การตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิดทำให้ต้องเผชิญกับการตัดสินใจสำคัญ: ยุติการตั้งครรภ์ ส่งบุตรให้ครอบครัวอื่นเลี้ยงดูผ่านระบบบุญธรรม หรือเลี้ยงดูเอง แต่ละทางเลือกมีผลกระทบด้านสุขภาพ จิตใจ การเงิน และกฎหมายที่แตกต่างกัน บทความนี้เปรียบเทียบทั้งสามทางเลือกอย่างเป็นกลาง พร้อมข้อมูลตามกฎหมายไทยปัจจุบัน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
ทำแท้ง รับบุตรบุญธรรม หรือเลี้ยงดู เปรียบเทียบ คืออะไร
เมื่อตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผน มีทางเลือกหลัก 3 ทาง ได้แก่
1. การยุติการตั้งครรภ์ (ทำแท้ง)
เป็นการสิ้นสุดการตั้งครรภ์ผ่านวิธีการทางการแพทย์ ภายใต้กฎหมายไทยปัจจุบัน (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564) สามารถทำได้ถ้า:
- อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ — ยุติได้โดยไม่มีเงื่อนไข (ต้องทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต)
- อายุครรภ์ 12–20 สัปดาห์ — ได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
- อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ — เฉพาะกรณีเสี่ยงชีวิตมารดา ทารกมีความพิการรุนแรง หรือตั้งครรภ์จากการถูกล่วงละเมิด
2. การให้บุตรบุญธรรม
คือการตั้งครรภ์และคลอดบุตร จากนั้นส่งมอบบุตรให้ครอบครัวอื่นเลี้ยงดูอย่างถาวรผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย ต้องผ่านกระบวนการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/16–1598/37 โดยมีหน่วยงานกลางเช่น กรมกิจการเด็กและเยาวชนเป็นผู้ดูแล
3. การเลี้ยงดูเอง
คือการตั้งครรภ์ คลอดบุตร และรับผิดชอบเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเอง อาจเลี้ยงคนเดียวหรือร่วมกับคู่ครอง/ครอบครัว มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ เช่น เงินเบี้ยคลอดบุตร การลาคลอด และการเข้าถึงสถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
หากเลือกยุติการตั้งครรภ์
- ก่อนหัตถการ: พบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวด์ยืนยันอายุครรภ์และสถานที่ตั้งของตัวอ่อน รับคำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกและวิธีการ (ยาหรือผ่าตัด)
- วิธีการทางการแพทย์:
- ≤9 สัปดาห์: การยุติด้วยยา (Mifepristone + Misoprostol) ใช้เวลา 1–2 วัน มีอาการคล้ายแท้งบุตรธรรมชาติ
- 9–12 สัปดาห์: การขูดมดลูก (Vacuum Aspiration) ใช้เวลา 10–15 นาที
- >12 สัปดาห์: ต้องอยู่ในกรอบเงื่อนไขตามกฎหมาย วิธีการขึ้นกับอายุครรภ์
- หลังหัตถการ: พักฟื้น 1–2 สัปดาห์ นัดตรวจติดตามหลัง 1–2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์ 2 สัปดาห์
- ค่าใช้จ่าย: 3,000–15,000 บาท (ขึ้นกับวิธีการและสถานพยาบาล)
หากเลือกให้บุตรบุญธรรม
- ระหว่างตั้งครรภ์: รับบริการฝากครรภ์ตามปกติ อาจติดต่อศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือองค์กรบุญธรรมเพื่อเตรียมการ
- หลังคลอด: แม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจภายใน 30 วัน หากไม่เปลี่ยนใจจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาล
- กระบวนการตามกฎหมาย: ใช้เวลา 3–6 เดือน มีเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ตรวจสอบครอบครัวรับบุญธรรม ผู้พิพากษาพิจารณาความเหมาะสม
- ผลทางกฎหมาย: เมื่อศาลอนุมัติ บุตรจะมีสถานะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของครอบครัวใหม่ แม่เดิมไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายอีกต่อไป
หากเลือกเลี้ยงดูเอง
- ระหว่างตั้งครรภ์: ฝากครรภ์ตามกำหนด 12–14 ครั้ง ขอเบิกค่าฝากครรภ์ผ่านสิทธิ์ประกันสังคม/บัตรทอง
- การคลอด: ค่าใช้จ่าย 15,000–50,000 บาท (โรงพยาบาลรัฐถูกกว่า) มีสิทธิ์ลาคลอด 98 วัน (ถ้าทำงาน)
- การเลี้ยงดู: ค่าใช้จ่ายรายเดือนเฉลี่ย 8,000–20,000 บาท (นม ผ้าอ้อม อาหาร ค่าหมอ) สามารถขอสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจากท้องถิ่น
- ระยะยาว: ค่าเลี้ยงดูถึงอายุ 18 ปีประมาณ 3–5 ล้านบาท (ขึ้นกับมาตรฐานการใช้ชีวิต)
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
กรณีเลือกยุติการตั้งครรภ์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและปกติ:
- เลือดออกและตกสะดำ 1–2 สัปดาห์
- เจ็บท้องคล้ายประจำเดือน
- คลื่นไส้ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย
- อารมณ์แปรปรวน (เนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง)
สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัย >2 ชิ้น/ชั่วโมง นานกว่า 2 ชั่วโมง)
- ไข้สูงเกิน 38°C นาน >24 ชั่วโมง
- เจ็บท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
- อาเจียนไม่หยุด ไม่สามารถดื่มน้ำได้
กรณีเลือกให้บุตรบุญธรรมหรือเลี้ยงดูเอง
ผลกระทบทางร่างกายและจิตใจที่อาจพบ:
- ระหว่างตั้งครรภ์: อาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย บวม ปวดหลัง ความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนเช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง
- ขณะคลอด: ปวดคลอด ความเสี่ยงจากการผ่าตัด (ถ้าคลอดผ่าท้อง 30–40%) เสี่ยงเลือดออกหลังคลอด
- หลังคลอด: ปวดแผล เจ็บเต้านม (ถ้าให้นมบุตร) ซึมเศร้าหลังคลอด (10–15% ของมารดา)
สัญญาณอันตรายระหว่างตั้งครรภ์/หลังคลอด:
- เลือดออกทางช่องคลอดมาก
- ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ
- ไข้สูง มีน้ำคร่ำเหลืองเหม็น (สัญญาณติดเชื้อ)
- ความดันโลหิตสูงกะทันหัน ตาพร่า ปวดศีรษะรุนแรง (ครรภ์เป็นพิษ)
- ความคิดทำร้ายตนเองหรือทารก
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลร่างกาย
- พักผ่อนเพียงพอ หลีกเลี่ยงแรงงานหนัก 1–2 สัปดาห์
- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก โปรตีน เพื่อเสริมสร้างเลือด
- ดื่มน้ำมาก ๆ 2–3 ลิตรต่อวัน
- สังเกตอาการเลือดออก ปวดท้อง ไข้ หากผิดปกติให้รีบพบแพทย์
- ห้ามใส่สิ่งใด ๆ เข้าช่องคลอด (Tampon, เพศสัมพันธ์) เป็นเวลา 2 สัปดาห์
- ไม่ควรอาบน้ำแช่ตัว ใช้ฝักบัวแทน
การดูแลอารมณ์และสุขภาพจิต
- รู้สึกอย่างไรก็ตาม (โล่งใจ เศร้า สับสน ผิด) เป็นเรื่องปกติ อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกได้
- พูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้หรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาหากรู้สึกหนักใจ
- โทร 1323 (สายด่วนสุขภาพจิต) หรือ 1663 (กรมอนามัย) หากต้องการคำปรึกษาแบบไม่เปิดเผยตัวตน
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และสารเสพติด
- ทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย เช่น เดิน อ่านหนังสือ ฟังเพลง
การวางแผนอนาคต
- ประจำเดือนจะกลับมาภายใน 4–8 สัปดาห์
- สามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้งทันทีหลังยุติการตั้งครรภ์ ควรใช้การคุมกำเนิด (ยาเม็ด ถุงยาง ยาฉีด) ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีเพศสัมพันธ์
- นัดตรวจติดตามกับแพทย์ตามนัด (โดยปกติ 1–2 สัปดาห์หลังหัตถการ)
- ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมก่อนกลับบ้าน
คำถามที่พบบ่อย
ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าทางเลือกไหนเหมาะกับฉันที่สุด?
ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด การตัดสินใจควรพิจารณาจาก: (1) สุขภาพร่างกายและจิตใจของคุณ (2) สถานการณ์ทางการเงินและความพร้อมในการเลี้ยงดูบุตร (3) แผนชีวิตและอนาคต (4) ระบบสนับสนุนจากครอบครัวหรือคู่ครอง (5) ความเชื่อและค่านิยมส่วนตัว แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาที่เป็นกลาง (เช่น นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา แพทย์) เพื่อช่วยคิดวิเคราะห์อย่างรอบด้าน คุณสามารถโทร 1663 สายด่วนกรมอนามัยเพื่อขอรับคำปรึกษาฟรี
ถ้าเลือกให้บุตรบุญธรรม ฉันสามารถติดตามข่าวคราวบุตรได้ไหม?
ขึ้นกับข้อตกลงกับครอบครัวรับบุญธรรม ในประเทศไทยมีทั้งแบบ "ปิด" (ไม่มีการติดต่อหลังส่งมอบ) และแบบ "เปิด" (มีการติดต่อบ้างตามที่ตกลงกัน เช่น รับจดหมาย รูปถ่าย หรือพบปะปีละครั้ง) ควรแจ้งความประสงค์ชัดเจนกับหน่วยงานกลาง เช่น กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือมูลนิธิที่ทำงานด้านบุญธรรม ก่อนตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม การตกลงดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ครอบครัวรับบุญธรรมอาจเลือกไม่ปฏิบัติตามได้
ถ้าฉันเลือกเลี้ยงดูเองแต่ไม่มีงานทำหรือรายได้น้อย มีความช่วยเหลืออะไรบ้าง?
รัฐมีสวัสดิการสำหรับมารดาและเด็ก ได้แก่: (1) เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 600 บาท/เดือน จนถึง 6 ปี (สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) (2) สิทธิ์ใช้บัตรทองสำหรับการฝากครรภ์และคลอด (3) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลที่รับเด็กอายุ 2–5 ปี ค่าใช้จ่ายต่ำหรือฟรี (4) มูลนิธิและองค์กรเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือมารดาและเด็ก เช่น มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ หากมีปัญหาด้านที่พักอาศัยหรือความรุนแรงในครอบครัว สามารถติดต่อสายด่วน 1300 (สายด่วนสังคม) เพื่อขอความช่วยเหลือ
การยุติการตั้งครรภ์จะทำให้มีบุตรยากในอนาคตหรือไม่?
หากทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน (เช่น การติดเชื้อรุนแรงหรือบาดเจ็บของมดลูก) การยุติการตั้งครรภ์ครั้งเดียวมักไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการทำแท้งที่ปลอดภัยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตาม การทำแท้งซ้ำหลายครั้ง โดยเฉพาะด้วยวิธีขูด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผนังมดลูก ดังนั้นหลังยุติการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วางแผนอีก
ถ้าฉันอายุต่ำกว่า 18 ปี จะตัดสินใจเรื่องนี้ได้เองหรือต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง?
ตามกฎหมายไทย ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถรับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพและจิตใจของผู้เยาว์ อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีนโยบายภายในแตกต่างกัน บางแห่งอาจขอให้ผู้ปกครอง/ผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจมาด้วย สำหรับการให้บุตรบุญธรรม มารดาที่อายุต่ำกว่า 18 ปีจำเป็นต้องมีความยินยอมจากผู้ปกครอง สำหรับการเลี้ยงดูเอง ผู้เยาว์มีสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรได้ แต่อาจต้องมีผู้ปกครอง/ผู้อุปการะช่วยเหลือ แนะนำให้ปรึกษาผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจหรือโทร 1663 เพื่อขอคำแนะนำ
ฉันเลือกให้บุตรบุญธรรมแล้วแต่เปลี่ยนใจ จะเอาลูกกลับมาเลี้ยงได้ไหม?
ขึ้นกับขั้นตอนทางกฎหมายที่ดำเนินการไปแล้ว: (1) ภายใน 30 วันหลังคลอด — มารดามีสิทธิ์เปลี่ยนใจและเอาบุตรกลับมาเลี้ยงได้โดยไม่ต้องผ่านศาล (2) หลังยื่นคำร้องต่อศาลแต่ยังไม่มีคำสั่ง — สามารถถอนคำร้องได้ (3) หลังศาลมีคำสั่งอนุมัติให้รับบุตรบุญธรรมแล้ว — มารดาเดิมไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายอีกต่อไป จะเอาบุตรกลับมาได้ยากมาก เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าการรับบุญธรรมเกิดจากการหลอกลวงหรือข่มขู่ ดังนั้นควรใช้เวลาคิดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ และขอคำปรึกษาจากนักสังคมสงเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญ
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของแต่ละทางเลือกเป็นอย่างไร?
การยุติการตั้งครรภ์: 3,000–15,000 บาท ครั้งเดียว | การให้บุตรบุญธรรม: ค่าฝากครรภ์ 20,000–30,000 บาท (สามารถใช้สิทธิ์บัตรทอง/ประกันสังคม) + ค่าคลอด 15,000–50,000 บาท (หากใช้โรงพยาบาลรัฐจะถูกกว่า) รวมประมาณ 35,000–80,000 บาท แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายระยะยาว | การเลี้ยงดูเอง: ช่วงแรก (ตั้งครรภ์+คลอด) 35,000–80,000 บาท + ค่าเลี้ยงดูรายเดือน 8,000–20,000 บาท × 12 เดือน = 96,000–240,000 บาท/ปี ระยะยาวถึงอายุ 18 ปีประมาณ 3–5 ล้านบาท (ยังไม่รวมการศึกษาระดับสูง) แต่มีสวัสดิการและเงินอุดหนุนจากรัฐบางส่วน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/16–1598/37 ว่าด้วยการรับบุตรบุญธรรม
- กรมกิจการเด็กและเยาวชน — dcy.go.th
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323
- สายด่วนสังคม 1300



