← กลับไปหน้าบทความสุขภาพ

คลื่นไส้อาเจียนหลังกินยาทำแท้ง จัดการอย่างไร

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·24 มิถุนายน 2569
คลื่นไส้อาเจียนหลังกินยาทำแท้ง จัดการอย่างไร

คลื่นไส้และอาเจียนเป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังจากรับประทานยาทำแท้งด้วย Mifepristone และ Misoprostol โดยส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงและหายไปเองภายใน 4-6 ชั่วโมง สามารถจัดการอาการได้โดยการรับประทานยาแก้คลื่นไส้ล่วงหน้า รับประทานอาหารเบาๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากอาเจียนภายใน 30 นาทีหลังรับประทานยา อาจต้องรับประทานยาซ้ำ แต่หากอาเจียนหลัง 30 นาที ยาส่วนใหญ่ถูกดูดซึมไปแล้วและยังคงมีประสิทธิภาพ

คลื่นไส้อาเจียนหลังกินยาทำแท้ง จัดการอย่างไร คืออะไร

การทำแท้งด้วยยาในประเทศไทยใช้ยา 2 ชนิดร่วมกัน คือ Mifepristone (ยาตัวแรก) และ Misoprostol (ยาตัวที่สอง ใช้หลังจาก Mifepristone 24-48 ชั่วโมง) ทั้งสองยานี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 ภายใต้ชื่อการค้า Medabon® และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

คลื่นไส้และอาเจียนเกิดขึ้นเนื่องจากฤทธิ์ของยาต่อระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะ Misoprostol ซึ่งกระตุ้นการหดตัวของมือมดลูกและระบบย่อยอาหาร อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรผิดปกติหรือยาไม่ได้ผล การเตรียมตัวล่วงหน้าและรู้วิธีจัดการที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณรู้สึกสบายและมั่นใจมากขึ้นในกระบวนการนี้

ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน การทำแท้งได้รับอนุญาตถึงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์โดยไม่มีเงื่อนไข และ 12-20 สัปดาห์หลังผ่านการปรึกษาแพทย์ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 การรับยาจากแพทย์ที่มีใบอนุญาตจะทำให้คุณได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการจัดการอาการต่างๆ รวมถึงคลื่นไส้และอาเจียน

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

การทำแท้งด้วยยาประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้:

  • วันที่ 1: รับประทาน Mifepristone 1 เม็ด (200 มก.) พร้อมน้ำ ยานี้จะหยุดการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ อาจมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยหลังรับประทานยาตัวนี้ แต่ไม่รุนแรงเท่ากับยาตัวที่สอง
  • วันที่ 2-3: รับประทาน Misoprostol 4 เม็ด (ใต้ลิ้นหรือในช่องคลองจมูก ตามคำแนะนำของแพทย์) หลังจาก Mifepristone 24-48 ชั่วโมง ยาตัวนี้จะทำให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออก ภายใน 30 นาที-4 ชั่วโมงหลังรับประทาน Misoprostol จะเริ่มมีอาการตะคริวท้อง เลือดออก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอาจมีไข้หรือหนาวสั่น
  • 4-6 ชั่วโมงแรก: อาการจะรุนแรงที่สุดในช่วงนี้ ควรอยู่ในที่ที่สะดวกสบาย มีห้องน้ำใกล้เคียง และมีคนดูแล การเลือดออกและอาการปวดจะค่อยๆ ลดลงหลังจากนั้น
  • หลัง 24 ชั่วโมง: อาการคลื่นไส้และอาเจียนควรหายไปแล้ว หากยังมีอาการต่อเนื่องควรติดต่อแพทย์

การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความไม่สบาย แพทย์อาจสั่งยาแก้คลื่นไส้เช่น Domperidone ให้รับประทานล่วงหน้า 30 นาทีก่อนรับประทาน Misoprostol เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้และอาเจียน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและปกติ:

  • คลื่นไส้และอาเจียน 1-2 ครั้งภายใน 4-6 ชั่วโมงหลังรับประทาน Misoprostol
  • ท้องเสีย 2-4 ครั้ง ซึ่งมักจะหายภายใน 24 ชั่วโมง
  • ไข้หรือหนาวสั่นเล็กน้อย (อุณหภูมิไม่เกิน 38°C) นาน 1-2 ชั่วโมง
  • ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะเล็กน้อย
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที:

  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียต่อเนื่องนานกว่า 24 ชั่วโมง — อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน
  • ไข้สูงเกิน 38.5°C หรือมีไข้ต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง
  • ไม่สามารถรักษาน้ำหรืออาหารไว้ในกระเพาะได้เลย เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
  • เลือดออกมากผิดปกติ (ใช้ผ้าอนามัยชนิดซับมากเต็มภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง)
  • ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล
  • ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
  • มีกลิ่นเหม็นผิดปกติจากทางช่องคลอด

หากมีอาการข้างต้น ให้ติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษา หรือไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเครือข่าย RSA ทันที การติดเชื้อหลังการทำแท้งเกิดขึ้นได้น้อยมาก (น้อยกว่า 1%) แต่หากไม่ได้รับการรักษา อาจเป็นอันตรายได้

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การจัดการอาการคลื่นไส้และอาเจียนอย่างมีประสิทธิภาพ:

  • รับประทานยาแก้คลื่นไส้ล่วงหน้า: ตามที่แพทย์สั่ง เช่น Domperidone 10 มก. ประมาณ 30 นาทีก่อนรับประทาน Misoprostol จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการคลื่นไส้
  • รับประทานอาหารเบาๆ: ก่อนรับประทานยาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ขนมปังปิ้ง กล้วย หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด เปรี้ยว หรือมีกลิ่นแรง
  • ดื่มน้ำเล็กน้อยบ่อยครั้ง: ไม่ควรดื่มน้ำมากครั้งเดียว ค่อยๆ จิบน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่า ชาสมุนไพรอ่อนๆ หรือน้ำขิง จะช่วยบรรเทาอาการได้
  • พักผ่อนในท่าที่สบาย: นอนตะแคงข้าง ยกหมอนรองศีรษะเล็กน้อย จะช่วยลดอาการคลื่นไส้
  • หายใจลึกๆ ช้าๆ: การหายใจเข้าลึกทางจมูก และหายใจออกช้าๆ ทางปาก จะช่วยผ่อนคลายและลดอาการคลื่นไส้
  • หลีกเลี่ยงกลิ่นแรง: กลิ่นอาหาร น้ำหอม หรือควันบุหรี่ อาจทำให้อาการคลื่นไส้แย่ลง

หากอาเจียนออกมา:

  • อาเจียนภายใน 30 นาทีหลังรับประทาน Misoprostol: ควรติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ อาจต้องรับประทานยาชุดใหม่ เพราะยาอาจยังไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพียงพอ
  • อาเจียนหลัง 30 นาที: ยาส่วนใหญ่ถูกดูดซึมไปแล้ว โดยเฉพาะหากรับประทานยาใต้ลิ้น (ควรให้ยาละลายอย่างน้อย 30 นาที) ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาซ้ำ และยายังคงมีประสิทธิภาพ
  • หลังอาเจียน: บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า พักสักครู่ แล้วค่อยๆ จิบน้ำเล็กน้อย รอประมาณ 30-60 นาทีก่อนพยายามกินหรือดื่มอะไร

การดูแลสุขภาพทั่วไปหลังใช้ยา:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวันเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีน ธาตุเหล็ก และวิตามิน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก หรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • สังเกตอาการและบันทึกอาการผิดปกติเพื่อรายงานแพทย์ในการนัดติดตาม

แพทย์จะนัดติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังรับประทานยา เพื่อตรวจยืนยันว่าการทำแท้งสำเร็จและไม่มีภาวะแทรกซ้อน ค่าบริการทำแท้งด้วยยาในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 3,000-7,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและอายุครรภ์

คำถามที่พบบ่อย

อาการคลื่นไส้หลังกินยาทำแท้งจะหายเมื่อไหร่

อาการคลื่นไส้มักเริ่มภายใน 30 นาที-2 ชั่วโมงหลังรับประทาน Misoprostol และจะรุนแรงที่สุดในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นอาการจะค่อยๆ ลดลงและหายไปภายใน 24 ชั่วโมง หากอาการคลื่นไส้ยังคงมีอยู่เกิน 24 ชั่วโมงหรือรุนแรงมากจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้ ควรติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนหรือการติดเชื้อ

ถ้าอาเจียนหลังกินยาทำแท้ง ยายังได้ผลอยู่ไหม

ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อาเจียนหลังรับประทานยา หากอาเจียนภายใน 30 นาทีหลังรับประทาน Misoprostol ยาอาจยังไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพียงพอ และคุณควรติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการรับประทานยาซ้ำ แต่หากอาเจียนหลังจากผ่านไป 30 นาทีขึ้นไป โดยเฉพาะถ้ารับประทานยาใต้ลิ้นและให้ยาละลายครบ 30 นาที ยาส่วนใหญ่ถูกดูดซึมไปแล้วและยังคงมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาเพิ่ม

ต้องกินยาซ้ำไหมถ้าอาเจียนหลังกินยาทำแท้ง

ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาซ้ำหากอาเจียนหลังจากผ่านไป 30 นาทีจากการรับประทาน Misoprostol เพราะยาถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว แต่หากอาเจียนภายใน 30 นาทีแรก โดยเฉพาะถ้าเห็นเม็ดยาหรือชิ้นส่วนของยาปนออกมา ควรติดต่อแพทย์ที่สั่งยาให้ทันทีเพื่อรับคำแนะนำ แพทย์อาจสั่งให้รับประทานยา Misoprostol ชุดใหม่ หรือประเมินว่ายาที่ดูดซึมไปเพียงพอหรือไม่ ห้ามตัดสินใจรับประทานยาซ้ำด้วยตัวเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

มียาอะไรช่วยลดอาการคลื่นไส้จากยาทำแท้งได้บ้าง

ยาแก้คลื่นไส้ที่แพทย์มักสั่งจ่ายคือ Domperidone (Motilium®) 10 มก. ซึ่งควรรับประทานล่วงหน้าประมาณ 30 นาทีก่อนรับประทาน Misoprostol เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้และอาเจียน นอกจากนี้ยังมียาอื่นๆ เช่น Metoclopramide หรือ Ondansetron ที่แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่ายในบางกรณี ควรรับประทานยาแก้คลื่นไส้ตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น และไม่ควรซื้อยาแก้คลื่นไส้มารับประทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยาทำแท้งหรือไม่เหมาะสมกับสภาวะของคุณ

อาการแบบไหนหลังกินยาทำแท้งที่ต้องไปพบแพทย์ทันที

ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังนี้: คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง ไข้สูงเกิน 38.5°C หรือมีไข้ต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง ไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้เลยเพราะอาเจียนทุกครั้ง เลือดออกมากผิดปกติ (ใช้ผ้าอนามัยซับมากเต็มภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง) ปวดท้องรุนแรงมากที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล มีกลิ่นเหม็นผิดปกติจากทางช่องคลอด หรือมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษา หรือไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเครือข่าย RSA ได้ทันที

ควรกินอาหารก่อนหรือหลังกินยาทำแท้ง

ควรรับประทานอาหารเบาๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนรับประทาน Misoprostol เพื่อลดโอกาสเกิดอาการคลื่นไส้ แต่ไม่ควรรับประทานอาหารมากจนเกินไปหรือรับประทานอาหารที่มันมากเพราะอาจทำให้คลื่นไส้มากขึ้น อาหารที่แนะนำ ได้แก่ ข้าวต้ม โจ๊ก ขนมปังปิ้ง กล้วย แครกเกอร์ หรืออาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่มัน เผ็ด เปรี้ยว มีกลิ่นแรง หรืออาหารที่ทำให้ท้องอืด สำหรับยา Mifepristone (ยาตัวแรก) สามารถรับประทานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอาหารในกระเพาะ

ยา Misoprostol ต้องกินอย่างไรให้ถูกวิธี

แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะตามสภาวะของคุณ แต่โดยทั่วไปมี 2 วิธีหลัก: วิธีแรกคือวางยา 4 เม็ดใต้ลิ้น ให้ยาละลายอยู่ใต้ลิ้นอย่างน้อย 30 นาที ห้ามกลืนยาหรือดื่มน้ำในระหว่างนี้ หลัง 30 นาทีสามารถกลืนน้ำลายหรือชิ้นส่วนยาที่เหลือพร้วมน้ำได้ วิธีที่สองคือใส่ยาทางช่องคลอด โดยใส่ยา 4 เม็ดเข้าไปในช่องคลองลึกที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วนอนพักอย่างน้อย 30 นาที วิธีใต้ลิ้นมักใช้บ่อยกว่าเพราะยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเร็วกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่สั่งยาให้อย่างเคร่งครัดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัย


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ต้องใช้ในการทำแท้งในไทย – ข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย 2568คำถามที่พบบ่อย
เอกสารที่ต้องใช้ในการทำแท้งในไทย – ข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย 2568
23 มิถุนายน 2569
ทำแท้งแล้วทำ IVF ได้ไหม ผลกระทบต่อเจริญพันธุ์สุขภาพ
ทำแท้งแล้วทำ IVF ได้ไหม ผลกระทบต่อเจริญพันธุ์
22 มิถุนายน 2569
เปรียบเทียบค่าทำแท้ง รัฐ เอกชน คลินิก ปี 2568คำถามที่พบบ่อย
เปรียบเทียบค่าทำแท้ง รัฐ เอกชน คลินิก ปี 2568
21 มิถุนายน 2569