← กลับไปหน้าบทความสุขภาพ

คลื่นไส้อาเจียนหลังทำแท้ง อาการแบบไหนที่ต้องพบแพทย์

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·24 มิถุนายน 2569
คลื่นไส้อาเจียนหลังทำแท้ง อาการแบบไหนที่ต้องพบแพทย์

คลื่นไส้และอาเจียนเป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังการยุติการตั้งครรภ์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ทำแท้ง" โดยส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและค่อยๆ ทุเลาลงเองภายในหนึ่งวัน สิ่งที่ควรรู้คือเส้นแบ่งระหว่างอาการที่อยู่ในช่วงที่คาดหมายได้ กับอาการที่บอกว่าต้องไปโรงพยาบาลทันที เช่น อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้เลย ร่วมกับไข้สูงหรือเลือดออกมากผิดปกติ

คลื่นไส้อาเจียนหลังทำแท้งเกิดจากอะไร

อาการนี้มาจากหลายเหตุพร้อมกัน ไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิดพลาดเสมอไป

  • ฮอร์โมนเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว — ระหว่างตั้งครรภ์ร่างกายมีฮอร์โมนในระดับสูง เมื่อการตั้งครรภ์สิ้นสุดลง ระดับฮอร์โมนจะลดลงในเวลาไม่นาน ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารโดยตรง
  • ฤทธิ์ของยาที่แพทย์ให้ — ยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์มีผลต่อการบีบตัวของมดลูกและของลำไส้ไปพร้อมกัน คลื่นไส้จึงเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย และแพทย์จะอธิบายไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนสั่งยา
  • ความเจ็บปวดและความเครียด — อาการปวดบีบท้อง การอดนอน และความกังวล ล้วนกระตุ้นให้คลื่นไส้มากขึ้นได้ในตัวมันเอง
  • ท้องว่างหรือขาดน้ำ — หลายคนกินอาหารได้น้อยลงในช่วงนี้ ซึ่งยิ่งทำให้รู้สึกมวนท้องมากขึ้น

ผู้ที่ได้รับการยุติการตั้งครรภ์ด้วยหัตถการก็มีอาการนี้ได้เช่นกัน โดยมักสัมพันธ์กับยาระงับความรู้สึกที่ได้รับระหว่างหัตถการมากกว่าตัวกระบวนการเอง

ปกติแค่ไหน นานแค่ไหน

คลื่นไส้ที่อยู่ในช่วงที่คาดหมายได้มักมีลักษณะดังนี้

  • เริ่มในช่วงที่มีอาการปวดบีบท้องและมีเลือดออก แล้วเบาลงเมื่ออาการปวดเบาลง
  • อาเจียนไม่กี่ครั้ง แล้วยังจิบน้ำหรือกินอาหารอ่อนได้บ้าง
  • ทุเลาลงชัดเจนภายในหนึ่งวัน และหายไปเองโดยไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ
  • ไม่มีไข้สูง ไม่มีกลิ่นผิดปกติ และไม่มีอาการปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

คลื่นไส้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการฟื้นตัว หากอยากรู้ว่าอาการในวันถัดไปเป็นอย่างไร มีบทความที่เรียงลำดับไว้ตั้งแต่วันแรกจนถึงรอบเดือนกลับมา

ความแรงของอาการต่างกันมากในแต่ละคน บางคนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย บางคนคลื่นไส้อยู่หลายชั่วโมง ทั้งสองแบบพบได้ และไม่ได้บอกว่ากระบวนการได้ผลหรือไม่ได้ผล การประเมินว่าการยุติการตั้งครรภ์สมบูรณ์แล้วหรือไม่ ต้องอาศัยการตรวจจากแพทย์ ไม่ใช่การดูจากอาการที่รู้สึกเอง

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อคลื่นไส้

สิ่งที่ช่วยได้จริงในช่วงนี้เป็นเรื่องพื้นฐานทั้งหมด

  • จิบน้ำทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง — การดื่มรวดเดียวมักกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ที่จิบช้าๆ ช่วยกันภาวะขาดน้ำได้ดีกว่า
  • เริ่มจากอาหารอ่อนปริมาณน้อย — ข้าวต้ม ขนมปังกรอบ กล้วย หรือซุปใส กินทีละคำและเว้นระยะ ดีกว่ารอจนหิวมากแล้วกินคำใหญ่
  • พักในที่อากาศถ่ายเท — กลิ่นอาหาร กลิ่นน้ำหอม และห้องอับ เป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อย
  • ลุกจากที่นอนช้าๆ — การเปลี่ยนท่าเร็วเกินไปทำให้วิงเวียนและคลื่นไส้มากขึ้น
  • ให้คนอยู่ด้วยในวันแรก — ถ้าทำได้ ควรมีคนที่ติดต่อได้อยู่ใกล้ๆ เผื่อต้องพาไปโรงพยาบาล

หากอาการรบกวนมากจนกินหรือดื่มไม่ได้ ให้ติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลที่ดูแลคุณ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าจำเป็นต้องให้ยาบรรเทาอาการหรือไม่ และเลือกชนิดที่เหมาะกับคุณ ไม่ควรหาซื้อยาแก้คลื่นไส้มาใช้เองเพราะบางชนิดไม่เหมาะกับสภาวะในช่วงนี้

อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

อาการต่อไปนี้ไม่ใช่ผลข้างเคียงธรรมดา ให้ไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด หรือโทร 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน

  • อาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำ จนไม่สามารถรับน้ำได้เลย — โทร 1669
  • ไข้สูง หรือมีไข้ร่วมกับหนาวสั่น — โทร 1669
  • เลือดออกมากผิดปกติ จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยชนิดหนาที่ชุ่มเต็มแผ่นทุกชั่วโมงติดต่อกัน — โทร 1669
  • ปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดจนทนไม่ไหว — โทร 1669
  • หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ตัวเย็น หรือตัวซีดผิดปกติ — โทร 1669

ส่วนตกขาวที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติโดยไม่มีไข้ร่วมด้วย ไม่ถึงขั้นต้องเรียกรถพยาบาล แต่ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน ไม่ควรรอข้ามคืนเพื่อดูว่าจะดีขึ้นเองไหม เพราะเป็นสัญญาณของการติดเชื้อซึ่งรักษาได้ง่ายกว่ามากเมื่อพบเร็ว หากมีไข้ร่วมด้วยให้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินตามข้อข้างต้น

หากคุณใช้ยาที่ไม่ได้รับมาจากแพทย์ แล้วมีอาการข้างต้น ให้ไปโรงพยาบาลเช่นกันและบอกอาการตามจริง บุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่รักษา ไม่ใช่ตัดสิน และข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยให้รักษาได้ตรงจุดเร็วขึ้น

ถ้ากังวลว่ายาจะไม่ได้ผล ควรทำอย่างไร

ความกังวลข้อนี้พบบ่อยมากในกลุ่มที่มีอาการอาเจียน และคำตอบสั้นๆ คือ ให้ติดต่อแพทย์ผู้สั่งยา ไม่ใช่ประเมินเอง

  • โทรหาสถานพยาบาลที่ดูแลคุณ — บอกว่าอาเจียนเมื่อไหร่และมากแค่ไหน แพทย์เป็นผู้พิจารณาว่าต้องทำอะไรต่อ
  • อย่าใช้ยาเพิ่มเองไม่ว่ากรณีใด — การเพิ่มยาเองโดยไม่มีการประเมินอาจเป็นอันตราย และไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์แน่นอนขึ้น
  • ไปตามนัดติดตามผล — การนัดตรวจหลังจากนั้นมีไว้เพื่อยืนยันว่ากระบวนการสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่ตอบคำถามนี้ได้จริง
  • อย่าอาศัยการหายไปของอาการเป็นเครื่องยืนยัน — อาการคลื่นไส้ที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ไม่ได้บอกว่าการตั้งครรภ์สิ้นสุดแล้วหรือยัง

หากคุณไม่มีแพทย์ที่ติดต่อได้ ให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอรับการตรวจ หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอข้อมูลสถานพยาบาลที่รับตรวจในพื้นที่ของคุณ บุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่รักษา ไม่ใช่ตัดสิน และการไปให้เร็วทำให้ทางเลือกในการดูแลมีมากกว่าการรอ

สำหรับคำถามทั่วไปที่ไม่เร่งด่วน เช่น อยากทบทวนทางเลือกที่มี ต้องเตรียมเอกสารอะไร หรืออยากคุยกับคนที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน สามารถโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือค้นหาสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ซึ่งย่อมาจาก Referral System for Safe Abortion ได้ที่ rsathai.org

คำถามที่พบบ่อย

คลื่นไส้หลังทำแท้งเป็นเรื่องปกติไหม

เป็นอาการที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่คาดหมายได้ เกิดจากระดับฮอร์โมนที่ลดลงอย่างรวดเร็วร่วมกับฤทธิ์ของยาที่แพทย์ให้ อาการมักไม่รุนแรงและทุเลาลงเองภายในหนึ่งวัน สิ่งที่ต้องแยกออกคืออาการที่บอกถึงภาวะแทรกซ้อน เช่น อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้เลย ไข้สูง หรือเลือดออกมากผิดปกติ ซึ่งต้องไปโรงพยาบาลทันทีไม่ต้องรอดูอาการ

อาเจียนแล้วต้องกินอะไรบ้าง

เริ่มจากการจิบน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เมื่อรับน้ำได้แล้วจึงค่อยเริ่มอาหารอ่อนปริมาณน้อย เช่น ข้าวต้ม ซุปใส ขนมปังกรอบ หรือกล้วย โดยกินทีละคำและเว้นระยะ หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด รสจัด และกลิ่นแรงในช่วงแรก หากยังกินหรือดื่มไม่ได้เลย ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ดูแลคุณเพื่อประเมิน

อาการคลื่นไส้บอกได้ไหมว่ายาได้ผลหรือไม่

บอกไม่ได้ ความแรงของอาการต่างกันมากในแต่ละคนและไม่สัมพันธ์กับผลลัพธ์ บางคนแทบไม่คลื่นไส้เลยแต่กระบวนการสมบูรณ์ดี บางคนคลื่นไส้มากแต่ยังต้องตรวจติดตามอยู่ดี วิธีเดียวที่ยืนยันได้คือการตรวจจากแพทย์ตามนัด ซึ่งเป็นเหตุผลที่การไปตามนัดสำคัญแม้จะรู้สึกว่าดีขึ้นแล้ว

ควรติดต่อใครเมื่อไม่แน่ใจว่าอาการปกติหรือไม่

ติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลที่ดูแลคุณเป็นอันดับแรก เพราะเป็นผู้ที่รู้ประวัติและสิ่งที่ให้ไว้ หากอยู่นอกเวลาทำการและอาการยังไม่เข้าข่ายฉุกเฉิน สามารถโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำแนะนำทั่วไปได้ แต่ถ้ามีอาการที่ระบุไว้ในหัวข้ออาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 โดยไม่ต้องรอปรึกษาก่อน

คลื่นไส้กลับมาอีกหลังจากหายแล้วผิดปกติไหม

อาการที่เป็นๆ หายๆ ในช่วงสองสามวันแรกพบได้ โดยเฉพาะเมื่อยังปวดท้องหรือพักผ่อนไม่พอ แต่ถ้าอาการกลับมาพร้อมไข้ ปวดท้องที่แรงขึ้น ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ หรือเลือดออกมากขึ้นกว่าเดิม ให้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจ ไม่ใช่การปรับตัวตามปกติ

คลื่นไส้หลังทำแท้งกี่วันถึงหาย

ส่วนใหญ่ทุเลาลงชัดเจนภายในหนึ่งวันและหายสนิทภายในสองถึงสามวัน โดยมักเบาลงพร้อมกับอาการปวดบีบท้องที่ค่อยๆ ลดลง หากยังคลื่นไส้ต่อเนื่องหลังจากนั้น หรือมีอาการใหม่เพิ่มขึ้นมา เช่น ไข้หรือตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ ควรได้รับการตรวจจากแพทย์ ไม่ใช่รอให้หายไปเอง เพราะอาการที่ยืดเยื้อผิดปกติอาจสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนที่รักษาได้ง่ายกว่ามากเมื่อพบเร็ว

คลื่นไส้พร้อมท้องเสียหลังทำแท้งเป็นเรื่องปกติไหม

พบร่วมกันได้บ่อย เพราะยาที่ใช้มีผลต่อการบีบตัวของลำไส้ไปพร้อมกับมดลูก อาการมักเป็นอยู่ไม่นานและดีขึ้นเองเมื่อได้พักและได้รับน้ำเพียงพอ สิ่งที่ต้องระวังคือภาวะขาดน้ำ ให้จิบน้ำหรือน้ำเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หากถ่ายเหลวร่วมกับไข้ หรือรับน้ำไม่ได้เลย ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ดูแลคุณเพื่อประเมิน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาฟื้นตัวหลังทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้และคาดหวังสุขภาพ
ระยะเวลาฟื้นตัวหลังทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้และคาดหวัง
16 พฤษภาคม 2569
ดูแลตัวเองหลังทำแท้ง: คู่มือฟื้นตัวทั้งร่างกายและจิตใจอย่างปลอดภัยสุขภาพ
ดูแลตัวเองหลังทำแท้ง: คู่มือฟื้นตัวทั้งร่างกายและจิตใจอย่างปลอดภัย
15 พฤษภาคม 2569
การคุมกำเนิดหลังทำแท้ง: แนวทางและตัวเลือกที่ปลอดภัยสุขภาพ
การคุมกำเนิดหลังทำแท้ง: แนวทางและตัวเลือกที่ปลอดภัย
16 พฤษภาคม 2569