การทำแท้งไตรมาสสองในไทย (อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์) ถูกกฎหมายตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2565 โดยต้องรับการปรึกษาจากทีมแพทย์และสหวิชาชีพก่อนดำเนินการ ต้องเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลที่มีความพร้อม ไม่สามารถทำที่คลินิกทั่วไปได้ วิธีการที่ใช้ได้แก่การใช้ยา (Mifepristone และ Misoprostol) หรือการผ่าตัด ทั้งนี้ต้องดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น
ทำแท้งไตรมาสสองในไทย คืออะไร
การทำแท้งไตรมาสสองหมายถึงการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์มีการพัฒนามากขึ้นกว่าไตรมาสแรก การยุติการตั้งครรภ์ในช่วงนี้ต้องใช้วิธีการทางการแพทย์ที่ซับซ้อนกว่า และต้องดำเนินการในโรงพยาบาลเท่านั้น
ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน การทำแท้งในไตรมาสสองถูกต้องตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกเมื่อ 26 ตุลาคม 2565 ผู้ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมสหวิชาชีพก่อน ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
เหตุผลที่อาจทำให้ต้องยุติการตั้งครรภ์ในไตรมาสสองมีหลากหลาย ได้แก่:
- ไม่ทราบว่าตั้งครรภ์จนกระทั่งเลยไตรมาสแรก
- ตรวจพบความผิดปกติของทารกในครรภ์จากการตรวจคัดกรอง
- สภาวะสุขภาพของมารดาเปลี่ยนแปลง
- สถานการณ์ชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ไม่สามารถเข้าถึงบริการในไตรมาสแรกได้ทันเวลา
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การทำแท้งไตรมาสสองในประเทศไทยมีขั้นตอนที่ชัดเจนตามกฎหมายและแนวปฏิบัติทางการแพทย์ ดังนี้:
1. การติดต่อและนัดหมาย
ติดต่อโรงพยาบาลที่ให้บริการผ่านเครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษาและนัดหมายเบื้องต้น ทีมงานจะสอบถามข้อมูลพื้นฐานและช่วยประสานงานให้
2. การตรวจประเมินและรับคำปรึกษา
ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจครรภ์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ที่แน่นอน ผ่านการตรวจอัลตราซาวนด์ จากนั้นจะได้รับคำปรึกษาจากทีมสหวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ:
- ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการยุติการตั้งครรภ์
- วิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์
- ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- การดูแลตัวเองหลังการทำหัตถการ
- การคุมกำเนิดหลังการทำแท้ง
3. ระยะเวลารอก่อนดำเนินการ
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ผู้ป่วยต้องมีเวลาพิจารณาตัดสินใจอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังรับคำปรึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจเป็นไปด้วยความรอบคอบ
4. วิธีการยุติการตั้งครรภ์
สำหรับไตรมาสสอง มีวิธีการหลัก 2 วิธี:
การใช้ยา: แพทย์จะให้ Mifepristone เพื่อหยุดการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ตามด้วย Misoprostol เพื่อกระตุ้นการหดตัวของมลรดและขับไข่ที่ปฏิสนธิออก กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหลายวัน ต้องอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บท้องคล้ายประจำเดือนมากและมีเลือดออก
การผ่าตัด: เรียกว่า D&E (Dilation and Evacuation) แพทย์จะขยายปากมดลูกและดูดเนื้อเยื่อออก ต้องทำภายใต้การดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก กระบวนการใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที แต่ต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง
5. การติดตามหลังการทำหัตถการ
ผู้ป่วยจะได้นัดติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบว่ามดลูกหดตัวกลับเข้าสู่ปกติและไม่มีภาวะแทรกซ้อน
ค่าใช้จ่าย: การทำแท้งไตรมาสสองมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าไตรมาสแรก โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 8,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการและโรงพยาบาล โรงพยาบาลของรัฐบางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การทำแท้งไตรมาสสองอาจมีผลข้างเคียงที่คาดหวังได้และเป็นปกติ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักแยกแยะระหว่างอาการปกติกับสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นปกติ:
- เลือดออกทางช่องคลอดเป็นเวลา 1-3 สัปดาห์ คล้ายประจำเดือน อาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็ก
- เจ็บท้องหรือปวดเกร็งคล้ายประจำเดือน ลดลงเป็นลำดับภายใน 3-5 วัน
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย อาจมีอาการวิงเวียนเล็กน้อย
- คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะหากใช้วิธีการยา
- อารมณ์แปรปรวนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- เต้านมบวมหรือปวดอีก 1-2 สัปดาห์จากฮอร์โมนตั้งครรภ์ที่ยังค้างอยู่
สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มภายใน 1-2 ชั่วโมง ต่อเนื่องกันเกิน 2 ชั่วโมง)
- มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือไข้ร่วมกับหนาวสั่น
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดทั่วไปไม่สามารถบรรเทาได้
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ บ่งชี้ถึงการติดเชื้อ
- อาเจียนหนักจนไม่สามารถกินหรือดื่มน้ำได้
- เหนื่อยหายใจ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- ไม่มีเลือดออกเลยภายใน 24 ชั่วโมงหลังการใช้ยา (อาจบ่งชี้ว่ายาไม่ได้ผล)
หากพบอาการเหล่านี้ ควรติดต่อโรงพยาบาลที่ทำหัตถการทันที หรือไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้เคียงที่สุด ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้แม้จะหายากแต่อาจรุนแรง ได้แก่ การติดเชื้อในมดลูก เลือดออกมาก หรือมดลูกทะลุ การได้รับการรักษาเร็วจะช่วยป้องกันปัญหาระยะยาวได้
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองที่เหมาะสมหลังทำแท้งไตรมาสสองจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
ในสัปดาห์แรก:
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือยกของหนัก
- ใช้ผ้าอนามัยธรรมดา ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือแทมปองอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ห้ามมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือจนกว่าเลือดจะหยุดสนิท
- ไม่ควรอาบน้ำแช่ตัว ใช้ทำความสะอาดร่างกายด้วยการอาบน้ำฝักบัวแทน
- ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเพื่อชดเชยเลือดที่สูญเสีย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
การจัดการความเจ็บปวด:
ใช้ยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งตามเวลาที่กำหนด เช่น Ibuprofen หรือ Paracetamol ประคบท้องด้วยน้ำอุ่นอาจช่วยบรรเทาอาการปวดเกร็ง หากปวดไม่ทุเลาหรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
การดูแลสุขภาพจิต:
อารมณ์หลังการทำแท้งแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนเศร้าหรือสับสน ทั้งหมดเป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกเครียดหรือกังวล สามารถ:
- พูดคุยกับคนที่เชื่อใจได้
- ติดต่อสายด่วนให้คำปรึกษาสุขภาพจิต 1323
- นัดพบนักจิตวิทยาหรือที่ปรึกษาหากต้องการความช่วยเหลือเฉพาะทาง
การคุมกำเนิดและวงจรประจำเดือน:
ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งเร็วถึง 2 สัปดาห์หลังการทำแท้ง หากไม่ต้องการตั้งครรภ์ ควรเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดทันทีเมื่อมีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง แพทย์จะแนะนำวิธีที่เหมาะสมในการนัดติดตามผล ประจำเดือนจะกลับมาปกติภายใน 4-8 สัปดาห์
การนัดติดตามผล:
ต้องไปตามนัดที่แพทย์กำหนดเพื่อตรวจสอบว่ามดลูกกลับสู่สภาพปกติและไม่มีเนื้อเยื่อตกค้าง การไปตามนัดเป็นสิ่งสำคัญแม้จะรู้สึกดีแล้วก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
การทำแท้งไตรมาสสองในประเทศไทยถูกกฎหมายหรือไม่
ใช่ การทำแท้งไตรมาสสอง (อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์) ถูกกฎหมายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2565 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ต้องเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลและผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมสหวิชาชีพก่อนดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด การทำหัตถการต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ต้องทำอย่างไรบ้างก่อนยุติการตั้งครรภ์อายุ 12-20 สัปดาห์
ก่อนทำแท้งไตรมาสสอง คุณต้อง: (1) ติดต่อโรงพยาบาลผ่านเครือข่าย RSA หรือโทรสายด่วน 1663 เพื่อนัดหมายเบื้องต้น (2) เข้ารับการตรวจประเมินอายุครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์ (3) พบทีมสหวิชาชีพเพื่อรับคำปรึกษาตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกอื่น วิธีการ ความเสี่ยง และการดูแลหลังการทำหัตถการ (4) มีระยะเวลาพิจารณาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังรับคำปรึกษาก่อนดำเนินการ (5) ลงนามในเอกสารแสดงความยินยอม หากอายุต่ำกว่า 18 ปีอาจต้องมีผู้ปกครองร่วมลงนามด้วย
โรงพยาบาลใดให้บริการยุติการตั้งครรภ์ไตรมาสสองในไทย
การทำแท้งไตรมาสสองต้องทำที่โรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และบุคลากรเท่านั้น ไม่สามารถทำที่คลินิกทั่วไปได้ โรงพยาบาลที่ให้บริการส่วนใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) ของกรมอนามัย ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน คุณสามารถสอบถามรายชื่อโรงพยาบาลในพื้นที่ของคุณได้โดยโทร 1663 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ rsathai.org โรงพยาบาลเหล่านี้จะมีทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมและพร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเอง
วิธีการยุติการตั้งครรภ์ไตรมาสสองมีอะไรบ้างและแตกต่างกันอย่างไร
สำหรับไตรมาสสอง มีวิธีการหลัก 2 วิธี คือ (1) การใช้ยา: แพทย์ให้ Mifepristone ตามด้วย Misoprostol เพื่อกระตุ้นให้มดลูกหดตัวและขับไข่ที่ปฏิสนธิออก กระบวนการใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหลายวัน ผู้ป่วยจะอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล มีเลือดออกและปวดท้องคล้ายประจำเดือนมาก เหมาะสำหรับอายุครรภ์ต้นของไตรมาสสอง (2) การผ่าตัด (D&E): แพทย์ขยายปากมดลูกและดูดเนื้อเยื่อออกภายใต้การดมยาสลบ ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที เหมาะกับอายุครรภ์ที่มากกว่า หรือกรณีที่ผู้ป่วยต้องการกระบวนการที่รวดเร็ว แพทย์จะแนะนำวิธีที่เหมาะสมตามอายุครรภ์และสภาวะสุขภาพของคุณ
ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งไตรมาสสองประมาณเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งไตรมาสสองในประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 8,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ อายุครรภ์ที่แน่นอน (ยิ่งมากยิ่งซับซ้อน) วิธีการที่ใช้ (ยาหรือผ่าตัด) โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน และจังหวัดที่ตั้ง โรงพยาบาลของรัฐบางแห่งอาจมีค่าบริการต่ำกว่า แต่อาจมีรายการรอคอยนานกว่า ค่าใช้จ่ายรวมถึงการตรวจอัลตราซาวนด์ ค่ายาหรือค่าผ่าตัด ค่ายาระงับความรู้สึก และการติดตามผลครั้งแรก ควรสอบถามค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อวางแผนทางการเงิน
หากอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือไม่
ตามกฎหมายไทย ผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถขอรับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลส่วนใหญ่จะขอให้ผู้ปกครองร่วมลงนามในเอกสารยินยอม อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุผลสำคัญที่ไม่สามารถบอกผู้ปกครองได้ (เช่น กรณีถูกล่วงละเมิด หรือมีความกังวลด้านความปลอดภัย) ให้ปรึกษากับทีมงานสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยาที่โรงพยาบาล พวกเขาจะช่วยประเมินสถานการณ์และหาทางออกที่เหมาะสม อาจรวมถึงการขอความเห็นชอบจากศาลเยาวชนและครอบครัวในบางกรณี สายด่วน 1663 สามารถให้คำปรึกษาเฉพาะกรณีของคุณได้
ติดต่อขอคำปรึกษาเรื่องยุติการตั้งครรภ์ไตรมาสสองได้ที่ไหน
คุณสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้หลายช่องทาง: (1) สายด่วนกรมอนามัย 1663 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้ข้อมูลและช่วยประสานงานกับโรงพยาบาล (2) เว็บไซต์เครือข่าย RSA ที่ rsathai.org มีรายชื่อโรงพยาบาลและข้อมูลติดต่อ (3) แผนกสูติ-นรีเวชของโรงพยาบาลใกล้บ้านที่อยู่ในเครือข่าย RSA (4) องค์กรพัฒนาเอกชนที่ให้บริการด้านสุขภาพเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ เช่น สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย การขอคำปรึกษาเป็นความลับและไม่มีค่าใช้จ่าย บุคลากรได้รับการฝึกอบรมให้ข้อมูลโดยไม่ตัดสินและเคารพการตัดสินใจของคุณ
การทำแท้งเกิน 20 สัปดาห์สามารถทำได้ในกรณีใดบ้าง
การยุติการตั้งครรภ์เกิน 20 สัปดาห์สามารถทำได้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นทางการแพทย์หรือสังคมอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น ได้แก่: (1) การตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของมารดาอย่างร้ายแรง (2) ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงหรือความผิดปกติที่ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ (3) การตั้งครรภ์เกิดจากการข่มขืนหรือการล่วงละเมิดทางเพศ กรณีเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินโดยคณะกรรมการแพทย์ซึ่งประกอบด้วยแพทย์หลายสาขาที่เกี่ยวข้อง และต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบ การตัดสินใจจะพิจารณาทั้งด้านการแพทย์และจริยธรรม หากคุณอยู่ในสถานการณ์นี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



