บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในประเทศไทยให้บริการผ่านสายด่วน 1663 โดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์และกรมอนามัย พร้อมด้วยเครือข่าย RSA ที่ประกอบด้วยแพทย์อาสาและทีมสหวิชาชีพทั่วประเทศ ให้คำปรึกษาและส่งต่อทั้งกรณีตั้งครรภ์ต่อและยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยภายใต้กฎหมายใหม่ปี 2564 โดยไม่มีการตัดสินและเคารพการตัดสินใจของผู้รับบริการ
บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย คืออะไร
บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมคือระบบสนับสนุนสำหรับผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมหรือต้องการข้อมูลในการตัดสินใจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายและการแพทย์ ช่วยประเมินสถานการณ์ และเชื่อมต่อไปยังบริการที่เหมาะสม
ช่องทางหลักในประเทศไทยคือ สายด่วน 1663 ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยทีมที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางจะรับสายและให้คำปรึกษาอย่างเป็นกลาง ไม่ตัดสิน และฟรีค่าบริการ
นอกจากนี้ยังมี เครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาลและคลินิกที่มีแพทย์อาสาให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทีมสหวิชาชีพใน RSA ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ที่พร้อมให้การสนับสนุนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
บริการเหล่านี้ครอบคลุมทั้งกรณีที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อแต่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจหรือสังคม และกรณีที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ภายใต้กรอบกฎหมายที่แก้ไขใหม่ในปี 2564 ซึ่งอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ได้โดยไม่มีเงื่อนไข และอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์หลังจากรับคำปรึกษา
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การเข้าถึงบริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมมีขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกปลอดภัยและได้รับข้อมูลครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อสายด่วน 1663
- โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ไม่ต้องแจ้งชื่อจริงหากไม่ต้องการ
- เจ้าหน้าที่จะถามอายุครรภ์โดยประมาณ สถานการณ์ปัจจุบัน และทางเลือกที่สนใจ
- ไม่มีการชักจูงไปทางใดทางหนึ่ง — เป็นการให้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเท่านั้น
ขั้นตอนที่ 2: รับคำปรึกษาเบื้องต้น
- เจ้าหน้าที่จะอธิบายกฎหมายปัจจุบันและตัวเลือกที่มี
- ประเมินอายุครรภ์และความเร่งด่วน
- ถามเกี่ยวกับสุขภาพกายและจิตใจโดยทั่วไป
- อธิบายขั้นตอนต่อไปหากต้องการเข้ารับบริการจริง
ขั้นตอนที่ 3: การส่งต่อไปยังเครือข่าย RSA
- หากต้องการยุติการตั้งครรภ์ เจ้าหน้าที่จะแนะนำสถานพยาบาลใน RSA ที่ใกล้ที่สุด
- จะได้รับหมายเลขติดต่อและข้อมูลเพิ่มเติม
- บางกรณีสามารถนัดหมายให้ล่วงหน้าได้
ขั้นตอนที่ 4: พบแพทย์และทีมสหวิชาชีพ
- แพทย์จะตรวจประเมินอายุครรภ์และสุขภาพโดยรวม
- อธิบายวิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่เหมาะสม (ยาหรือขูดมดลูก)
- หากอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ จะมีการปรึกษากับทีมสหวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด
- อธิบายค่าใช้จ่าย (โดยทั่วไป 3,000-15,000 บาทขึ้นกับวิธีและอายุครรภ์)
สิ่งที่คาดหวังจากการปรึกษา
- บรรยากาศที่ไม่ตัดสินและเคารพการตัดสินใจ
- ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และกฎหมาย
- ตัวเลือกทั้งการตั้งครรภ์ต่อและการยุติจะถูกนำเสนออย่างเท่าเทียม
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์มีความเสี่ยงต่ำ แต่อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่เป็นปกติและบางอย่างที่ต้องรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นปกติ:
- เลือดออกเหมือนมีประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย นาน 1-2 สัปดาห์
- ปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือน
- คลื่นไส้ อาเจียน (หากใช้ยา)
- ปวดศีรษะเล็กน้อย
- เหนื่อยล้า
- อารมณ์แปรปรวนจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน
สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ — เปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มแผ่นทุก 1-2 ชั่วโมง นานกว่า 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดช่วยไม่ได้
- มีไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 24 ชั่วโมง
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- หน้ามืด เป็นลม หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- อาเจียนหนักจนไม่สามารถดื่มน้ำได้
หากมีอาการใดข้างต้น ควรติดต่อสถานพยาบาลที่รับบริการหรือโทร 1663 เพื่อขอคำแนะนำทันที บางกรณีอาจต้องรีบไปห้องฉุกเฉินโดยเร็ว
ผลกระทบทางจิตใจ
ผู้รับบริการแต่ละคนมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนรู้สึกเศร้า รู้สึกผิด หรือสับสน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติและไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจผิดพลาด หากอารมณ์แย่ต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือโทร 1663 เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังการยุติการตั้งครรภ์ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก:
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือยกของหนัก
- ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอน เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามที่แพทย์แนะนำ
- ไม่ควรใช้สระว่ายน้ำหรืออ่างอาบน้ำ ควรอาบน้ำฝักบัวแทน
การจัดการความเจ็บปวด:
- ใช้ยาแก้ปวดที่แพทย์แนะนำ เช่น Ibuprofen หรือ Paracetamol
- ประคบท้องด้วยผ้าอุ่นช่วยบรรเทาอาการปวด
- หลีกเลี่ยง Aspirin ซึ่งอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
การตรวจติดตาม:
- นัดตรวจติดตามกับแพทย์ตามที่กำหนด โดยทั่วไปภายใน 2-4 สัปดาห์
- แพทย์จะตรวจดูว่ามดลูกหดตัวกลับเป็นปกติและไม่มีเนื้อเยื่อตกค้าง
- หารือเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในอนาคต
การคุมกำเนิดหลังยุติการตั้งครรภ์:
ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ ดังนั้นควรใช้มาตรการคุมกำเนิดทันทีหากไม่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด หรือใส่ห่วงคุมกำเนิดได้ทันทีหลังการยุติการตั้งครรภ์ตามคำแนะนำของแพทย์
การดูแลสุขภาพจิต:
- ให้เวลาตัวเองในการประมวลผลอารมณ์
- พูดคุยกับคนที่ไว้วางใจหรือนักจิตวิทยาหากต้องการ
- หลีกเลี่ยงการตัดสินตัวเองหรือรับฟังคำวิจารณ์จากผู้อื่น
- ติดต่อ 1663 หากต้องการพูดคุยกับที่ปรึกษาที่ผ่านการอบรม
คำถามที่พบบ่อย
ท้องไม่พร้อมสามารถขอคำปรึกษาได้ที่ไหน?
สามารถโทรปรึกษาได้ที่สายด่วน 1663 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์และกรมอนามัย ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีการตัดสิน เจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกทั้งหมดและส่งต่อไปยังบริการที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเครือข่าย RSA ได้โดยตรงหรือผ่านเว็บไซต์ rsathai.org
การยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทยถูกกฎหมายหรือไม่?
ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 การยุติการตั้งครรภ์ถูกกฎหมายภายใต้เงื่อนไขคือ อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถทำได้โดยไม่มีเงื่อนไข อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ต้องรับคำปรึกษาก่อน และอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ทำได้เฉพาะกรณีเสี่ยงต่อสุขภาพแม่ ทารกพิการรุนแรง หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
เครือข่าย RSA คืออะไร และเข้าถึงบริการได้อย่างไร?
RSA หรือ Referral System for Safe Abortion คือเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกที่มีแพทย์อาสาและทีมสหวิชาชีพให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงบริการได้โดยโทร 1663 เพื่อขอข้อมูลสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือเข้าชมเว็บไซต์ rsathai.org บริการครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การตรวจประเมิน ยุติการตั้งครรภ์ และดูแลติดตามหลังการรับบริการ
ค่าใช้จ่ายในการยุติการตั้งครรภ์เท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามวิธีการและอายุครรภ์ โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท การใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol ในอายุครรภ์ต้นๆ มักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการขูดมดลูก บางโรงพยาบาลของรัฐใน RSA อาจมีค่าบริการที่ถูกกว่าเอกชน ควรสอบถามค่าใช้จ่ายที่แน่นอนกับสถานพยาบาลก่อนรับบริการ ทั้งนี้การปรึกษาผ่านสายด่วน 1663 ไม่มีค่าใช้จ่าย
หากท้องไม่พร้อมแต่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ มีหน่วยงานช่วยเหลืออะไรบ้าง?
สายด่วน 1663 ให้บริการปรึกษาทั้งกรณีที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อและยุติการตั้งครรภ์ สามารถส่งต่อไปยังหน่วยงานที่ช่วยเหลือด้านที่พักพิง อาหาร ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ การจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ หรือการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม นอกจากนี้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยต่างๆ ก็ให้บริการสนับสนุนแม่และเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม
สายด่วน 1663 ให้บริการอะไรบ้าง และเปิดให้บริการเวลาใด?
สายด่วน 1663 ให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่มีวันหยุด โดยทีมที่ผ่านการอบรมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ตัวเลือกที่มี วิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย บริการสนับสนุนสำหรับผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ และส่งต่อไปยังเครือข่าย RSA หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริการไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีการตัดสินหรือชักจูง
การซื้อยาทำแท้งออนไลน์ปลอดภัยหรือไม่?
การซื้อยาทำแท้งออนไลน์มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบคุณภาพของยาได้ อาจได้รับยาปลอม ยาหมดอายุ หรือยาที่มีขนาดไม่ถูกต้อง นอกจากนี้การใช้ยาโดยไม่มีการตรวจประเมินอายุครรภ์และสุขภาพโดยแพทย์อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ยา Mifepristone และ Misoprostol ที่ถูกกฎหมายต้องจ่ายโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ผ่านเครือข่าย RSA หรือโทร 1663 เพื่อความปลอดภัย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



