลือดออกจากการทำแท้งเป็นวันแรกของรอบประจำเดือน รอบแรกหลังทำแท้งอาจมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น มามากกว่าหรือน้อยกว่าปกติ หรือมีก้อนเลือดออกมา สตรีส่วนใหญ่จะสามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้งภายใน 2-3 สัปดาห์หลังทำแท้ง ดังนั้นหากยังไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ควรเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดทันทีตามคำแนะนำของแพทย์
ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้รู้สึกปวดมากขึ้นในระหว่างการทำแท้ง
ปัจจัยหลายอย่างส่งผลต่อระดับความเจ็บปวด ได้แก่ อายุครรภ์ที่มากขึ้นมักทำให้มีอาการปวดมากขึ้นเพราะมดลูกต้องหดตัวมากขึ้น ผู้ที่ไม่เคยคลอดบุตรมาก่อนอาจรู้สึกปวดมากกว่าผู้ที่เคยคลอดแล้วเพราะปากมุลงคลอดยังไม่เคยขยายตัวมาก่อน ความวิตกกังวลและความเครียดทำให้ร่างกายตึงเครียดจนรู้สึกปวดมากขึ้น และประวัติการปวดประจำเดือนรุนแรงอาจบ่งชี้ว่าจะมีอาการปวดจากการทำแท้งมากกว่าคนอื่น การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและการเตรียมพร้อมด้านจิตใจช่วยลดความวิตกกังวลและจัดการกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้น
ควรดูแลตัวเองอย่างไรในด้านกิจกรรมและการออกกำลังกายหลังทำแท้ง
ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือยกของหนักอย่างน้อย 3-7 วันหลังทำแท้ง สามารถเดินเบาๆ หรือทำกิจกรรมเบาๆ ได้ตามที่ร่างกายรู้สึกสบาย ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก เช่น วิ่ง ยกน้ำหนัก หรือกีฬาที่มีการกระแทกจนกว่าจะหยุดเลือดและรู้สึกฟื้นตัวแล้ว ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรรับฟังสัญญาณของร่างกายและค่อยๆ กลับมาทำกิจกรรมตามปกติเมื่อร่างกายพร้อม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกิจกรรมใดสามารถปรึกษาแพทย์ในการนัดติดตามได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



