การยืนยันว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์มีความสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว วิธีที่แน่นอนที่สุดคือการตรวจอัลตราซาวด์หลังจาก 10-14 วัน หรือตรวจ hCG ให้ผลลบหลัง 3-4 สัปดาห์ อาการปกติหลังยุติการตั้งครรภ์รวมถึงเลือดออกปานกลางและตกขาวซึ่งอาจนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์ แต่หากมีเลือดออกมากผิดปกติ ปวดรุนแรง หรือมีไข้สูงต่อเนื่อง ควรพบแพทย์ทันที
รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบ คืออะไร
การตรวจสอบว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์หมายถึงการยืนยันว่าเนื้อเยื่อทั้งหมดจากการตั้งครรภ์ออกจากมุมครรภ์แล้ว และไม่มีส่วนใดหลงเหลืออยู่ภายใน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นต่อมา เช่น การติดเชื้อหรือเลือดออกผิดปกติ
วิธีการตรวจสอบที่แน่นอนที่สุดมี 2 วิธีหลัก ได้แก่:
- การตรวจอัลตราซาวด์: ทำหลังจากยุติการตั้งครรภ์ 10-14 วัน เพื่อดูว่าโพรงมดลูกว่างเปล่าและไม่มีเนื้อเยื่อหลงเหลือ นี่คือวิธีที่แพทย์แนะนำมากที่สุด
- การตรวจระดับฮอร์โมน hCG: ฮอร์โมนการตั้งครรภ์จะค่อยๆ ลดลง หากตรวจหลัง 3-4 สัปดาห์แล้วได้ผลลบ แสดงว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์
นอกจากการตรวจทางการแพทย์แล้ว การสังเกตอาการของตัวเองก็สำคัญ เช่น อาการเจ็บท้องและเลือดออกที่ค่อยๆ ลดลง การหายของอาการตั้งครรภ์ เช่น คลื่นไส้ เต้านมตึง และการกลับมาของประจำเดือนปกติภายใน 4-8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการยืนยัน ควรตรวจติดตามผลกับแพทย์เสมอ
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
หลังจากการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีทางยาหรือวิธีผ่าตัด ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติ การเข้าใจว่าอะไรเป็นเรื่องปกติจะช่วยให้สามารถสังเกตสัญญาณผิดปกติได้
ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก:
- มีเลือดออกคล้ายประจำเดือน หรือมากกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะหากใช้วิธีทางยา
- อาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็กถึงกลางออกมา
- ปวดท้องหรือปวดเกร็งคล้ายปวดประจำเดือน ซึ่งสามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
- อาจมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน หรืออ่อนเพลียเล็กน้อย
ในสัปดาห์แรก:
- เลือดออกค่อยๆ ลดลง เปลี่ยนเป็นตกขาวสีน้าตาลหรือชมพูอ่อน
- ความปวดลดลงอย่างชัดเจน หากยังปวดมากควรปรึกษาแพทย์
- อาการตั้งครรภ์ เช่น คลื่นไส้ เต้านมตึง เริ่มลดลง
หลังจาก 1-2 สัปดาห์:
- เลือดออกหรือตกขาวอาจยังมีบ้างเป็นระยะๆ แต่น้อยลงเรื่อยๆ
- นี่คือช่วงที่เหมาะสมในการตรวจอัลตราซาวด์ติดตามผล
- ฮอร์โมนเริ่มปรับสมดุล อาจรู้สึกอารมณ์แปรปรวนได้
หลังจาก 3-8 สัปดาห์:
- ประจำเดือนควรกลับมาปกติ แต่รอบแรกอาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติได้
- ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติโดยสมบูรณ์
ขั้นตอนการตรวจติดตามผลที่แพทย์แนะนำมักรวมถึงการนัดหมายหลังยุติการตั้งครรภ์ 1-2 สัปดาห์ เพื่อตรวจอัลตราซาวด์และประเมินอาการ หากไม่สามารถมาตามนัดได้ ควรติดต่อแจ้งคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาทางเลือกอื่น
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างอาการปกติและสัญญาณเตือนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:
- เลือดออกและตกขาวที่ค่อยๆ ลดลงภายใน 1-3 สัปดาห์
- ปวดท้องหรือปวดเกร็งเล็กน้อยที่บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป เช่น Ibuprofen
- อ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่ายในช่วงไม่กี่วันแรก
- อารมณ์แปรปรวนเล็กน้อยจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- เต้านมอ่อนหรือยังคงตึงอยู่บ้างในช่วงแรก
- อาการคลื่นไส้หรือท้องอืดเล็กน้อย
สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ: ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยชนิดซับมากทุกชั่วโมงติดต่อกันนานกว่า 2-3 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ
- ไข้สูง: อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 38°C และไม่ลดลงภายใน 24 ชั่วโมง หรือมีอาการสั่น แสดงถึงการติดเชื้อ
- ปวดท้องรุนแรง: ปวดมากจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ หรือไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยาแก้ปวด
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ: อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
- อาเจียนหนักหรือท้องเสียอย่างต่อเนื่อง: จนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้
- วิงเวียนศีรษะรุนแรง หน้ามืด หรือหมดสติ: อาจเป็นสัญญาณของเลือดออกภายในหรือความดันโลหิตต่ำ
- อาการตั้งครรภ์ยังคงอยู่หลังจาก 1-2 สัปดาห์: เช่น คลื่นไส้มาก เต้านมตึงมาก อาจหมายถึงการยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์
หากมีอาการใดๆ ข้างต้น ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที หากเป็นกรณีฉุกเฉินสามารถโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินโดยตรง การทำแท้งไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นประมาณ 2-3% ของกรณีทั้งหมด และจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองที่ดีหลังการยุติการตั้งครรภ์จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
การดูแลทางกาย:
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ ในช่วง 3-5 วันแรก ให้ร่างกายได้ฟื้นตัว
- รับประทานอาหารมีประโยชน์: เน้นอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง ผักใบเขียว เพื่อทดแทนเลือดที่สูญเสีย
- ดื่มน้ำเยอะๆ: อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง: โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ (ถ้ามี) ต้องทานให้ครบตามกำหนด
- ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอน: เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:
- การมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หรือจนกว่าเลือดออกจะหยุด
- การใช้แทมพอนหรือใส่อะไรเข้าทางช่องคลอด
- การอาบน้ำแช่ตัว ว่ายน้ำ หรือนั่งอบซาวน่า
- การยกของหนักหรือออกกำลังกายหนัก
- การดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าจะหยุดรับประทานยาครบ
การดูแลทางจิตใจ:
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจส่งผลต่ออารมณ์ บางคนอาจรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้า สับสน หรือผิดหวัง ทุกความรู้สึกล้วนเป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกว่าอารมณ์ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน สามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ สายด่วน 1663 ของกรมอนามัยก็ให้บริการให้คำปรึกษาทางใจด้วยเช่นกัน
การคุมกำเนิดหลังยุติการตั้งครรภ์:
ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งเร็วถึง 2 สัปดาห์หลังยุติการตั้งครรภ์ หากยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ใหม่ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมก่อนมีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด หรือใส่ห่วงอนามัยได้ทันทีหลังยุติการตั้งครรภ์
คำถามที่พบบ่อย
หลังทำแท้งนานแค่ไหนถึงควรตรวจอัลตราซาวด์?
แพทย์แนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์หลังจากยุติการตั้งครรภ์ประมาณ 10-14 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการประเมินว่าโพรงมดลูกว่างเปล่าและไม่มีเนื้อเยื่อหลงเหลือ หากตรวจเร็วเกินไปอาจได้ผลที่ไม่ชัดเจน เพราะเนื้อเยื่ออาจยังไม่ออกหมด หากตรวจช้าเกินไปและมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การนัดหมายตรวจติดตามผลตามที่แพทย์กำหนดจึงมีความสำคัญมาก
อาการผิดปกติที่ต้องไปพบแพทย์หลังทำแท้งคืออะไร?
อาการที่ต้องพบแพทย์ทันทีรวมถึงเลือดออกมากผิดปกติจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง มีไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 24 ชั่วโมง ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล ตกขาวมีกลิ่นเหม็น วิงเวียนศีรษะหรือหมดสติ หรืออาการตั้งครรภ์ยังคงอยู่หลังจาก 1-2 สัปดาห์ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือการยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์ที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
ทำไมผลตรวจการตั้งครรภ์ยังเป็นบวกหลังทำแท้ง?
ฮอร์โมน hCG ซึ่งเป็นฮอร์โมนการตั้งครรภ์ไม่ได้หายไปจากร่างกายทันทีหลังยุติการตั้งครรภ์ ระดับ hCG จะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติและอาจใช้เวลา 3-4 สัปดาห์หรือนานกว่านั้นกว่าจะกลับสู่ระดับปกติ การตรวจการตั้งครรภ์แบบปัสสาวะหรือเลือดจะยังให้ผลบวกได้ตราบใดที่ยังมี hCG ค้างอยู่ในร่างกาย ดังนั้นหากต้องการยืนยันว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จ ควรรอให้ครบ 3-4 สัปดาห์ก่อนตรวจ หรือใช้วิธีตรวจอัลตราซาวด์แทนซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำกว่า
เลือดออกปกติหลังทำแท้งเป็นอย่างไร?
เลือดออกปกติหลังยุติการตั้งครรภ์คล้ายกับประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย โดยจะมีมากที่สุดในช่วง 1-3 วันแรก แล้วค่อยๆ ลดลงเป็นตกขาวสีน้าตาลหรือชมพูอ่อน อาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็กถึงกลางออกมาบ้าง เลือดออกอาจหยุดและกลับมาซ้ำได้เป็นระยะๆ และอาจนานจนถึง 2-3 สัปดาห์ในบางกรณี ปริมาณและระยะเวลาขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการที่ใช้ หากวิตกกังวลเกี่ยวกับปริมาณเลือดที่ออก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจ
การทำแท้งไม่สมบูรณ์คืออะไรและมีอาการอย่างไร?
การยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์หมายถึงการที่เนื้อเยื่อจากการตั้งครรภ์ออกไม่หมดและยังคงหลงเหลืออยู่ในโพรงมดลูก เกิดขึ้นประมาณ 2-3% ของกรณีทั้งหมด อาการที่พบได้แก่ เลือดออกมากและต่อเนื่องนานกว่าปกติ ปวดท้องรุนแรงที่ไม่หายไป อาการตั้งครรภ์ยังคงอยู่ เช่น คลื่นไส้ เต้านมตึง อาจมีไข้หรือมีกลิ่นเหม็นจากการติดเชื้อ การวินิจฉัยทำได้ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ และต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ซึ่งอาจต้องใช้ยาเพิ่มเติมหรือขูดมดลูกเพื่อเอาเนื้อเยื่อที่เหลือออกให้หมด
ควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้างหลังทำแท้ง?
ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังยุติการตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ปากมดลูกปิดสนิทและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่ควรใช้แทมพอนหรือใส่อะไรเข้าทางช่องคลอด ไม่ควรอาบน้ำแช่ตัว ว่ายน้ำ หรือนั่งอบซาวน่า ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวเต็มที่ หากมีการสั่งยาปฏิชีวนะควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
เมื่อไหร่ควรไปห้องฉุกเฉินหลังทำแท้ง?
ควรไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันทีหากมีอาการดังนี้ เลือดออกมากผิดปกติจนเปียกผ้าอนามัยชนิดซับมากภายใน 1 ชั่วโมงติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง มีไข้สูงเกิน 38.5°C พร้อมอาการสั่น ปวดท้องรุนแรงมากจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ วิงเวียนศีรษะมากจนหมดสติหรือใกล้หมดสติ อาเจียนหนักจนไม่สามารถดื่มน้ำได้ หรือมีอาการช็อกเช่น หน้าซีด เหงื่อออกมาก ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด
ต้องนัดพบแพทย์ติดตามผลหลังทำแท้งหรือไม่?
การนัดพบแพทย์ติดตามผลเป็นสิ่งสำคัญมากและแนะนำให้ทุกคนปฏิบัติตาม แม้ว่าจะรู้สึกว่าอาการปกติดีก็ตาม การตรวจติดตามผลจะช่วยยืนยันว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์ ไม่มีเนื้อเยื่อหลงเหลือ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิด การดูแลสุขภาพทางเพศ และขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง หากไม่สามารถไปตามนัดได้ ควรติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อนัดหมายใหม่ โดยไม่ควรข้ามการตรวจติดตามผลนี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



