คลื่นไส้และอาเจียนเป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังจากรับประทานยาทำแท้งด้วย Mifepristone และ Misoprostol โดยส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงและหายไปเองภายใน 4-6 ชั่วโมง สามารถจัดการอาการได้โดยการรับประทานยาแก้คลื่นไส้ล่วงหน้า รับประทานอาหารเบาๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากอาเจียนภายใน 30 นาทีหลังรับประทานยา อาจต้องรับประทานยาซ้ำ แต่หากอาเจียนหลัง 30 นาที ยาส่วนใหญ่ถูกดูดซึมไปแล้วและยังคงมีประสิทธิภาพ
คลื่นไส้อาเจียนหลังกินยาทำแท้ง จัดการอย่างไร คืออะไร
การทำแท้งด้วยยาในประเทศไทยใช้ยา 2 ชนิดร่วมกัน คือ Mifepristone (ยาตัวแรก) และ Misoprostol (ยาตัวที่สอง ใช้หลังจาก Mifepristone 24-48 ชั่วโมง) ทั้งสองยานี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 ภายใต้ชื่อการค้า Medabon® และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
คลื่นไส้และอาเจียนเกิดขึ้นเนื่องจากฤทธิ์ของยาต่อระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะ Misoprostol ซึ่งกระตุ้นการหดตัวของมือมดลูกและระบบย่อยอาหาร อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรผิดปกติหรือยาไม่ได้ผล การเตรียมตัวล่วงหน้าและรู้วิธีจัดการที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณรู้สึกสบายและมั่นใจมากขึ้นในกระบวนการนี้
ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน การทำแท้งได้รับอนุญาตถึงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์โดยไม่มีเงื่อนไข และ 12-20 สัปดาห์หลังผ่านการปรึกษาแพทย์ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 การรับยาจากแพทย์ที่มีใบอนุญาตจะทำให้คุณได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการจัดการอาการต่างๆ รวมถึงคลื่นไส้และอาเจียน
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การทำแท้งด้วยยาประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้:
- วันที่ 1: รับประทาน Mifepristone 1 เม็ด (200 มก.) พร้อมน้ำ ยานี้จะหยุดการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ อาจมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยหลังรับประทานยาตัวนี้ แต่ไม่รุนแรงเท่ากับยาตัวที่สอง
- วันที่ 2-3: รับประทาน Misoprostol 4 เม็ด (ใต้ลิ้นหรือในช่องคลองจมูก ตามคำแนะนำของแพทย์) หลังจาก Mifepristone 24-48 ชั่วโมง ยาตัวนี้จะทำให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออก ภายใน 30 นาที-4 ชั่วโมงหลังรับประทาน Misoprostol จะเริ่มมีอาการตะคริวท้อง เลือดออก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอาจมีไข้หรือหนาวสั่น
- 4-6 ชั่วโมงแรก: อาการจะรุนแรงที่สุดในช่วงนี้ ควรอยู่ในที่ที่สะดวกสบาย มีห้องน้ำใกล้เคียง และมีคนดูแล การเลือดออกและอาการปวดจะค่อยๆ ลดลงหลังจากนั้น
- หลัง 24 ชั่วโมง: อาการคลื่นไส้และอาเจียนควรหายไปแล้ว หากยังมีอาการต่อเนื่องควรติดต่อแพทย์
การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความไม่สบาย แพทย์อาจสั่งยาแก้คลื่นไส้เช่น Domperidone ให้รับประทานล่วงหน้า 30 นาทีก่อนรับประทาน Misoprostol เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้และอาเจียน
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและปกติ:
- คลื่นไส้และอาเจียน 1-2 ครั้งภายใน 4-6 ชั่วโมงหลังรับประทาน Misoprostol
- ท้องเสีย 2-4 ครั้ง ซึ่งมักจะหายภายใน 24 ชั่วโมง
- ไข้หรือหนาวสั่นเล็กน้อย (อุณหภูมิไม่เกิน 38°C) นาน 1-2 ชั่วโมง
- ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะเล็กน้อย
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียต่อเนื่องนานกว่า 24 ชั่วโมง — อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน
- ไข้สูงเกิน 38.5°C หรือมีไข้ต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง
- ไม่สามารถรักษาน้ำหรืออาหารไว้ในกระเพาะได้เลย เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
- เลือดออกมากผิดปกติ (ใช้ผ้าอนามัยชนิดซับมากเต็มภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง)
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล
- ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
- มีกลิ่นเหม็นผิดปกติจากทางช่องคลอด
หากมีอาการข้างต้น ให้ติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษา หรือไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเครือข่าย RSA ทันที การติดเชื้อหลังการทำแท้งเกิดขึ้นได้น้อยมาก (น้อยกว่า 1%) แต่หากไม่ได้รับการรักษา อาจเป็นอันตรายได้
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การจัดการอาการคลื่นไส้และอาเจียนอย่างมีประสิทธิภาพ:
- รับประทานยาแก้คลื่นไส้ล่วงหน้า: ตามที่แพทย์สั่ง เช่น Domperidone 10 มก. ประมาณ 30 นาทีก่อนรับประทาน Misoprostol จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการคลื่นไส้
- รับประทานอาหารเบาๆ: ก่อนรับประทานยาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ขนมปังปิ้ง กล้วย หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด เปรี้ยว หรือมีกลิ่นแรง
- ดื่มน้ำเล็กน้อยบ่อยครั้ง: ไม่ควรดื่มน้ำมากครั้งเดียว ค่อยๆ จิบน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่า ชาสมุนไพรอ่อนๆ หรือน้ำขิง จะช่วยบรรเทาอาการได้
- พักผ่อนในท่าที่สบาย: นอนตะแคงข้าง ยกหมอนรองศีรษะเล็กน้อย จะช่วยลดอาการคลื่นไส้
- หายใจลึกๆ ช้าๆ: การหายใจเข้าลึกทางจมูก และหายใจออกช้าๆ ทางปาก จะช่วยผ่อนคลายและลดอาการคลื่นไส้
- หลีกเลี่ยงกลิ่นแรง: กลิ่นอาหาร น้ำหอม หรือควันบุหรี่ อาจทำให้อาการคลื่นไส้แย่ลง
หากอาเจียนออกมา:
- อาเจียนภายใน 30 นาทีหลังรับประทาน Misoprostol: ควรติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ อาจต้องรับประทานยาชุดใหม่ เพราะยาอาจยังไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพียงพอ
- อาเจียนหลัง 30 นาที: ยาส่วนใหญ่ถูกดูดซึมไปแล้ว โดยเฉพาะหากรับประทานยาใต้ลิ้น (ควรให้ยาละลายอย่างน้อย 30 นาที) ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาซ้ำ และยายังคงมีประสิทธิภาพ
- หลังอาเจียน: บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า พักสักครู่ แล้วค่อยๆ จิบน้ำเล็กน้อย รอประมาณ 30-60 นาทีก่อนพยายามกินหรือดื่มอะไร
การดูแลสุขภาพทั่วไปหลังใช้ยา:
- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
- ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวันเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีน ธาตุเหล็ก และวิตามิน
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก หรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- สังเกตอาการและบันทึกอาการผิดปกติเพื่อรายงานแพทย์ในการนัดติดตาม
แพทย์จะนัดติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังรับประทานยา เพื่อตรวจยืนยันว่าการทำแท้งสำเร็จและไม่มีภาวะแทรกซ้อน ค่าบริการทำแท้งด้วยยาในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 3,000-7,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและอายุครรภ์
คำถามที่พบบ่อย
อาการคลื่นไส้หลังกินยาทำแท้งจะหายเมื่อไหร่
อาการคลื่นไส้มักเริ่มภายใน 30 นาที-2 ชั่วโมงหลังรับประทาน Misoprostol และจะรุนแรงที่สุดในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นอาการจะค่อยๆ ลดลงและหายไปภายใน 24 ชั่วโมง หากอาการคลื่นไส้ยังคงมีอยู่เกิน 24 ชั่วโมงหรือรุนแรงมากจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้ ควรติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนหรือการติดเชื้อ
ถ้าอาเจียนหลังกินยาทำแท้ง ยายังได้ผลอยู่ไหม
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อาเจียนหลังรับประทานยา หากอาเจียนภายใน 30 นาทีหลังรับประทาน Misoprostol ยาอาจยังไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพียงพอ และคุณควรติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการรับประทานยาซ้ำ แต่หากอาเจียนหลังจากผ่านไป 30 นาทีขึ้นไป โดยเฉพาะถ้ารับประทานยาใต้ลิ้นและให้ยาละลายครบ 30 นาที ยาส่วนใหญ่ถูกดูดซึมไปแล้วและยังคงมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาเพิ่ม
ต้องกินยาซ้ำไหมถ้าอาเจียนหลังกินยาทำแท้ง
ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาซ้ำหากอาเจียนหลังจากผ่านไป 30 นาทีจากการรับประทาน Misoprostol เพราะยาถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว แต่หากอาเจียนภายใน 30 นาทีแรก โดยเฉพาะถ้าเห็นเม็ดยาหรือชิ้นส่วนของยาปนออกมา ควรติดต่อแพทย์ที่สั่งยาให้ทันทีเพื่อรับคำแนะนำ แพทย์อาจสั่งให้รับประทานยา Misoprostol ชุดใหม่ หรือประเมินว่ายาที่ดูดซึมไปเพียงพอหรือไม่ ห้ามตัดสินใจรับประทานยาซ้ำด้วยตัวเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
มียาอะไรช่วยลดอาการคลื่นไส้จากยาทำแท้งได้บ้าง
ยาแก้คลื่นไส้ที่แพทย์มักสั่งจ่ายคือ Domperidone (Motilium®) 10 มก. ซึ่งควรรับประทานล่วงหน้าประมาณ 30 นาทีก่อนรับประทาน Misoprostol เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้และอาเจียน นอกจากนี้ยังมียาอื่นๆ เช่น Metoclopramide หรือ Ondansetron ที่แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่ายในบางกรณี ควรรับประทานยาแก้คลื่นไส้ตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น และไม่ควรซื้อยาแก้คลื่นไส้มารับประทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยาทำแท้งหรือไม่เหมาะสมกับสภาวะของคุณ
อาการแบบไหนหลังกินยาทำแท้งที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังนี้: คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง ไข้สูงเกิน 38.5°C หรือมีไข้ต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง ไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้เลยเพราะอาเจียนทุกครั้ง เลือดออกมากผิดปกติ (ใช้ผ้าอนามัยซับมากเต็มภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง) ปวดท้องรุนแรงมากที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล มีกลิ่นเหม็นผิดปกติจากทางช่องคลอด หรือมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษา หรือไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเครือข่าย RSA ได้ทันที
ควรกินอาหารก่อนหรือหลังกินยาทำแท้ง
ควรรับประทานอาหารเบาๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนรับประทาน Misoprostol เพื่อลดโอกาสเกิดอาการคลื่นไส้ แต่ไม่ควรรับประทานอาหารมากจนเกินไปหรือรับประทานอาหารที่มันมากเพราะอาจทำให้คลื่นไส้มากขึ้น อาหารที่แนะนำ ได้แก่ ข้าวต้ม โจ๊ก ขนมปังปิ้ง กล้วย แครกเกอร์ หรืออาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่มัน เผ็ด เปรี้ยว มีกลิ่นแรง หรืออาหารที่ทำให้ท้องอืด สำหรับยา Mifepristone (ยาตัวแรก) สามารถรับประทานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอาหารในกระเพาะ
ยา Misoprostol ต้องกินอย่างไรให้ถูกวิธี
แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะตามสภาวะของคุณ แต่โดยทั่วไปมี 2 วิธีหลัก: วิธีแรกคือวางยา 4 เม็ดใต้ลิ้น ให้ยาละลายอยู่ใต้ลิ้นอย่างน้อย 30 นาที ห้ามกลืนยาหรือดื่มน้ำในระหว่างนี้ หลัง 30 นาทีสามารถกลืนน้ำลายหรือชิ้นส่วนยาที่เหลือพร้วมน้ำได้ วิธีที่สองคือใส่ยาทางช่องคลอด โดยใส่ยา 4 เม็ดเข้าไปในช่องคลองลึกที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วนอนพักอย่างน้อย 30 นาที วิธีใต้ลิ้นมักใช้บ่อยกว่าเพราะยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเร็วกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่สั่งยาให้อย่างเคร่งครัดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



