การทำแท้งที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์หรือความสำเร็จของ IVF ในอนาคต จากการศึกษาระดับชาติในฟินแลนด์พบว่ามีเพียง 0.4% ของผู้หญิงที่ต้องการการรักษา IVF หลังจากการทำแท้ง และภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งไม่เกี่ยวข้องกับความจำเป็นในการใช้ IVF ในอนาคต ในประเทศไทย การทำแท้งถูกกฎหมายและสามารถทำได้ตามต้องการจนถึงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยมีสถานพยาบาลที่ให้บริการกว่า 110 แห่งทั่วประเทศ
ทำแท้งแล้วทำ IVF ได้ไหม ผลกระทบต่อเจริญพันธุ์ คืออะไร
การทำแท้งที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ในอนาคต การศึกษาวิจัยจากหลายประเทศแสดงให้เห็นว่าการทำแท้งด้วยยาหรือผ่าตัดที่ทำโดยแพทย์มีความปลอดภัยสูง และไม่ทำให้มีปัญหาในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปหรือความสำเร็จของ IVF
จากการศึกษาระดับชาติในฟินแลนด์ที่ติดตามผู้หญิงกว่า 4,900 รายที่ทำแท้งพบว่ามีเพียง 0.4% ที่ต้องการการรักษา IVF ภายใน 1-3 ปีหลังจากการทำแท้ง อัตราที่ต่ำมากนี้ชี้ให้เห็นว่าการทำแท้งเองไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงหลักต่อปัญหาเจริญพันธุ์ นอกจากนี้ แม้จะมีภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้ง เช่น การติดเชื้อ การมีเลือดออกมาก หรือการขูดมดลูกซ้ำ ก็ไม่พบความเกี่ยวข้องกับความจำเป็นในการใช้ IVF ในอนาคต
สิ่งที่สำคัญคือการเลือกทำแท้งในสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมายและได้มาตรฐาน ในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 การทำแท้งถูกกฎหมายและสามารถทำได้ตามต้องการจนถึงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยมีสถานพยาบาลที่ให้บริการกว่า 110 แห่งทั่วประเทศ การทำแท้งที่ถูกต้องและปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลต่อการเจริญพันธุ์ในอนาคต
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การทำแท้งในประเทศไทยมีสองวิธีหลักที่ปลอดภัยและได้รับการรับรอง ได้แก่ การทำแท้งด้วยยาและการทำแท้งด้วยวิธีผ่าตัด โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมตามอายุครรภ์และสภาพสุขภาพของผู้หญิงแต่ละคน
การทำแท้งด้วยยา (Medical Abortion): เหมาะสำหรับการตั้งครรภ์ไม่เกิน 10-12 สัปดาห์ ใช้ยาสองชนิดคือ Mifepristone และ Misoprostol ภายใต้การดูแลของแพทย์ Mifepristone จะทำหน้าที่หยุดการทำงานของฮอร์โมนที่ทำให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไป ตามด้วย Misoprostol ภายใน 24-48 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออก กระบวนการนี้คล้ายกับการมีประจำเดือน โดยจะมีเลือดออกและปวดท้องประมาณ 4-8 ชั่วโมง
การทำแท้งด้วยวิธีผ่าตัด (Surgical Abortion): ใช้กับการตั้งครรภ์ที่เกิน 12 สัปดาห์หรือในกรณีที่การทำแท้งด้วยยาไม่เหมาะสม วิธีที่นิยมใช้คือ Vacuum Aspiration (การดูดสุญญากาศ) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที โดยแพทย์จะให้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึกก่อนทำหัตถการ ผู้หญิงสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
หลังการทำแท้ง แพทย์จะนัดติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบว่าการยุติการตั้งครรภ์สมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน การติดตามผลเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่ามดลูกฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ และไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ในอนาคต ค่าบริการการทำแท้งในประเทศไทยอยู่ในช่วง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการและอายุครรภ์ โดยผู้ที่มีสิทธิบัตรทองสามารถรับเงินอุดหนุนจากสปสช. 3,000 บาท
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
หลังการทำแท้ง ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีผลข้างเคียงที่เป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ ลดลงภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักแยกแยะระหว่างอาการปกติกับสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นเรื่องปกติ:
- เลือดออกทางช่องคลอด: เป็นเรื่องปกติที่จะมีเลือดออกคล้ายประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย โดยอาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็ก เลือดออกอาจดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ และค่อยๆ เบาลง
- ปวดท้องหรือปวดบิด: คล้ายกับอาการปวดประจำเดือน สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์แนะนำ
- คลื่นไส้ อาเจียน: อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังการทำแท้ง โดยเฉพาะการทำแท้งด้วยยา
- อ่อนเพลีย: ร่างกายต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อฟื้นตัว
- เต้านมบวมหรือแน่น: เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จะค่อยๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- มีไข้สูงกว่า 38°C: อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในมดลูก
- เลือดออกมากผิดปกติ: เปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมงติดต่อกันเป็นเวลา 2 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่
- ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาแก้ปวด: อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน
- ตกขาวที่มีกลิ่นเหม็น: อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
- อาเจียนรุนแรงหรือท้องเสียไม่หยุด: อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ
- อาการตั้งครรภ์ยังคงมีอยู่หลังจาก 1 สัปดาห์: อาจบ่งชี้ว่าการยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์
หากพบอาการเหล่านี้ ให้รีบติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือไปพบแพทย์ที่ทำแท้งให้ทันที การรักษาอาการแทรกซ้อนอย่างทันท่วงทีจะช่วยป้องกันปัญหาระยะยาวต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังการทำแท้งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีและไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ในอนาคต
การพักผ่อนและกิจกรรม: ควรพักผ่อนให้เพียงพอในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นสามารถกลับมาทำกิจวัตรปกติได้ตามความสามารถของร่างกาย แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือยกของหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
การรักษาความสะอาด: ควรใช้ผ้าอนามัยแทนการใช้แทมปอน หลีกเลี่ยงการสระผมนาน การแช่ตัวในอ่างน้ำ หรือการว่ายน้ำในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ควรอาบน้ำด้วยสบู่อ่อนๆ และเช็ดตัวให้แห้งสะอาด
การมีเพศสัมพันธ์: แพทย์แนะนำให้งดเว้นการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังการทำแท้ง หรือจนกว่าเลือดออกจะหยุดสนิท เพื่อให้ปากมดลูกปิดสนิทและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ เมื่อกลับมามีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีคุมกำเนิดอื่นๆ เนื่องจากอาจตั้งครรภ์ได้ทันทีแม้ยังไม่มีประจำเดือน
การกลับมาตั้งครรภ์อีกครั้ง: ประจำเดือนมักจะกลับมาเป็นปกติภายใน 4-6 สัปดาห์หลังการทำแท้ง การตกไข่สามารถเกิดขึ้นได้เร็วถึง 2 สัปดาห์หลังการทำแท้ง หากต้องการตั้งครรภ์อีกครั้ง แพทย์แนะนำให้รอจนกว่าประจำเดือนจะกลับมาเป็นปกติอย่างน้อย 1-2 รอบ เพื่อให้ร่างกายและมดลูกฟื้นตัวสมบูรณ์ หากวางแผนจะทำ IVF ควรปรึกษาแพทย์เจริญพันธุ์เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายและกำหนดเวลาที่เหมาะสม
การดูแลสุขภาพจิต: การทำแท้งอาจส่งผลกระทบทางอารมณ์ หากรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรือต้องการคนพูดคุย สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษา การดูแลสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวที่สมบูรณ์
คำถามที่พบบ่อย
ทำแท้งแล้วจะมีลูกยากไหม?
การทำแท้งที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายโดยทั่วไปไม่ทำให้มีลูกยากในอนาคต การศึกษาวิจัยจากหลายประเทศยืนยันว่าผู้หญิงที่ทำแท้งสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติภายหลัง สิ่งสำคัญคือต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังการทำแท้งอย่างเคร่งครัด ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์มักเกี่ยวข้องกับอายุ สภาวะสุขภาพพื้นฐาน และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้น้อยมาก เช่น การติดเชื้อรุนแรง มากกว่าการทำแท้งเอง
การทำแท้งส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของ IVF หรือไม่?
จากการศึกษาระดับชาติในฟินแลนด์พบว่าการทำแท้งไม่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของ IVF ในอนาคต มีเพียง 0.4% ของผู้หญิงที่ทำแท้งต้องการการรักษา IVF ภายใน 1-3 ปีหลังจากนั้น ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมาก นอกจากนี้ แม้จะมีภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้ง เช่น การติดเชื้อหรือการขูดมดลูกซ้ำ ก็ไม่พบความเกี่ยวข้องกับความจำเป็นในการใช้ IVF ในอนาคต ความสำเร็จของ IVF ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ คุณภาพของไข่และอสุจิ และสภาวะของมดลูก การทำแท้งที่ถูกวิธีและปลอดภัยไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
ทำแท้งกี่ครั้งถึงจะส่งผลต่อการเจริญพันธุ์?
ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าจำนวนครั้งของการทำแท้งจะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ สิ่งสำคัญกว่าคือวิธีการและความปลอดภัยในการทำแท้งแต่ละครั้ง การทำแท้งที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถทำได้หลายครั้งโดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ อย่างไรก็ตาม หากมีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อรุนแรงหรือการขูดมดลูกบ่อยครั้งซึ่งอาจทำให้เกิดพังผืดในมดลูก อาจมีผลกระทบได้ ดังนั้นการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และการติดตามผลทุกครั้งเป็นสิ่งสำคัญ
ทำแท้งด้วยยากับผ่าตัดวิธีไหนปลอดภัยกว่าต่อการมีลูกในอนาคต?
ทั้งสองวิธีมีความปลอดภัยเท่าเทียมกันต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ในอนาคต หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน การทำแท้งด้วยยาเหมาะสำหรับการตั้งครรภ์ในระยะต้น ไม่เกิน 10-12 สัปดาห์ และไม่ต้องผ่าตัด ลดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือในมดลูก ส่วนการทำแท้งด้วยวิธีผ่าตัดหรือดูดสุญญากาศมีข้อดีคือใช้เวลาสั้นและผลลัพธ์ชัดเจนทันที การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และสภาพสุขภาพของแต่ละคน แพทย์จะแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้หญิงเป็นหลัก
หลังทำแท้งนานแค่ไหนถึงจะทำ IVF ได้?
แพทย์แนะนำให้รอจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวสมบูรณ์ก่อนเริ่มกระบวนการ IVF โดยทั่วไปควรรออย่างน้อย 1-3 รอบประจำเดือนหลังการทำแท้ง หรือประมาณ 1-3 เดือน เพื่อให้มดลูกและฮอร์โมนกลับสู่สภาวะปกติ ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ที่ทำแท้ง วิธีการที่ใช้ และการฟื้นตัวของร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์เจริญพันธุ์เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ตรวจสอบสภาพมดลูก และวางแผนเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มต้น IVF เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ
Asherman's Syndrome คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการทำแท้งอย่างไร?
Asherman's Syndrome หรือภาวะพังผืดในมดลูก เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อแผลเป็นเกิดขึ้นภายในมดลูก ทำให้ผนังมดลูกติดกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อประจำเดือนและความสามารถในการเจริญพันธุ์ ภาวะนี้อาจเกิดจากการขูดมดลูกหลังการทำแท้งหรือคลอดบุตร โดยเฉพาะหากทำหลายครั้งหรือมีการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม โอกาสเกิด Asherman's Syndrome จากการทำแท้งที่ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเทคนิคที่ถูกต้องนั้นต่ำมาก อาการของภาวะนี้อาจรวมถึงประจำเดือนน้อยหรือหยุด ปวดท้องประจำเดือน หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์ หากสงสัยว่ามีภาวะนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาได้
การทำแท้งถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่?
ใช่ การทำแท้งถูกกฎหมายในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ผู้หญิงสามารถทำแท้งได้ตามต้องการจนถึงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์โดยไม่มีเงื่อนไข โดยต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์สามารถทำได้ทันทีหลังรับคำปรึกษา ส่วนในช่วง 12-20 สัปดาห์ต้องได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่ให้บริการกว่า 110 แห่งทั่วประเทศ และผู้ที่มีสิทธิบัตรทองสามารถรับเงินอุดหนุนจากสปสช. 3,000 บาท
ต้องแจ้งประวัติการทำแท้งกับแพทย์ IVF ไหม?
ควรแจ้งประวัติการทำแท้งกับแพทย์เจริญพันธุ์อย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าการทำแท้งโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของ IVF แต่ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินสุขภาพโดยรวมของระบบสืบพันธุ์ได้ดีขึ้น และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล หากมีภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้ง เช่น การติดเชื้อหรือการขูดมดลูกซ้ำ แพทย์อาจต้องตรวจสอบสภาพมดลูกเพิ่มเติมก่อนเริ่มกระบวนการ IVF ข้อมูลทางการแพทย์ทั้งหมดจะได้รับการเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการรักษาเท่านั้น การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จของ IVF และความปลอดภัยของคุณ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



