← กลับไปหน้าบทความสุขภาพ

รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกต

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·12 มิถุนายน 2569
รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกต

การยืนยันว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์มีความสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว วิธีที่แน่นอนที่สุดคือการตรวจอัลตราซาวด์หลังจาก 10-14 วัน หรือตรวจ hCG ให้ผลลบหลัง 3-4 สัปดาห์ อาการปกติหลังยุติการตั้งครรภ์รวมถึงเลือดออกปานกลางและตกขาวซึ่งอาจนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์ แต่หากมีเลือดออกมากผิดปกติ ปวดรุนแรง หรือมีไข้สูงต่อเนื่อง ควรพบแพทย์ทันที

รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบ คืออะไร

การตรวจสอบว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์หมายถึงการยืนยันว่าเนื้อเยื่อทั้งหมดจากการตั้งครรภ์ออกจากมุมครรภ์แล้ว และไม่มีส่วนใดหลงเหลืออยู่ภายใน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นต่อมา เช่น การติดเชื้อหรือเลือดออกผิดปกติ

วิธีการตรวจสอบที่แน่นอนที่สุดมี 2 วิธีหลัก ได้แก่:

  • การตรวจอัลตราซาวด์: ทำหลังจากยุติการตั้งครรภ์ 10-14 วัน เพื่อดูว่าโพรงมดลูกว่างเปล่าและไม่มีเนื้อเยื่อหลงเหลือ นี่คือวิธีที่แพทย์แนะนำมากที่สุด
  • การตรวจระดับฮอร์โมน hCG: ฮอร์โมนการตั้งครรภ์จะค่อยๆ ลดลง หากตรวจหลัง 3-4 สัปดาห์แล้วได้ผลลบ แสดงว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์

นอกจากการตรวจทางการแพทย์แล้ว การสังเกตอาการของตัวเองก็สำคัญ เช่น อาการเจ็บท้องและเลือดออกที่ค่อยๆ ลดลง การหายของอาการตั้งครรภ์ เช่น คลื่นไส้ เต้านมตึง และการกลับมาของประจำเดือนปกติภายใน 4-8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการยืนยัน ควรตรวจติดตามผลกับแพทย์เสมอ

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

หลังจากการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีทางยาหรือวิธีผ่าตัด ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติ การเข้าใจว่าอะไรเป็นเรื่องปกติจะช่วยให้สามารถสังเกตสัญญาณผิดปกติได้

ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก:

  • มีเลือดออกคล้ายประจำเดือน หรือมากกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะหากใช้วิธีทางยา
  • อาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็กถึงกลางออกมา
  • ปวดท้องหรือปวดเกร็งคล้ายปวดประจำเดือน ซึ่งสามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน หรืออ่อนเพลียเล็กน้อย

ในสัปดาห์แรก:

  • เลือดออกค่อยๆ ลดลง เปลี่ยนเป็นตกขาวสีน้าตาลหรือชมพูอ่อน
  • ความปวดลดลงอย่างชัดเจน หากยังปวดมากควรปรึกษาแพทย์
  • อาการตั้งครรภ์ เช่น คลื่นไส้ เต้านมตึง เริ่มลดลง

หลังจาก 1-2 สัปดาห์:

  • เลือดออกหรือตกขาวอาจยังมีบ้างเป็นระยะๆ แต่น้อยลงเรื่อยๆ
  • นี่คือช่วงที่เหมาะสมในการตรวจอัลตราซาวด์ติดตามผล
  • ฮอร์โมนเริ่มปรับสมดุล อาจรู้สึกอารมณ์แปรปรวนได้

หลังจาก 3-8 สัปดาห์:

  • ประจำเดือนควรกลับมาปกติ แต่รอบแรกอาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติได้
  • ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติโดยสมบูรณ์

ขั้นตอนการตรวจติดตามผลที่แพทย์แนะนำมักรวมถึงการนัดหมายหลังยุติการตั้งครรภ์ 1-2 สัปดาห์ เพื่อตรวจอัลตราซาวด์และประเมินอาการ หากไม่สามารถมาตามนัดได้ ควรติดต่อแจ้งคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาทางเลือกอื่น

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างอาการปกติและสัญญาณเตือนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:

  • เลือดออกและตกขาวที่ค่อยๆ ลดลงภายใน 1-3 สัปดาห์
  • ปวดท้องหรือปวดเกร็งเล็กน้อยที่บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป เช่น Ibuprofen
  • อ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่ายในช่วงไม่กี่วันแรก
  • อารมณ์แปรปรวนเล็กน้อยจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • เต้านมอ่อนหรือยังคงตึงอยู่บ้างในช่วงแรก
  • อาการคลื่นไส้หรือท้องอืดเล็กน้อย

สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:

  • เลือดออกมากผิดปกติ: ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยชนิดซับมากทุกชั่วโมงติดต่อกันนานกว่า 2-3 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ
  • ไข้สูง: อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 38°C และไม่ลดลงภายใน 24 ชั่วโมง หรือมีอาการสั่น แสดงถึงการติดเชื้อ
  • ปวดท้องรุนแรง: ปวดมากจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ หรือไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยาแก้ปวด
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ: อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
  • อาเจียนหนักหรือท้องเสียอย่างต่อเนื่อง: จนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้
  • วิงเวียนศีรษะรุนแรง หน้ามืด หรือหมดสติ: อาจเป็นสัญญาณของเลือดออกภายในหรือความดันโลหิตต่ำ
  • อาการตั้งครรภ์ยังคงอยู่หลังจาก 1-2 สัปดาห์: เช่น คลื่นไส้มาก เต้านมตึงมาก อาจหมายถึงการยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์

หากมีอาการใดๆ ข้างต้น ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที หากเป็นกรณีฉุกเฉินสามารถโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินโดยตรง การทำแท้งไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นประมาณ 2-3% ของกรณีทั้งหมด และจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การดูแลตัวเองที่ดีหลังการยุติการตั้งครรภ์จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

การดูแลทางกาย:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ ในช่วง 3-5 วันแรก ให้ร่างกายได้ฟื้นตัว
  • รับประทานอาหารมีประโยชน์: เน้นอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง ผักใบเขียว เพื่อทดแทนเลือดที่สูญเสีย
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง: โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ (ถ้ามี) ต้องทานให้ครบตามกำหนด
  • ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอน: เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • การมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หรือจนกว่าเลือดออกจะหยุด
  • การใช้แทมพอนหรือใส่อะไรเข้าทางช่องคลอด
  • การอาบน้ำแช่ตัว ว่ายน้ำ หรือนั่งอบซาวน่า
  • การยกของหนักหรือออกกำลังกายหนัก
  • การดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าจะหยุดรับประทานยาครบ

การดูแลทางจิตใจ:

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจส่งผลต่ออารมณ์ บางคนอาจรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้า สับสน หรือผิดหวัง ทุกความรู้สึกล้วนเป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกว่าอารมณ์ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน สามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ สายด่วน 1663 ของกรมอนามัยก็ให้บริการให้คำปรึกษาทางใจด้วยเช่นกัน

การคุมกำเนิดหลังยุติการตั้งครรภ์:

ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งเร็วถึง 2 สัปดาห์หลังยุติการตั้งครรภ์ หากยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ใหม่ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมก่อนมีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด หรือใส่ห่วงอนามัยได้ทันทีหลังยุติการตั้งครรภ์

คำถามที่พบบ่อย

หลังทำแท้งนานแค่ไหนถึงควรตรวจอัลตราซาวด์?

แพทย์แนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์หลังจากยุติการตั้งครรภ์ประมาณ 10-14 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการประเมินว่าโพรงมดลูกว่างเปล่าและไม่มีเนื้อเยื่อหลงเหลือ หากตรวจเร็วเกินไปอาจได้ผลที่ไม่ชัดเจน เพราะเนื้อเยื่ออาจยังไม่ออกหมด หากตรวจช้าเกินไปและมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การนัดหมายตรวจติดตามผลตามที่แพทย์กำหนดจึงมีความสำคัญมาก

อาการผิดปกติที่ต้องไปพบแพทย์หลังทำแท้งคืออะไร?

อาการที่ต้องพบแพทย์ทันทีรวมถึงเลือดออกมากผิดปกติจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง มีไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 24 ชั่วโมง ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล ตกขาวมีกลิ่นเหม็น วิงเวียนศีรษะหรือหมดสติ หรืออาการตั้งครรภ์ยังคงอยู่หลังจาก 1-2 สัปดาห์ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือการยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์ที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว

ทำไมผลตรวจการตั้งครรภ์ยังเป็นบวกหลังทำแท้ง?

ฮอร์โมน hCG ซึ่งเป็นฮอร์โมนการตั้งครรภ์ไม่ได้หายไปจากร่างกายทันทีหลังยุติการตั้งครรภ์ ระดับ hCG จะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติและอาจใช้เวลา 3-4 สัปดาห์หรือนานกว่านั้นกว่าจะกลับสู่ระดับปกติ การตรวจการตั้งครรภ์แบบปัสสาวะหรือเลือดจะยังให้ผลบวกได้ตราบใดที่ยังมี hCG ค้างอยู่ในร่างกาย ดังนั้นหากต้องการยืนยันว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จ ควรรอให้ครบ 3-4 สัปดาห์ก่อนตรวจ หรือใช้วิธีตรวจอัลตราซาวด์แทนซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำกว่า

เลือดออกปกติหลังทำแท้งเป็นอย่างไร?

เลือดออกปกติหลังยุติการตั้งครรภ์คล้ายกับประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย โดยจะมีมากที่สุดในช่วง 1-3 วันแรก แล้วค่อยๆ ลดลงเป็นตกขาวสีน้าตาลหรือชมพูอ่อน อาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็กถึงกลางออกมาบ้าง เลือดออกอาจหยุดและกลับมาซ้ำได้เป็นระยะๆ และอาจนานจนถึง 2-3 สัปดาห์ในบางกรณี ปริมาณและระยะเวลาขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการที่ใช้ หากวิตกกังวลเกี่ยวกับปริมาณเลือดที่ออก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจ

การทำแท้งไม่สมบูรณ์คืออะไรและมีอาการอย่างไร?

การยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์หมายถึงการที่เนื้อเยื่อจากการตั้งครรภ์ออกไม่หมดและยังคงหลงเหลืออยู่ในโพรงมดลูก เกิดขึ้นประมาณ 2-3% ของกรณีทั้งหมด อาการที่พบได้แก่ เลือดออกมากและต่อเนื่องนานกว่าปกติ ปวดท้องรุนแรงที่ไม่หายไป อาการตั้งครรภ์ยังคงอยู่ เช่น คลื่นไส้ เต้านมตึง อาจมีไข้หรือมีกลิ่นเหม็นจากการติดเชื้อ การวินิจฉัยทำได้ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ และต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ซึ่งอาจต้องใช้ยาเพิ่มเติมหรือขูดมดลูกเพื่อเอาเนื้อเยื่อที่เหลือออกให้หมด

ควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้างหลังทำแท้ง?

ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังยุติการตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ปากมดลูกปิดสนิทและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่ควรใช้แทมพอนหรือใส่อะไรเข้าทางช่องคลอด ไม่ควรอาบน้ำแช่ตัว ว่ายน้ำ หรือนั่งอบซาวน่า ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวเต็มที่ หากมีการสั่งยาปฏิชีวนะควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

เมื่อไหร่ควรไปห้องฉุกเฉินหลังทำแท้ง?

ควรไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันทีหากมีอาการดังนี้ เลือดออกมากผิดปกติจนเปียกผ้าอนามัยชนิดซับมากภายใน 1 ชั่วโมงติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง มีไข้สูงเกิน 38.5°C พร้อมอาการสั่น ปวดท้องรุนแรงมากจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ วิงเวียนศีรษะมากจนหมดสติหรือใกล้หมดสติ อาเจียนหนักจนไม่สามารถดื่มน้ำได้ หรือมีอาการช็อกเช่น หน้าซีด เหงื่อออกมาก ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด

ต้องนัดพบแพทย์ติดตามผลหลังทำแท้งหรือไม่?

การนัดพบแพทย์ติดตามผลเป็นสิ่งสำคัญมากและแนะนำให้ทุกคนปฏิบัติตาม แม้ว่าจะรู้สึกว่าอาการปกติดีก็ตาม การตรวจติดตามผลจะช่วยยืนยันว่าการยุติการตั้งครรภ์สำเร็จสมบูรณ์ ไม่มีเนื้อเยื่อหลงเหลือ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิด การดูแลสุขภาพทางเพศ และขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง หากไม่สามารถไปตามนัดได้ ควรติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อนัดหมายใหม่ โดยไม่ควรข้ามการตรวจติดตามผลนี้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผลข้างเคียงยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสุขภาพ
ผลข้างเคียงยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
11 มิถุนายน 2569
โรงพยาบาลที่รับทำแท้งในไทย รายชื่อ และวิธีเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัยคำถามที่พบบ่อย
โรงพยาบาลที่รับทำแท้งในไทย รายชื่อ และวิธีเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย
10 มิถุนายน 2569
ความแตกต่างแท้งธรรมชาติกับทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสุขภาพ
ความแตกต่างแท้งธรรมชาติกับทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
9 มิถุนายน 2569