ยา Mifepristone และ Misoprostol ใช้สำหรับการยุติการตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยมีผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดท้อง เลือดออกทางช่องคลอด คลื่นไส้ ท้องเสีย และหนาวสั่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและจัดการได้ ในประเทศไทย ยาทั้งสองชนิดนี้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติและให้บริการในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต 144 แห่งใน 23 จังหวัด การรู้จักผลข้างเคียงและสัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์จะช่วยให้การดูแลตัวเองปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ผลข้างเคียงยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol คืออะไร
ยา Mifepristone และ Misoprostol ทำงานร่วมกันในการยุติการตั้งครรภ์ โดย Mifepristone จะยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของการตั้งครรภ์ ส่วน Misoprostol จะกระตุ้นให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อการตั้งครรภ์ออกจากร่างกาย
ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากกระบวนการทำงานของยาเอง ไม่ใช่สัญญาณของความผิดปกติหรืออันตราย อาการเหล่านี้มักเริ่มภายใน 1-4 ชั่วโมงหลังรับประทาน Misoprostol และจะค่อยๆ ลดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง
การเข้าใจผลข้างเคียงที่คาดหวังได้จะช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงสามารถจำแนกระหว่างอาการปกติกับอาการที่ต้องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนหลัก โดยแพทย์จะให้รับประทาน Mifepristone 200 มิลลิกรัม 1 เม็ดก่อน จากนั้นห่างออกไป 24-48 ชั่วโมง จึงใช้ Misoprostol 800 ไมโครกรัม วางใต้ลิ้นหรือในช่องแก้ม
หลังรับประทาน Mifepristone คุณอาจรู้สึกปกติหรือมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อย บางคนอาจเริ่มมีเลือดออกเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ผลข้างเคียงหลักจะเริ่มหลังใช้ Misoprostol ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กระตุ้นให้มดลูกหดตัว
ภายใน 1-4 ชั่วโมงหลังใช้ Misoprostol คุณจะเริ่มรู้สึกปวดบิดในท้องน้อย คล้ายอาการปวดประจำเดือนรุนแรง และจะมีเลือดออกพร้อมก้อนเลือดหรือเนื้อเยื่อ การเลือดออกมากที่สุดมักเกิดในช่วง 3-5 ชั่วโมงแรก จากนั้นจะค่อยๆ ลดลง
ระยะเวลาที่มีเลือดออกโดยรวมอาจยาวนาน 1-4 สัปดาห์ โดยเริ่มจากปริมาณมากในช่วงแรก แล้วค่อยๆ เป็นแค่เลือดออกน้อยหรือเลือดซึมคล้ายประจำเดือนช่วงท้าย แพทย์จะนัดติดตามผลประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังใช้ยาเพื่อยืนยันว่ากระบวนการสำเร็จสมบูรณ์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:
- ปวดท้องและตะคริว — คล้ายปวดประจำเดือนรุนแรง สามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดอย่าง Ibuprofen
- เลือดออกและก้อนเลือด — ปริมาณมากกว่าประจำเดือนในช่วงแรก มีก้อนเลือดขนาดไม่เกินลูกปิงปอง
- คลื่นไส้และอาเจียน — พบประมาณ 50-70% สามารถรับประทานยาแก้คลื่นไส้ได้
- ท้องเสีย — พบประมาณ 30-40% เป็นผลจาก Misoprostol โดยตรง
- หนาวสั่นและมีไข้ — อุณหภูมิร่างกายอาจสูงถึง 38°C ชั่วคราว 2-4 ชั่วโมง
- ปวดศีรษะและวิงเวียน — อาจเกิดจากการสูญเสียเลือดและฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
- เหนื่อยล้า — ร่างกายใช้พลังงานในกระบวนการฟื้นฟู
สัญญาณเตือนที่ต้องติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ — ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
- ไข้สูงไม่ลด — อุณหภูมิเกิน 38°C นานกว่า 24 ชั่วโมง หรือไข้สูงเกิน 39°C
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล — อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ — อาจบ่งชี้การติดเชื้อในโพรงมดลูก
- ไม่มีเลือดออกเลยภายใน 24 ชั่วโมงหลังใช้ Misoprostol — อาจหมายถึงยาไม่ได้ผล
- อาการท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรงที่ไม่หยุด — เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
หากมีข้อสงสัยว่าอาการที่เกิดขึ้นผิดปกติ สามารถโทรปรึกษาสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือติดต่อสถานพยาบาลที่ให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือเพราะการดูแลอย่างทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญที่สุด
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การจัดการอาการปวด: ใช้ยาแก้ปวดอย่าง Ibuprofen 400-600 มิลลิกรัมทุก 6-8 ชั่วโมง หรือ Paracetamol หากแพ้ Ibuprofen ประคบท้องด้วยถุงน้ำอุ่นสามารถช่วยผ่อนคลายตะคริวได้ ควรหลีกเลี่ยง Aspirin เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
การพักผ่อน: จัดเตรียมสถานที่พักที่สะดวกสบาย มีผ้าอนามัยสำรอง น้ำดื่ม และอาหารว่างไว้ใกล้มือ หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักหรือยกของหนักอย่างน้อย 3-5 วัน และพักผ่อนให้เพียงพอ
สุขอนามัย: ใช้ผ้าอนามัยแทนผ้าอนามัยแบบสอดหรือแทมปอนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยครั้ง และรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาด
อาหารและการดื่มน้ำ: ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อชดเชยการสูญเสียเลือด เช่น เนื้อสัตว์สีแดง ตับ ผักใบเขียวเข้ม ถั่วเหลือง หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่
กิจกรรมทางเพศและการคุมกำเนิด: หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หรือจนกว่าเลือดออกจะหยุด การตกไข่สามารถเกิดขึ้นได้เร็วภายใน 2 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดที่เหมาะสมในการนัดติดตาม
การดูแลสุขภาพจิต: ความรู้สึกทางอารมณ์หลังการยุติการตั้งครรภ์แตกต่างกันในแต่ละคน บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้าหรือผิดหวัง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ หากต้องการพูดคุย สามารถปรึกษานักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะร์ในโครงการ RSA ได้
คำถามที่พบบ่อย
ผลข้างเคียงของยา Mifepristone และ Misoprostol รุนแรงแค่ไหน?
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางและจัดการได้ อาการปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือนรุนแรงสามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดทั่วไปอย่าง Ibuprofen เลือดออกมากกว่าประจำเดือนแต่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ อาการคลื่นไส้ ท้องเสีย และหนาวสั่นมักจะผ่านไปภายใน 24 ชั่วโมง ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงเกิดขึ้นน้อยกว่า 1% โดยการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์จะทำให้ปลอดภัยและสามารถจัดการอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยาทำแท้ง Mifepristone และ Misoprostol ปลอดภัยสำหรับร่างกายหรือไม่?
ยาทั้งสองชนิดนี้ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก โดยมีอัตราความสำเร็จสูงถึง 95-98% ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงเกิดขึ้นน้อยกว่า 1% ในประเทศไทย ยาทั้งสองอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติตั้งแต่ปี 2559 และมีให้บริการในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต 144 แห่ง การใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ผ่านการอบรมจะช่วยให้กระบวนการปลอดภัยและได้รับการติดตามอย่างเหมาะสม
หลังกินยาทำแท้งจะมีเลือดออกนานแค่ไหน?
ระยะเวลาที่มีเลือดออกแตกต่างกันในแต่ละคน โดยทั่วไปจะเลือดออกมากในช่วง 3-5 ชั่วโมงแรกหลังใช้ Misoprostol ซึ่งเป็นช่วงที่มีการขับเนื้อเยื่อการตั้งครรภ์ออกมา หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลงเป็นเลือดซึมหรือเลือดออกน้อย คล้ายประจำเดือนช่วงท้าย การเลือดออกโดยรวมอาจยาวนาน 1-4 สัปดาห์ ถือว่าปกติ หากเลือดออกไม่หยุดเกิน 4 สัปดาห์หรือมีปริมาณมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบว่ากระบวนการเสร็จสมบูรณ์หรือไม่
ยาทำแท้งมีผลต่อการมีลูกในอนาคตหรือไม่?
การยุติการตั้งครรภ์ด้วยยา Mifepristone และ Misoprostol ที่ดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัยไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต การตกไข่จะกลับมาเป็นปกติภายใน 2-4 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ และรอบประจำเดือนจะกลับมาปกติภายใน 4-6 สัปดาห์ การศึกษาวิจัยขนาดใหญ่ยืนยันว่าผู้หญิงที่เคยทำแท้งด้วยยามีอัตราการตั้งครรภ์และคลอดบุตรปกติเท่ากับผู้ที่ไม่เคยทำแท้ง สิ่งสำคัญคือการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์และรับการติดตามอย่างเหมาะสม
อาการแบบไหนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันทีหลังกินยาทำแท้ง?
สัญญาณเตือนที่ต้องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ได้แก่ เลือดออกมากผิดปกติจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน ไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 24 ชั่วโมงหรือไข้สูงเกิน 39°C ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ช่วย ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือไม่มีเลือดออกเลยภายใน 24 ชั่วโมงหลังใช้ Misoprostol สามารถโทรปรึกษาสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือติดต่อสถานพยาบาลที่ให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง การรับการดูแลอย่างทันท่วงทีจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
การทำแท้งด้วยยาในประเทศไทยเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่?
การยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทยถูกกฎหมายตามคำขอได้จนถึงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2565 สำหรับการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ช่วง 12-20 สัปดาห์ ต้องรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ก่อน ยา Mifepristone และ Misoprostol อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติและมีให้บริการในสถานพยาบาลเครือข่าย RSA 144 แห่งใน 23 จังหวัด การใช้ยาต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ยาทำแท้ง Mifepristone และ Misoprostol หาซื้อได้ที่ไหนในประเทศไทย?
ยา Mifepristone และ Misoprostol เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องใช้ภายใต้การกำกับของแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อจากร้านขายยาทั่วไปหรือทางออนไลน์ได้อย่างถูกกฎหมาย ปัจจุบันมีสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA 144 แห่งทั่วประเทศที่ให้บริการอย่างถูกต้อง รวมถึงโรงพยาบาลรัฐและคลินิกเอกชนที่ได้รับอนุญาต สามารถค้นหาสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ที่ rsathai.org หรือโทรสอบถามสายด่วนกรมอนามัย 1663 การใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์จะทำให้ได้รับยาที่มีคุณภาพและการติดตามผลที่เหมาะสม
ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งด้วยยาในประเทศไทยเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาแตกต่างกันตามสถานพยาบาลและอายุครรภ์ โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 3,000-8,000 บาท ซึ่งรวมค่ายา ค่าตรวจคัดกรอง ค่าปรึกษาแพทย์ และค่านัดติดตามผล สำหรับผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า บัตรทอง หรือประกันสังคม สามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียเพียงบางส่วนในโรงพยาบาลรัฐที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องมีบัตรคนในครอบครัวหรือความยินยอมจากผู้ปกครอง หากเป็นผู้ใหญ่ อย่าลังเลที่จะสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเพื่อวางแผนได้อย่างเหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



