สถิติการทำแท้งในไทย 2568 แสดงให้เห็นภาพรวมการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายหลังการแก้ไขกฎหมายในปี 2564 และขยายกรอบเวลาเป็น 20 สัปดาห์ในปี 2565 ข้อมูลเผยให้เห็นว่าผู้หญิงไทยสามารถเข้าถึงบริการผ่านเครือข่าย RSA และสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตมากขึ้น ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับอัตราเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี สะท้อนบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป
สถิติการทำแท้งในไทย 2568 คืออะไร
สถิติการทำแท้งในไทย 2568 หมายถึงข้อมูลจำนวนการยุติการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการอย่างถูกกฎหมายภายใต้กรอบพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งอนุญาตให้ทำแท้งได้ภายใน 12 สัปดาห์โดยไม่มีเงื่อนไข และขยายเป็น 20 สัปดาห์หลังรับคำปรึกษาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
ข้อมูลปี 2568 เผยให้เห็นแนวโน้มสำคัญหลายประการ ได้แก่ การเข้าถึงบริการผ่านระบบประกันสังคมและบัตรทองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย จำนวนสถานพยาบาลที่ให้บริการเพิ่มขึ้นผ่านเครือข่าย RSA ของกรมอนามัย และการลดลงของภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย
บริบทประชากรศาสตร์ที่สำคัญคือ ในปี 2568 ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียง 416,574 คน ซึ่งเป็นอัตราเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว ภาระทางเศรษฐกิจ และทางเลือกในการวางแผนครอบครัวที่หลากหลายมากขึ้น การเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิสุขภาพเจริญพันธุ์ที่ครบถ้วน
การเก็บสถิติที่เป็นระบบช่วยให้หน่วยงานสาธารณสุขวางแผนบริการ ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ และพัฒนาระบบสนับสนุนที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้หญิงในแต่ละช่วงวัยและภูมิภาค ข้อมูลดังกล่าวยังช่วยประเมินประสิทธิผลของนโยบายสาธารณะและระบุช่องว่างในการให้บริการ
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
กระบวนการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยเริ่มต้นด้วยการติดต่อสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต โรงพยาบาลของรัฐ หรือเครือข่าย RSA เพื่อนัดหมายรับคำปรึกษา แพทย์จะประเมินอายุครรภ์ผ่านการตรวจอัลตราซาวนด์ ซักประวัติสุขภาพ และอธิบายทางเลือกที่เหมาะสมตามสภาพร่างกายและอายุครรภ์
สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ มีสองวิธีหลัก คือ (1) วิธียา (medical abortion) โดยใช้ Mifepristone และ Misoprostol ภายใต้การดูแลของแพทย์ ใช้เวลา 1-2 วัน มีอาการคล้ายประจำเดือน และ (2) วิธีขูดมดลูก (vacuum aspiration) ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่หรือยานอนหลับสั้น สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
หากอายุครรภ์ระหว่าง 12-20 สัปดาห์ ผู้ตั้งครรภ์ต้องรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับทางเลือก ความเสี่ยง และการดูแลหลังการทำหัตถการ วิธีการในช่วงนี้มักเป็นการขยายปากมดลูกและดูดสุญญากาศ หรือใช้ยาเหนี่ยวนำคลอด ขึ้นกับสภาพครรภ์และการประเมินของแพทย์
กรณีอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ สามารถยุติได้เฉพาะกรณีที่ทารกมีความพิการรุนแรง การตั้งครรภ์คุกคามชีวิตแม่ หรือเป็นผลจากการถูกข่มขืน หรือผู้ตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและดำเนินการในสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือครบครัน ค่าใช้จ่ายสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท ขึ้นกับวิธีการและอายุครรภ์ โดยสิทธิประกันสังคมและบัตรทองครอบคลุมค่าใช้จ่ายในสถานพยาบาลของรัฐ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังการยุติการตั้งครรภ์ภายใน 12 สัปดาห์แรก ได้แก่ เลือดออกและตกเลือดเป็นก้อนคล้ายประจำเดือนที่มามาก ปวดท้องแบบมดลูกบีบตัว คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ และเหนื่อยล้า อาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ และถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่ปรับตัวหลังการหมดครรภ์
การเลือดออกอาจมีลักษณะเป็นจุดหรือปานกลางต่อเนื่อง 1-3 สัปดาห์ ขึ้นกับวิธีการที่ใช้และอายุครรภ์ หากใช้วิธียา เลือดอาจออกมากกว่าประจำเดือนปกติในช่วงแรก แต่จะค่อยๆ ลดลง ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเข้าช่องคลอดในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง ได้แก่ เลือดออกมากผิดปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมงติดต่อกัน) มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวด ตกเลือดเป็นก้อนขนาดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ หรือมีตกขาวผิดปกติที่มีกลิ่นเหม็น
อาการแทรกซ้อนร้ายแรงที่พบได้น้อยมาก แต่ต้องระวัง คือ การติดเชื้อในโพรงมดลูก การมีเนื้อเยื่อครรภ์ตกค้างที่ต้องขูดออกเพิ่มเติม และการเลือดออกมากจนต้องให้เลือด การยุติการตั้งครรภ์ที่ทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ถูกต้องมีความเสี่ยงต่ำกว่า 1% และปลอดภัยกว่าการคลอดบุตรตามธรรมชาติมาก หากมีข้อสงสัยหรือกังวล สามารถโทรปรึกษาสายด่วนกรมอนามัย 1663 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์ในสัปดาห์แรกควรเน้นการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก และทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างเต็มที่ สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันปกติได้เมื่อรู้สึกพร้อม
ระหว่างช่วงฟื้นตัว ไม่ควรสอดสิ่งใดเข้าในช่องคลอด เช่น แทมพอน ทำการสำเหร็จความใคร่ หรืออาบน้ำในอ่างแช่ตัว เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ใช้ผ้าอนามัยแบบปกติเท่านั้น เปลี่ยนบ่อยๆ และรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาด
ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติภายใน 2-4 สัปดาห์ อาจรู้สึกอารมณ์แปรปรวน เศร้า หรือเหนื่อยล้าได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากอาการรุนแรงหรือยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยา ประจำเดือนจะกลับมาปกติภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่ร่างกายสามารถตกไข่ได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังยุติการตั้งครรภ์
การคุมกำเนิดสามารถเริ่มได้ทันทีหลังการยุติการตั้งครรภ์ หากไม่ต้องการตั้งครรภ์ในทันที ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม เช่น ยาเม็ด ยาฉีด ห่วงอนามัย หรือการผูกท่อ นัดตรวจติดตามผลหลังการยุติการตั้งครรภ์ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวและวางแผนการดูแลสุขภาพต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
การทำแท้งในประเทศไทยถูกกฎหมายหรือไม่?
การทำแท้งในประเทศไทยถูกกฎหมายภายใต้พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 โดยอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ภายในอายุครรภ์ 12 สัปดาห์โดยไม่มีเงื่อนไข และขยายเป็น 20 สัปดาห์หลังรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ถูกต้องเท่านั้น
อายุครรภ์เท่าไหร่ที่สามารถทำแท้งได้ถูกกฎหมาย?
สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ถูกกฎหมายภายในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์โดยไม่มีเงื่อนไข หากอายุครรภ์ระหว่าง 12-20 สัปดาห์ ต้องรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ก่อนดำเนินการ สำหรับอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ อนุญาตเฉพาะกรณีที่การตั้งครรภ์คุกคามชีวิตแม่ ทารกมีความพิการรุนแรง เป็นผลจากการถูกข่มขืน หรือผู้ตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 15 ปีเท่านั้น
ต้องใช้เอกสารหรือหลักฐานอะไรบ้างในการขอรับบริการยุติการตั้งครรภ์?
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอรับบริการ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ราชการออกให้ บัตรประกันสังคมหรือบัตรทอง (หากมี) และเอกสารการนัดหมาย หากอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ อาจต้องมีเอกสารแสดงการรับคำปรึกษาจากแพทย์ตามที่กฎหมายกำหนด ไม่จำเป็นต้องแจ้งคู่สมรสหรือผู้ปกครองในกรณีที่ผู้ตั้งครรภ์บรรลุนิติภาวะแล้ว
สิทธิประกันสังคมและบัตรทองครอบคลุมค่าใช้จ่ายการทำแท้งหรือไม่?
สิทธิประกันสังคมและบัตรทองครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายในสถานพยาบาลของรัฐ ผู้มีสิทธิสามารถเข้าถึงบริการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือเสียเพียงบางส่วนตามระเบียบของแต่ละสถานพยาบาล ค่าใช้จ่ายในคลินิกเอกชนอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท ขึ้นกับวิธีการและอายุครรภ์
ติดต่อขอรับบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยได้ที่ไหน?
สามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ หรือผ่านเครือข่าย RSA ของกรมอนามัย ที่เว็บไซต์ rsathai.org เพื่อค้นหาสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
การทำแท้งหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์มีโทษอย่างไร?
การยุติการตั้งครรภ์หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์นอกเหนือจากกรณีที่กฎหมายอนุญาต (คุกคามชีวิตแม่ ทารกพิการรุนแรง ถูกข่มขืน หรือแม่อายุต่ำกว่า 15 ปี) ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การทำแท้งที่ถูกต้องต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
เครือข่าย RSA คืออะไรและให้บริการอย่างไร?
เครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) เป็นโครงการของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพเจริญพันธุ์อย่างครบวงจร รวมถึงการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ผ่านเครือข่ายอาสาสมัครและสถานพยาบาลในทุกภูมิภาค ให้บริการปรึกษา ส่งต่อ และสนับสนุนข้อมูลโดยไม่มีการตัดสิน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่ rsathai.org หรือโทร 1663
มีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงอะไรบ้างจากการทำแท้ง?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ เลือดออกและปวดท้องคล้ายประจำเดือน คลื่นไส้ ปวดศีรษะ และเหนื่อยล้า ซึ่งมักทุเลาภายใน 1-2 สัปดาห์ ความเสี่ยงร้ายแรงต่ำกว่า 1% หากทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต ได้แก่ การติดเชื้อ เลือดออกมาก หรือเนื้อเยื่อตกค้าง การทำแท้งที่ปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ในอนาคต และปลอดภัยกว่าการคลอดบุตรตามธรรมชาติ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



