เลือดออกเป็นก้อนหลังทำแท้งเป็นเรื่องปกติในกระบวนการฟื้นตัวของร่างกาย โดยก้อนเลือดขนาดเล็กถึงขนาดลูกกอล์ฟถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และอาจมีเลือดออกนาน 1-2 สัปดาห์หรือจนถึงรอบเดือนถัดไป อย่างไรก็ตาม หากก้อนเลือดมีขนาดใหญ่กว่าผลมะนาว หรือมีเลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบหนา 2 ผืนภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษา
เลือดออกเป็นก้อนหลังทำแท้ง ปกติไหม คืออะไร
หลังจากการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำแท้งด้วยยาหรือการผ่าตัด ร่างกายจะเริ่มกระบวนการขับเนื้อเยื่อและซ่อมแซมมหลอดเลือดภายในมูลปลาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกและก้อนเลือดตามมา ก้อนเลือดเหล่านี้เกิดจากการแข็งตัวของเลือดและเนื้อเยื่อที่ถูกขับออกมา ซึ่งเป็นกลไกป้องกันการเสียเลือดมากเกินไปของร่างกาย
ขนาดของก้อนเลือดที่ถือว่าปกติมีตั้งแต่ขนาดเหรียญเล็ก (ประมาณ 5 บาท) ไปจนถึงขนาดลูกกอล์ฟ โดยเฉพาะในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังทำแท้ง อาจมีก้อนเลือดออกมาพร้อมกับการมีเลือดออกมาก ปริมาณเลือดและก้อนเลือดจะค่อยๆ ลดลงภายใน 3-5 วัน และเปลี่ยนเป็นเลือดสีน้ำตาลหรือสีชมพูอ่อนในสัปดาห์ถัดมา
อย่างไรก็ตาม หากก้อนเลือดมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หรือมีเลือดออกมากผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น เนื้อเยื่อตกค้างในมดลูก หรือการบาดเจ็บของมดลูก ซึ่งต้องได้รับการตรวจและรักษาโดยแพทย์
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
กระบวนการฟื้นตัวหลังการยุติการตั้งครรภ์แบ่งเป็นช่วงเวลา ดังนี้:
- 24-48 ชั่วโมงแรก: เป็นช่วงที่มีเลือดออกมากที่สุด อาจมีก้อนเลือดขนาดเล็กถึงขนาดลูกกอล์ฟ ปวดท้องคล้ายมีประจำเดือน ตะคริวมดลูก และมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยได้
- วันที่ 3-7: ปริมาณเลือดจะค่อยๆ ลดลง ก้อนเลือดเล็กลง สีเลือดเปลี่ยนจากสีแดงสดเป็นสีน้ำตาลหรือแดงเข้ม อาการปวดท้องลดลงแต่อาจยังรู้สึกปวดเมื่อยได้
- สัปดาห์ที่ 2-4: เลือดออกลดลงเหลือเลือดออกเป็นหยดหรือตกขาว สีเลือดเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีชมพู อาจมีเลือดออกเป็นระยะจนถึงรอบเดือนถัดไป
- หลัง 4-6 สัปดาห์: รอบเดือนจะกลับมาเป็นปกติ ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ หากยังมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อตรวจติดตาม
สิ่งที่แตกต่างระหว่างวิธีการทำแท้ง:
- การทำแท้งด้วยยา (Medical Abortion): กระบวนการเกิดขึ้นช้ากว่า อาจมีเลือดออกและก้อนเลือดมากขึ้นในช่วง 4-6 ชั่วโมงหลังรับประทานยา Misoprostol ระยะเวลาเลือดออกอาจนานขึ้นถึง 2-3 สัปดาห์
- การทำแท้งด้วยการผ่าตัด (Surgical Abortion): เลือดออกน้อยกว่าและระยะเวลาสั้นกว่า โดยทั่วไป 1-2 สัปดาห์ ก้อนเลือดมักมีขนาดเล็กกว่า
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:
- เลือดออกคล้ายมีประจำเดือนหนัก นาน 1-2 สัปดาห์
- ก้อนเลือดขนาดเล็กถึงขนาดลูกกอล์ฟ โดยเฉพาะใน 2-3 วันแรก
- ปวดท้องหรือตะคริวมดลูก คล้ายอาการปวดประจำเดือน
- อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือมีไข้เล็กน้อย (ต่ำกว่า 38°C) ใน 24 ชั่วโมงแรก
- เต้านมตึงหรืออ่อนไหว เนื่องจากระดับฮอร์โมนยังคงเปลี่ยนแปลง
- อารมณ์แปรปรวนหรือรู้สึกเศร้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที:
- ก้อนเลือดขนาดใหญ่กว่าผลมะนาว หรือมีก้อนเลือดขนาดใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
- เลือดออกมากผิดปกติ จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบหนา 2 ผืนภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 ชั่วโมงขึ้นไป
- มีไข้สูงกว่า 38°C นาน 24 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีไข้สูงร่วมกับตัวสั่นและเหงื่อออกผิดปกติ
- ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ดีขึ้นด้วยยาแก้ปวด หรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ เป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
- วิงเวียนศีรษะรุนแรง หน้ามืด หัวใจเต้นเร็ว หรือหมดสติ
- เลือดออกไม่หยุดหรือมากขึ้นหลังจากผ่านไป 7 วัน
- อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียอย่างรุนแรงที่ไม่ดีขึ้น
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรติดต่อแพทย์ที่ทำหัตถการ หรือโทรไปที่สายด่วน 1663 เพื่อขอคำแนะนำ หรือไปห้องฉุกเฉิน หากอาการรุนแรง
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น:
การดูแลทางกาย:
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักหรือยกของหนักอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- ใช้ผ้าอนามัยภายนอก ห้ามใช้แทมพองภายในช่องคลอดเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- เช็ดช่องคลอดจากหน้าไปหลัง ใช้น้ำสะอาด หลีกเลี่ยงสบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องคลอดที่มีน้ำหอม
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดออกจะหยุดสนิท
- ไม่อาบน้ำแช่ตัว ไม่ว่ายน้ำ หรือนั่งในอ่างน้ำร้อนจนกว่าเลือดออกจะหยุด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะธาตุเหล็กเพื่อชดเชยเลือดที่เสียไป
การจัดการอาการปวดและอาการอื่นๆ:
- ใช้ยาแก้ปวดที่แพทย์แนะนำ เช่น Ibuprofen หรือ Paracetamol ตามที่แพทย์สั่ง
- ประคบถุงน้ำอุ่นบริเวณท้องน้อยเพื่อช่วยลดอาการตะคริว
- หากมีอาการคลื่นไส้ ให้รับประทานอาหารเบาๆ บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงอาหารมันหรือรสจัด
การดูแลสุขภาพจิต:
- การตั้งครรภ์และการทำแท้งส่งผลต่อระดับฮอร์โมน ทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- หากรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรือท่วมท้น ควรพูดคุยกับคนที่ไว้วางใจหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
- โทร 1323 สายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต หากต้องการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
การนัดติดตามผล:
- นัดตรวจติดตามผลกับแพทย์ตามที่แนะนำ โดยทั่วไปภายใน 2-4 สัปดาห์หลังทำแท้ง
- หากทำแท้งด้วยยา แพทย์อาจนัดตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อยืนยันว่าไม่มีเนื้อเยื่อตกค้าง
- ปรึกษาแพทย์เรื่องการคุมกำเนิด เนื่องจากร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังทำแท้ง
คำถามที่พบบ่อย
ก้อนเลือดขนาดไหนถือว่าปกติหลังทำแท้ง
ก้อนเลือดที่มีขนาดตั้งแต่เหรียญ 5 บาทไปจนถึงขนาดลูกกอล์ฟถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยเฉพาะในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังทำแท้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังขับเนื้อเยื่อและเลือดออกมา อย่างไรก็ตาม หากก้อนเลือดมีขนาดใหญ่กว่าผลมะนาว หรือมีก้อนเลือดขนาดใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่องหลายก้อน ควรติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ามีเนื้อเยื่อตกค้างหรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ปริมาณและขนาดของก้อนเลือดจะค่อยๆ ลดลงภายใน 3-5 วัน และเปลี่ยนเป็นเลือดสีเข้มมากขึ้นในสัปดาห์ถัดไป
เลือดออกนานแค่ไหนหลังทำแท้งถึงจะปกติ
ระยะเวลาที่เลือดออกหลังทำแท้งแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยทั่วไปจะมีเลือดออกนาน 1-2 สัปดาห์ หรือในบางกรณีอาจนานถึง 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการทำแท้ง หากทำแท้งด้วยยา อาจมีเลือดออกนานกว่าการทำแท้งด้วยการผ่าตัด ปริมาณเลือดจะมากที่สุดใน 2-3 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆ ลดลงเหลือเลือดออกเป็นหยดหรือตกขาวสีน้ำตาล บางคนอาจมีเลือดออกเป็นระยะจนถึงรอบเดือนถัดไป ซึ่งถือว่าปกติ แต่หากเลือดออกมากขึ้นหลังจากลดลงไปแล้ว หรือมีเลือดออกมากเกินไปนาน ควรปรึกษาแพทย์
อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่ เลือดออกมากผิดปกติจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบหนา 2 ผืนภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 ชั่วโมงขึ้นไป มีก้อนเลือดขนาดใหญ่กว่าผลมะนาวหรือมีก้อนเลือดใหญ่ออกมาต่อเนื่อง มีไข้สูงกว่า 38°C นาน 24 ชั่วโมงพร้อมตัวสั่น ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ วิงเวียนศีรษะหน้ามืดหรือหมดสติ และหากเลือดไม่หยุดหรือมากขึ้นหลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อ เนื้อเยื่อตกค้าง หรือมดลูกบาดเจ็บ ควรรีบติดต่อแพทย์ที่ทำหัตถการ โทร 1663 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
ทำไมถึงมีก้อนเลือดออกมาหลังทำแท้ง
ก้อนเลือดที่ออกมาหลังทำแท้งเกิดจากกลไกปกติของร่างกายในการหยุดเลือด เมื่อมีการยุติการตั้งครรภ์ มดลูกจะหดตัวเพื่อขับเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ออก ในขณะเดียวกัน หลอดเลือดที่แตกจะมีการสร้างก้อนเลือด (blood clot) เพื่อปิดแผลและป้องกันการเสียเลือดมากเกินไป ก้อนเลือดเหล่านี้ประกอบด้วยเลือดที่แข็งตัว เนื้อเยื่อ และบางครั้งอาจมีชิ้นส่วนของรก กระบวนการนี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นระหว่างมีประจำเดือนปกติ แต่อาจมีปริมาณมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังทำแท้ง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังซ่อมแซมและฟื้นตัวตามปกติ
สีของเลือดหลังทำแท้งเป็นอย่างไร
สีของเลือดหลังทำแท้งจะเปลี่ยนไปตามระยะเวลาการฟื้นตัว ในช่วง 1-3 วันแรก เลือดจะมีสีแดงสด เหมือนเลือดประจำเดือนวันแรก อาจมีก้อนเลือดสีแดงเข้มหรือม่วงแดง ในวันที่ 4-7 สีเลือดจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือน้ำตาล เนื่องจากเลือดถูกออกซิไดซ์ ปริมาณจะลดลงและไหลช้าลง หลังจากสัปดาห์แรก เลือดจะมีสีน้ำตาลอ่อน สีชมพู หรือเป็นตกขาวสีน้ำตาลจางๆ และจะหยุดไปเองภายใน 2-4 สัปดาห์ การเปลี่ยนสีแบบนี้ถือว่าปกติ แต่หากเลือดมีสีแดงสดติดต่อกันนานกว่า 7 วัน หรือมีสีเขียว เหลือง หรือมีกลิ่นเหม็น อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ ควรรีบพบแพทย์
การติดเชื้อหลังทำแท้งมีอาการอย่างไร
การติดเชื้อหลังทำแท้งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่หายากแต่ต้องได้รับการรักษาทันที อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ มีไข้สูงกว่า 38°C นาน 24 ชั่วโมงขึ้นไปพร้อมตัวสั่นและเหงื่อออก ตกขาวมีสีเหลืองหรือเขียวหรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ปวดท้องรุนแรงที่มากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้น อ่อนเพลียมาก วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้อาเจียนอย่างต่อเนื่อง หรือมีอาการปวดบวมบริเวณอุ้งเชิงกราน หากมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะการติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอาจแพร่กระจายเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การรักษาจะใช้ยาปฏิชีวนะ และในบางกรณีอาจต้องขูดมดลูกเพื่อเอาเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก
เมื่อไหร่ควรโทรหาแพทย์หลังทำแท้ง
ควรติดต่อแพทย์ทันทีหากมีสัญญาณผิดปกติใดๆ เช่น เลือดออกมากผิดปกติ ก้อนเลือดขนาดใหญ่ ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้ ควรโทรหาแพทย์หากมีคำถามหรือความกังวลเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น แม้จะไม่รุนแรง เช่น เลือดออกนานผิดปกติ หรือไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นปกติหรือไม่ สามารถติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ทำหัตถการได้โดยตรง หรือโทร 1663 สายด่วนกรมอนามัยเพื่อขอคำปรึกษาจากพยาบาลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การโทรปรึกษาเร็วจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงขึ้น และช่วยให้คุณมีความสบายใจมากขึ้นในกระบวนการฟื้นตัว
การทำแท้งด้วยยาและการทำแท้งด้วยการผ่าตัดมีเลือดออกต่างกันอย่างไร
การทำแท้งด้วยยา (Medical Abortion) จะมีเลือดออกมากกว่าและนานกว่าการทำแท้งด้วยการผ่าตัด เนื่องจากกระบวนการเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยา Misoprostol จะกระตุ้นให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออกมาเอง อาจมีเลือดออกมากและก้อนเลือดในช่วง 4-8 ชั่วโมงหลังรับประทานยา และอาจมีเลือดออกเบาๆ ต่อเนื่องนาน 2-3 สัปดาห์ ในขณะที่การทำแท้งด้วยการผ่าตัด (Surgical Abortion) เช่น Vacuum Aspiration แพทย์จะดูดเนื้อเยื่อออกทั้งหมดในระหว่างหัตถการ ทำให้เลือดออกน้อยกว่าและสั้นกว่า โดยทั่วไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก้อนเลือดมักมีขนาดเล็กกว่า และอาการปวดน้อยกว่า ทั้งสองวิธีปลอดภัยเท่าเทียมกัน แต่ผลข้างเคียงและประสบการณ์แตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



