← กลับไปหน้าบทความสุขภาพจิต

การรับมือกับการแท้งธรรมชาติ ความช่วยเหลือที่มี

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·7 สิงหาคม 2569
การรับมือกับการแท้งธรรมชาติ ความช่วยเหลือที่มี

การแท้งธรรมชาติ (Miscarriage) คือการสูญเสียทารกในครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์โดยไม่ได้ตั้งใจ พบได้ประมาณ 10-15% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด การรับมือกับสถานการณ์นี้ต้องอาศัยการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งผู้ที่ประสบการแท้งธรรมชาติมีสิทธิ์ได้รับบริการทางการแพทย์และการสนับสนุนทางจิตใจจากระบบสาธารณสุขไทย รวมถึงสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่ให้บริการฟรี 24 ชั่วโมง

การรับมือกับการแท้งธรรมชาติ ความช่วยเหลือที่มี คืออะไร

การรับมือกับการแท้งธรรมชาติหมายถึงกระบวนการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจหลังจากสูญเสียการตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ การแท้งธรรมชาติมักเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อน ปัญหาด้านฮอร์โมน หรือโครงสร้างของมูลรังไข่ โดยส่วนใหญ่เกิดในช่วง 13 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

ผู้ที่ประสบการแท้งธรรมชาติมักต้องเผชิญกับความรู้สึกสูญเสีย เศร้าโศก ผิดหวัง และความรู้สึกผิด แม้ว่าการแท้งจะไม่ได้เกิดจากความผิดของใคร การได้รับการสนับสนุนทางอารมณ์จากคู่ครอง ครอบครัว เพื่อน และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัว

ในประเทศไทย ความช่วยเหลือที่มีให้ผู้ประสบการแท้งธรรมชาติรวมถึง การดูแลทางการแพทย์จากโรงพยาบาลและคลินิกสุขภาพสตรี บริการให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (กรมสุขภาพจิต) สายด่วนกรมอนามัย 1663 และศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ซึ่งทั้งหมดให้บริการฟรีและเป็นความลับ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสนับสนุนออนไลน์และชุมชนที่สามารถแบ่งปันประสบการณ์และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

เมื่อมีอาการน่าสงสัยว่าเกิดการแท้งธรรมชาติ เช่น เลือดออกจากช่องคลอด ปวดท้องรุนแรง หรือมีเนื้อเยื่อออกมา ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจประเมิน แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อดูสภาพของมดลูกและทารกในครรภ์ และอาจตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมน hCG

หลังจากได้รับการยืนยันว่าเกิดการแท้งธรรมชาติ แพทย์จะพิจารณาวิธีการจัดการตามอายุครรภ์และสภาพของผู้ป่วย ซึ่งมีหลายวิธี:

  • รอให้แท้งเองตามธรรมชาติ (Expectant management): เหมาะกับกรณีที่ร่างกายเริ่มขับเนื้อเยื่อออกมาเอง อาจใช้เวลาหลายวันถึงสองสัปดาห์
  • ใช้ยาช่วยขับเนื้อเยื่อ (Medical management): แพทย์จะให้ยา Misoprostol เพื่อช่วยให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออก ใช้เวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมง
  • ขูดมดลูก (Surgical management): ใช้วิธีดูดสุญญากาศหรือขูดเนื้อเยื่อที่เหลือออกจากมดลูก เหมาะกับกรณีที่มีเลือดออกมากหรือมีการติดเชื้อ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

การเลือกวิธีการจัดการควรพิจารณาจากคำแนะนำของแพทย์ประกอบกับความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อควรพิจารณาที่แตกต่างกัน

หลังการแท้ง ร่างกายจะค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติภายใน 4-6 สัปดาห์ ระดับฮอร์โมนจะค่อยๆ ลดลง ประจำเดือนจะกลับมาภายใน 4-8 สัปดาห์ ในช่วงนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

หลังจากการแท้งธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมชาติหรือได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์ ผู้ป่วยอาจพบอาการต่างๆ ที่เป็นเรื่องปกติในช่วงฟื้นตัว

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:

  • เลือดออกจากช่องคลอดเป็นสีแดงสดแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล กินเวลา 1-2 สัปดาห์
  • ปวดท้องคล้ายตกประจำเดือน อาจมีอาการปวดหดเกร็งในช่วงแรก
  • เต้านมบวมหรือคัดเนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาจมีน้ำนมเล็กน้อย
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ต้องการพักผ่อนมากกว่าปกติ
  • อารมณ์แปรปรวน ร้องไห้ง่าย เศร้า หรือหงุดหงิดเนื่องจากฮอร์โมนและความเครียด

สัญญาณที่ต้องพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที:

  • เลือดออกมากผิดปกติ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมงเป็นเวลาติดต่อกันมากกว่า 2 ชั่วโมง
  • มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ อาจบอกถึงการติดเชื้อในมดลูก
  • ปวดท้องรุนแรงมากที่ยาแก้ปวดทั่วไปไม่สามารถบรรเทาได้
  • เป็นลมหมดสติ มีอาการช็อก หน้ามืด หรือหายใจลำบาก
  • มีก้อนเนื้อเยื่อขนาดใหญ่มากกว่าลูกส้มโอออกมา
  • อาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลังผ่านไป 2-3 วัน

การติดตามอาการและปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การฟื้นตัวหลังการแท้งธรรมชาติต้องอาศัยการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรอบด้าน การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงแรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ การยกของหนัก หรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 2 สัปดาห์แรก

การดูแลด้านร่างกาย:

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เพิ่มอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อชดเชยเลือดที่สูญเสีย เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ผักใบเขียว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
  • รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ เช่นเดียวกับการดูแลหลังคลอด
  • หลีกเลี่ยงการใส่สิ่งของเข้าไปในช่องคลอด เช่น แท่งยาสอด ผ้าอนามัยแบบสอด หรือมีเพศสัมพันธ์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หรือจนกว่าเลือดจะหยุดสนิท
  • นัดพบแพทย์เพื่อติดตามผลหลังการแท้ง 1-2 สัปดาห์เพื่อตรวจดูว่ามดลูกฟื้นตัวเป็นปกติ

การดูแลด้านจิตใจ:

  • ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า โกรธ ผิดหวัง หรือรู้สึกผิด ทุกความรู้สึกล้วนเป็นเรื่องปกติ
  • พูดคุยกับคู่ครอง ครอบครัว หรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ การแบ่งปันความรู้สึกช่วยบรรเทาภาระทางใจ
  • ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหากรู้สึกเศร้าหรือหดหู่นานเกิน 2 สัปดาห์ สามารถโทร สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนสำหรับผู้ที่ประสบการแท้งบุตร การได้พูดคุยกับคนที่เคยผ่านประสบการณ์เดียวกันช่วยให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว
  • ให้เวลาตัวเองในการไว้ทุกข์ ไม่ต้องรีบทำให้ทุกอย่างกลับเป็นปกติทันที แต่ละคนมีช่วงเวลาในการฟื้นตัวที่แตกต่างกัน
  • หลีกเลี่ยงการตำหนิตัวเอง การแท้งส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุทางชีววิทยาที่ควบคุมไม่ได้

การวางแผนการตั้งครรภ์ครั้งใหม่:

แพทย์มักแนะนำให้รอจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวสมบูรณ์และมีประจำเดือนมาอย่างน้อย 1-3 รอบก่อนพยายามตั้งครรภ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจของคู่สามีภรรยา ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ การรับประทานวิตามิน กรดโฟลิก และการเตรียมความพร้อมอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อย

การแท้งธรรมชาติมีอาการอย่างไร และแตกต่างจากการตกเลือดปกติอย่างไร?

การแท้งธรรมชาติมักมีอาการเลือดออกจากช่องคลอดที่มากกว่าประจำเดือนปกติ อาจมีลักษณะเป็นสีแดงสด หรือน้ำตาล บางครั้งอาจมีก้อนเนื้อเยื่อหรือก้อนเลือดออกมาด้วย ร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรงคล้ายตกประจำเดือดแต่มากกว่า อาจมีอาการปวดเกร็งในบริเวณหน้าท้องหรือหลังส่วนล่าง สัญญาณของการตั้งครรภ์เช่น คลื่นไส้ เต้านมบวม อาจหายไปอย่างกะทันหัน หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจประเมินด้วยอัลตราซาวนด์และตรวจเลือดเพื่อยืนยันสภาวะของการตั้งครรภ์

ความเศร้าและความรู้สึกผิดหลังการแท้งธรรมชาติเป็นเรื่องปกติหรือไม่?

ความเศร้า ความรู้สึกสูญเสีย ความผิดหวัง และความรู้สึกผิดหลังประสบการแท้งธรรมชาติเป็นเรื่องปกติมาก ผู้ที่ประสบการณ์นี้ต้องเผชิญกับความสูญเสียที่แท้จริงและต้องการเวลาในการไว้ทุกข์ ความรู้สึกเหล่านี้อาจแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนอาจรู้สึกโล่งใจ บางคนรู้สึกเศร้ามาก ทุกอารมณ์ความรู้สึกล้วนถูกต้องและควรได้รับการยอมรับ การแท้งธรรมชาติไม่ได้เกิดจากความผิดของใคร ดังนั้นไม่ควรตำหนิตัวเอง หากความเศร้ารุนแรงหรือนานเกิน 2 สัปดาห์ มีอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ ไม่อยากทำอะไร ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตผ่านสายด่วน 1323 หรือโรงพยาบาลที่มีบริการให้คำปรึกษา

ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเมื่อไหร่?

ควรพิจารณาขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อความเศร้าโศกรุนแรงและนานเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น มีอาการซึมเศร้า ไม่อยากทำอะไร รู้สึกสิ้นหวัง หรือคิดทำร้ายตัวเอง นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ หรือมีปัญหาในความสัมพันธ์กับคู่ครองและคนรอบข้าง การพูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือที่ปรึกษาที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถช่วยให้จัดการกับความเศร้าโศกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (กรมสุขภาพจิต) ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อขอรับการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม

หลังประสบการแท้งธรรมชาติต้องรอนานเท่าไหร่จึงจะสามารถพยายามตั้งครรภ์ใหม่ได้?

แพทย์มักแนะนำให้รอจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวสมบูรณ์และมีประจำเดือนมาอย่างน้อย 1-3 รอบก่อนพยายามตั้งครรภ์ใหม่ ซึ่งโดยทั่วไปคือประมาณ 3-6 เดือนหลังการแท้ง ช่วงเวลานี้ให้ร่างกายได้ปรับสมดุลฮอร์โมน มดลูกกลับสู่สภาวะปกติ และร่างกายได้เตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมทางจิตใจของคู่สามีภรรยา ควรมั่นใจว่าทั้งคู่พร้อมทั้งทางอารมณ์และจิตใจก่อนตัดสินใจพยายามตั้งครรภ์อีกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ การตรวจสุขภาพ การรับประทานกรดโฟลิกและวิตามิน และการตรวจหาสาเหตุของการแท้งหากเคยแท้งซ้ำมากกว่า 2 ครั้ง

คู่ครองและครอบครัวควรให้การสนับสนุนผู้ที่ประสบการแท้งธรรมชาติอย่างไร?

การสนับสนุนจากคู่ครองและครอบครัวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวทั้งร่างกายและจิตใจ สิ่งสำคัญคือการรับฟังอย่างเข้าใจและไม่ตัดสิน ให้พื้นที่สำหรับการแสดงออกทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้ โกรธ หรือเงียบ หลีกเลี่ยงการพูดประโยคที่อาจทำให้รู้สึกแย่ลง เช่น "ก็เป็นเรื่องปกติ" หรือ "ลองใหม่ได้" แต่ควรพูดว่า "ฉันเสียใจด้วย" หรือ "ฉันอยู่เคียงข้างเธอ" ช่วยเหลือในงานบ้านและกิจวัตรประจำวัน เพราะผู้ที่ประสบการแท้งอาจรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ เคารพในระยะเวลาการไว้ทุกข์ของแต่ละคน ไม่บังคับให้กลับมาเป็นปกติเร็วเกินไป หากสังเกตอาการซึมเศร้าหรือความเครียดรุนแรง ควรส่งเสริมให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ และหากเป็นคู่ครอง ควรจำไว้ว่าทั้งคู่ต่างได้รับผลกระทบและต่างต้องการการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

หากมีการแท้งบุตรซ้ำๆ มีสาเหตุจากอะไรและควรตรวจอะไรบ้าง?

การแท้งบุตรซ้ำ (Recurrent miscarriage) หมายถึงการแท้งติดต่อกัน 2 ครั้งขึ้นไป โดยพบประมาณ 1-2% ของคู่สามีภรรยา สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่ ความผิดปกติของโครโมโซมในพ่อแม่หรือตัวอ่อน ปัญหาโครงสร้างของมดลูกเช่นมีผนังกั้นหรือเนื้องอก ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้ร่างกายแม่โจมตีตัวอ่อน ภาวะเลือดแข็งตัวง่ายผิดปกติ ฮอร์โมนผิดปกติเช่นโรคต่อมไทรอยด์ เบาหวาน หรือ PCOS การตรวจหาสาเหตุควรรวมถึง การตรวจโครโมโซมของพ่อและแม่ การตรวจโครงสร้างมดลูกด้วยอัลตราซาวนด์หรือกล้อง ตรวจเลือดเพื่อดูภูมิคุ้มกันและความสามารถในการแข็งตัวของเลือด ตรวจระดับฮอร์โมนต่างๆ และการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมหรือสิทธิ์การรักษาอื่นๆ สำหรับการดูแลหลังการแท้งธรรมชาติได้หรือไม่?

ผู้ที่ประสบการแท้งธรรมชาติสามารถใช้สิทธิ์การรักษาพยาบาลได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ประกันสังคม สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หรือสิทธิ์ข้าราชการ โดยการดูแลรักษาหลังการแท้งธรรมชาติถือเป็นการรักษาพยาบาลที่จำเป็นทางการแพทย์ ครอบคลุมค่าตรวจ ค่ายา และค่าหัตถการต่างๆ เช่น การขูดมดลูก หากเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม ยังมีสิทธิ์ลาคลอดบุตรและได้รับเงินสงเคราะว์คลอดบุตรตามระเบียบ แม้ว่าการตั้งครรภ์จะสิ้นสุดลงด้วยการแท้งก็ตาม ควรสอบถามเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ที่ให้บริการเกี่ยวกับสิทธิ์ที่สามารถใช้ได้และเอกสารที่ต้องเตรียม เพื่อให้ได้รับบริการและสวัสดิการที่พึงมีพึงได้อย่างครบถ้วน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
  • สายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต 1323
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

Post Abortion Syndrome จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ควรรู้สุขภาพจิต
Post Abortion Syndrome จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
18 มิถุนายน 2569
วิธีช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังทำแท้ง: คู่มือสำหรับผู้ให้การสนับสนุนสุขภาพจิต
วิธีช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังทำแท้ง: คู่มือสำหรับผู้ให้การสนับสนุน
2 สิงหาคม 2569
บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย: ช่องทางรับคำปรึกษาที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายสุขภาพจิต
บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย: ช่องทางรับคำปรึกษาที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
15 มิถุนายน 2569