← กลับไปหน้าบทความคำถามที่พบบ่อย

ทำแท้งครั้งแรก สิ่งที่ควรรู้และเตรียมตัว

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·4 สิงหาคม 2569
ทำแท้งครั้งแรก สิ่งที่ควรรู้และเตรียมตัว

การทำแท้งครั้งแรกในประเทศไทยเป็นบริการทางการแพทย์ที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย สามารถทำได้ถึงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยไม่เกิน 12 สัปดาห์ไม่ต้องมีเงื่อนไข 12-20 สัปดาห์ต้องผ่านการปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงได้ผ่านสายด่วน 1663 หรือเครือข่าย RSA ทั่วประเทศ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-15,000 บาท ขึ้นกับวิธีและอายุครรภ์

ทำแท้งครั้งแรก สิ่งที่ควรรู้และเตรียมตัว คืออะไร

การทำแท้งครั้งแรกหมายถึงการยุติการตั้งครรภ์โดยวิธีการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีใบอนุญาต ตามกฎหมายไทยปัจจุบันที่แก้ไขเมื่อปี พ.ศ. 2564-2565 ผู้ที่ตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงบริการนี้ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์

สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือวิธีการทำแท้งมีสองแบบหลัก ได้แก่ การใช้ยา (Medical Abortion) ซึ่งใช้ได้ในอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ และ การดูดสุญญากาศ (Vacuum Aspiration) ที่ใช้ได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ขึ้นไป การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้กระบวนการดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

ก่อนไปรับบริการ ควรเตรียมดังนี้:

  • บัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารแสดงตน
  • ผลตรวจเลือดหรือผลตรวจครรภ์ (ถ้ามี)
  • ประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว
  • ผู้ติดตาม (ไม่บังคับแต่แนะนำ)
  • เงินหรือสิทธิ์การรักษา (บัตรทอง/ประกันสังคม ใช้ได้)

หากอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถทำแท้งได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ปกครองตามกฎหมายปัจจุบัน แต่แพทย์อาจแนะนำให้ปรึกษาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

เมื่อเข้าถึงสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต กระบวนการจะเริ่มจากการตรวจประเมินและรับคำปรึกษาก่อนทุกครั้ง แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และยืนยันอายุครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์ จากนั้นจะอธิบายวิธีการทำแท้งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ พร้อมให้ข้อมูลเรื่องความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

กรณีใช้ยา (Medical Abortion):

  • รับยา Mifepristone 1 เม็ดที่คลินิก แล้วรับยา Misoprostol ติดกลับบ้าน
  • รับประทาน Misoprostol ที่บ้านหลัง 24-48 ชั่วโมง
  • มดลูกจะเริ่มหดตัวภายใน 1-4 ชั่วโมง มีเลือดออกและตกเลือด
  • กระบวนการใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง บางรายอาจนานถึง 24 ชั่วโมง
  • นัดตรวจติดตามหลัง 1-2 สัปดาห์

กรณีดูดสุญญากาศ (Vacuum Aspiration):

  • ได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ
  • แพทย์ใช้อุปกรณ์พิเศษดูดเนื้อเยื่อออกจากมดลูก
  • ใช้เวลา 5-10 นาที พักฟื้น 1-2 ชั่วโมงกลับบ้านได้
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระบวนการเร็วและควบคุมเวลาได้

ทั้งสองวิธีมีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 95% เมื่อทำโดยแพทย์ที่ผ่านการอบรม ผู้รับบริการสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้หลังรับคำปรึกษาจากแพทย์

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

หลังการทำแท้ง อาการบางอย่างเป็นเรื่องปกติและจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน แต่มีบางอาการที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที การรู้จักแยกแยะจะช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นปกติ:

  • เลือดออกคล้ายประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย นาน 1-2 สัปดาห์
  • ปวดท้องคล้ายประจำเดือน บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดธรรมดา
  • คลื่นไส้ อาเจียน (โดยเฉพาะวิธีใช้ยา)
  • เหนื่อยล้า ปวดศีรษะเล็กน้อย
  • มีก้อนเลือดขนาดเล็กออกมา (ไม่ใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ)

สัญญาณเตือนที่ต้องติดต่อแพทย์ทันที:

  • เลือดออกมากผิดปกติ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยเกิน 2 ชิ้นต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • มีไข้สูง (38°C ขึ้นไป) นานเกิน 4 ชั่วโมงหลังรับยา
  • ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่สามารถบรรเทาได้
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น อาจเป็นสัญญาณการติดเชื้อ
  • วิงเวียนศีรษะมาก หน้ามืด หรือใจสั่น

หากพบอาการเหล่านี้ ให้โทรติดต่อสถานพยาบาลที่ทำแท้งทันที หรือโทร 1663 สายด่วนกรมอนามัยเพื่อขอคำแนะนำ อย่ารอจนอาการแย่ลง

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การพักฟื้นที่เหมาะสมและการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

สิ่งที่ควรทำ:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ 1-2 วันแรก หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ
  • ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะให้ครบ
  • อาบน้ำได้ แต่หลีกเลี่ยงการแช่น้ำนาน
  • ติดตามอาการและไปตรวจตามนัดทุกครั้ง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดจะหยุด
  • ไม่ใช้แทมพอนหรือสิ่งใดใส่ทางช่องคลอด
  • งดออกกำลังกายหนักหรือยกของหนัก
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

การวางแผนคุมกำเนิด: ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งภายใน 2-3 สัปดาห์หลังทำแท้ง ดังนั้นควรเริ่มคุมกำเนิดทันทีหากไม่พร้อมตั้งครรภ์ แพทย์สามารถให้คำแนะนำและใส่ห่วงคุมกำเนิดหรือฉีดยาได้ทันทีหลังทำแท้ง

สุขภาพจิตใจ: บางคนอาจรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้าหรือผิดหวัง ทั้งหมดเป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกกดดันหรือต้องการพูดคุย สามารถโทร 1663 เพื่อปรึกษานักจิตวิทยาได้ฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ทำแท้งครั้งแรกเจ็บไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ความเจ็บขึ้นกับวิธีการที่เลือก กรณีใช้ยา จะมีอาการปวดท้องคล้ายประจำเดือนรุนแรงขึ้น สามารถใช้ยาแก้ปวดช่วยบรรเทาได้ กรณีดูดสุญญากาศ จะได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบจึงไม่เจ็บระหว่างทำ การเตรียมตัวที่ดีคือ พักผ่อนให้เพียงพอก่อนนัด เตรียมเอกสารและผู้ติดตาม และเตรียมผ้าอนามัยสำหรับใช้หลังทำแท้ง

ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งในประเทศไทยเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-15,000 บาท ขึ้นกับวิธีการและอายุครรภ์ วิธีใช้ยาโดยทั่วไปค่าใช้จ่ายต่ำกว่าวิธีดูดสุญญากาศ หากมีสิทธิ์บัตรทองหรือประกันสังคม สามารถใช้สิทธิ์รักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียเพียงบางส่วน ควรสอบถามที่สถานพยาบาลก่อนนัดเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม

ทำแท้งด้วยยากับวิธีดูดสุญญากาศต่างกันอย่างไร?

วิธีใช้ยาเหมาะกับอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ ทำที่บ้านได้ คล้ายประจำเดือนที่มากขึ้น ใช้เวลาหลายชั่วโมง ส่วนวิธีดูดสุญญากาศใช้ได้กับอายุครรภ์ 6 สัปดาห์ขึ้นไป ทำที่คลินิก ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที ได้รับยาระงับความรู้สึก กลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ทั้งสองวิธีปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน การเลือกขึ้นกับความต้องการส่วนบุคคลและคำแนะนำของแพทย์

หลังทำแท้งต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?

ควรพักผ่อนอย่างน้อย 1-2 วัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและการยกของหนัก ส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานหรือเรียนหนังสือได้ภายใน 2-3 วัน แต่ร่างกายของแต่ละคนฟื้นตัวไม่เท่ากัน หากรู้สึกเหนื่อยหรือปวดมาก ควรพักเพิ่ม ควรงดออกกำลังกายหนักและมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดจะหยุดและร่างกายพร้อม

สามารถทำแท้งได้ที่ไหนบ้างในประเทศไทย?

สามารถทำได้ที่สถานพยาบาลที่เป็นสมาชิกเครือข่าย RSA (Reproductive Health Service Access) ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และคลินิกที่ได้รับอนุญาต ค้นหาสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ที่ rsathai.org หรือโทรสอบถามที่สายด่วน 1663 ซึ่งจะให้ข้อมูลและช่วยนัดหมายให้ ห้ามซื้อยาทำแท้งทางออนไลน์หรือทำเองโดยไม่มีแพทย์ เพราะอันตรายและผิดกฎหมาย

ต้องมีใครมาด้วยไหมเวลาไปทำแท้ง?

ไม่จำเป็นต้องมีใครมาด้วยตามกฎหมาย แต่แนะนำให้มีผู้ติดตามเพื่อดูแลและพากลับบ้าน โดยเฉพาะกรณีทำแท้งด้วยวิธีดูดสุญญากาศที่ได้รับยาระงับความรู้สึก อาจมีอาการง่วงหรือเวียนศีรษะหลังทำ กรณีใช้ยา สามารถไปคนเดียวได้ แต่ควรมีคนอยู่ด้วยที่บ้านเพื่อช่วยเหลือหากมีอาการผิดปกติ ผู้ติดตามไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ อาจเป็นเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจได้

ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถทำแท้งได้เองไหม?

ได้ ตามกฎหมายปัจจุบันไม่กำหนดให้ต้องมีความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้เยาว์สามารถตัดสินใจทำแท้งได้เองภายในกรอบกฎหมาย แต่แพทย์อาจแนะนำให้ปรึกษาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ เช่น พ่อแม่ ครู หรือนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อรับการสนับสนุนทางจิตใจและการดูแลหลังทำแท้ง หากต้องการคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ สามารถโทร 1663 เพื่อคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเป็นความลับ

ใช้สิทธิ์บัตรทองหรือประกันสังคมทำแท้งได้หรือไม่?

ได้ ทั้งสิทธิ์บัตรทอง สิทธิ์ข้าราชการ และประกันสังคมสามารถใช้รับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ ตามกฎหมายและประกาศกระทรวงสาธารณสุข แต่ต้องไปที่สถานพยาบาลที่รับสิทธิ์นั้นๆ และอยู่ในเครือข่าย RSA ควรโทรสอบถามล่วงหน้าว่าสิทธิ์ของคุณใช้ได้หรือไม่ และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง บางแห่งอาจมีการตรวจสอบสิทธิ์หรือส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหลักที่ลงทะเบียนไว้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกายหลังทำแท้ง ข้อควรระวัง พักฟื้นอย่างปลอดภัยสุขภาพ
ออกกำลังกายหลังทำแท้ง ข้อควรระวัง พักฟื้นอย่างปลอดภัย
3 สิงหาคม 2569
วิธีช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังทำแท้ง: คู่มือสำหรับผู้ให้การสนับสนุนสุขภาพจิต
วิธีช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังทำแท้ง: คู่มือสำหรับผู้ให้การสนับสนุน
2 สิงหาคม 2569
ประจำเดือนผิดปกติหลังทำแท้ง สาเหตุและวิธีรับมือสุขภาพ
ประจำเดือนผิดปกติหลังทำแท้ง สาเหตุและวิธีรับมือ
1 สิงหาคม 2569