ในสังคมไทย มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งหลายประการที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อทางพุทธศาสนา ไสยศาสตร์ และค่านิยมทางสังคม ความเชื่อเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงหลายคนกลัวและหันไปใช้บริการที่ไม่ปลอดภัย ทั้งที่ปัจจุบันกฎหมายไทยอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงทางการแพทย์และกฎหมายจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในวัฒนธรรมไทย คืออะไร
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในวัฒนธรรมไทยเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องซึ่งผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนา ไสยศาสตร์ และการตีตราทางสังคม ความเชื่อเหล่านี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์รองรับ แต่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้หญิงอย่างมาก
ความเชื่อผิดๆ ที่พบบ่อยในสังคมไทย:
- เรื่องวิญญาณเด็กหรือ "ลูกกรอก" — ความเชื่อว่าจะถูกวิญญาณเด็กตามหลอกหลอนหรือแก้แค้น ซึ่งเป็นเรื่องไสยศาสตร์ที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- เรื่องกรรม — ความกลัวว่าจะได้รับกรรมหนักหรือลงนรก ทั้งที่การตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพเป็นสิทธิส่วนบุคคล และพุทธศาสนาเน้นเจตนาและสถานการณ์ของแต่ละคน
- การเป็นหมัน — ความเชื่อว่าทำแท้งครั้งเดียวจะทำให้มีลูกไม่ได้อีก ซึ่งไม่เป็นความจริง หากได้รับบริการที่ปลอดภัยจากสถานพยาบาลที่ถูกต้อง
- การตีตราทางสังคม — ความกลัวว่าจะถูกมองว่าผิดศีลธรรม ทำให้หลายคนเก็บเป็นความลับและไม่กล้าขอคำปรึกษาจากแพทย์
- การทำแท้งผิดกฎหมายเสมอ — ความเข้าใจผิดว่าการทำแท้งผิดกฎหมายในทุกกรณี ทั้งที่ปัจจุบันกฎหมายไทยอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกต้อง
ข้อเท็จจริงคือ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถทำได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล และระหว่าง 12-20 สัปดาห์สามารถทำได้หลังรับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยในประเทศไทยมีขั้นตอนที่ชัดเจน เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่เหมาะสมและตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
ขั้นตอนการเข้ารับบริการ:
- ติดต่อสถานพยาบาล — เลือกสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Safety for All) ที่ให้บริการอย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ rsathai.org หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663
- การตรวจครรภ์และประเมินอายุครรภ์ — แพทย์จะตรวจเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์และประเมินอายุครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์ เพื่อกำหนดวิธีการที่เหมาะสม
- การให้ข้อมูลและคำปรึกษา — สำหรับการตั้งครรภ์ระหว่าง 12-20 สัปดาห์ คุณจะได้รับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น เพื่อให้คุณเข้าใจข้อมูลครบถ้วน
- การดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ — ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ อาจใช้วิธียาหรือขั้นตอนทางการแพทย์ ทั้งสองวิธีปลอดภัยเมื่อได้รับจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต
- การนัดติดตามผล — แพทย์จะนัดตรวจติดตามผลเพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินการสำเร็จและไม่มีภาวะแทรกซ้อน
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอายุและความยินยอม: ผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถตัดสินใจเข้ารับบริการได้ด้วยตนเอง กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีความยินยอมจากสามี คู่ครอง หรือครอบครัว อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลบางแห่งอาจมีแนวปฏิบัติขอให้ผู้ปกครองลงนามแม้อายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นนโยบายของสถานพยาบาลนั้นๆ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การรู้จักแยกระหว่างผลข้างเคียงปกติกับสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์จะช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและปกติ:
- เลือดออกคล้ายประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
- ปวดท้องหรือเกร็งท้องคล้ายปวดประจำเดือน
- อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือปวดศีรษะเล็กน้อย
- เจ็บหน้าอกเล็กน้อยจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัยเกินชั่วโมงละ 2 ชิ้นติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง)
- มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง
- ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- เป็นลมหรือใจสั่นอย่างรุนแรง
- ปวดท้องข้างเดียวร่วมกับเลือดออกผิดปกติ
หากพบอาการใดๆ ที่กังวล ควรติดต่อสถานพยาบาลที่ให้บริการทันที หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษา กรณีฉุกเฉินให้โทร 1669 สำหรับบริการฉุกเฉินการแพทย์
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังการยุติการตั้งครรภ์จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
คำแนะนำในการดูแลตัวเอง:
- พักผ่อนให้เพียงพอ — หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัว
- รักษาอนามัยส่วนบุคคล — ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอน เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ทำความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาด
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ — ควรรออย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือจนกว่าเลือดจะหยุดและร่างกายฟื้นตัวเรียบร้อย
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง — หากได้รับยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวด ต้องรับประทานให้ครบตามแพทย์สั่ง
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ — เลือกอาหารที่มีโปรตีนและธาตุเหล็ก ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ดูแลสุขภาพจิต — อารมณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากฮอร์โมน หากรู้สึกกังวลหรือเครียดมาก สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323
- วางแผนคุมกำเนิด — ร่างกายสามารถตกไข่ได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังยุติการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม
การยุติการตั้งครรภ์ที่ได้รับจากสถานพยาบาลที่ถูกต้องไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถตั้งครรภ์ได้ปกติหลังจากนี้หากต้องการ
คำถามที่พบบ่อย
การทำแท้งในประเทศไทยถูกกฎหมายหรือไม่?
ถูกกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 การยุติการตั้งครรภ์สามารถทำได้อย่างถูกกฎหมาย โดยไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถทำได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล และระหว่าง 12-20 สัปดาห์สามารถทำได้หลังรับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น การเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลที่ถูกต้องจึงไม่ผิดกฎหมายและเป็นสิทธิของคุณ
ทำแท้งแล้วจะถูกวิญญาณเด็ก (ลูกกรอก) ตามหลอกหลอนจริงไหม?
ไม่จริง ความเชื่อเรื่องวิญญาณเด็กหรือลูกกรอกเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์รองรับ ในทางพุทธศาสนา การตีความเรื่องกรรมและชีวิตมีความหลากหลาย และหลายท่านเห็นว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเจตนาของแต่ละคน หากคุณรู้สึกกังวลทางจิตใจ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือโทรสายด่วน 1323 เพื่อขอคำปรึกษาและการสนับสนุน
การทำแท้งส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตหรือไม่?
ไม่ส่งผล หากได้รับบริการที่ปลอดภัยจากสถานพยาบาลที่ถูกต้อง การยุติการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการทางการแพทย์สมัยใหม่ไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถตั้งครรภ์ได้ปกติหลังจากนี้ ความเชื่อว่าทำแท้งครั้งเดียวจะทำให้เป็นหมันเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ที่สำคัญคือต้องได้รับบริการจากแพทย์ที่มีใบอนุญาตและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังการดำเนินการ
ต้องไปทำแท้งที่ไหนจึงจะปลอดภัย?
ควรเลือกสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Safety for All) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่กรมอนามัยรับรอง มีแพทย์ที่ผ่านการอบรมและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน คุณสามารถค้นหารายชื่อสถานพยาบาลได้จากเว็บไซต์ rsathai.org หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำแนะนำ ห้ามซื้อยาทางออนไลน์หรือใช้วิธีการที่ไม่ปลอดภัยด้วยตนเอง เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
ทำแท้งแล้วจะได้รับกรรมหนักจริงหรือไม่?
การตีความเรื่องกรรมในพุทธศาสนามีความหลากหลาย และหลายท่านเน้นเรื่องเจตนาและบริบทของแต่ละสถานการณ์ การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย รวมถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณ สภาพความพร้อม และสถานการณ์ชีวิต สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจอย่างรอบคอบ มีข้อมูลที่ถูกต้อง และได้รับการดูแลที่ปลอดภัย หากคุณรู้สึกกังวลทางจิตใจหรือต้องการพูดคุย สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือโทรสายด่วน 1323
การทำแท้งมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่และสามารถเบิกประกันสุขภาพได้หรือไม่?
ผู้ที่มีสิทธิบัตรทองหรือประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่สถานพยาบาลของรัฐในเครือข่าย RSA สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิดังกล่าว ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและวิธีการที่ใช้ ซึ่งอาจอยู่ในช่วงหลายพันบาท ควรสอบถามรายละเอียดกับสถานพยาบาลโดยตรง หรือโทรสายด่วน 1663 เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิและค่าใช้จ่าย
ตั้งครรภ์กี่สัปดาห์ถึงจะทำแท้งได้?
ตามกฎหมายปัจจุบัน การยุติการตั้งครรภ์สามารถทำได้โดยไม่เกิน 12 สัปดาห์โดยไม่ต้องระบุเหตุผล และระหว่าง 12-20 สัปดาห์สามารถทำได้หลังรับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 สำหรับการตั้งครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ สามารถทำได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุผลทางการแพทย์หรือกฎหมายตามมาตรา 305 ยิ่งเข้ารับบริการเร็วเท่าไร ตัวเลือกในการดำเนินการจะมีมากขึ้นและความเสี่ยงจะต่ำลง
ต้องขอความยินยอมจากสามีหรือผู้ปกครองในการทำแท้งหรือไม่?
สำหรับผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถตัดสินใจเข้ารับบริการได้ด้วยตนเอง กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีความยินยอมจากสามี คู่ครอง หรือครอบครัว สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลบางแห่งอาจมีแนวปฏิบัติขอให้ผู้ปกครองลงนามแม้อายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นนโยบายของสถานพยาบาลนั้นๆ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



