← กลับไปหน้าบทความสุขภาพจิต

บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย: ช่องทางรับคำปรึกษาที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·15 มิถุนายน 2569
บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย: ช่องทางรับคำปรึกษาที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย

บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในประเทศไทยให้บริการผ่านสายด่วน 1663 โดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์และกรมอนามัย พร้อมด้วยเครือข่าย RSA ที่ประกอบด้วยแพทย์อาสาและทีมสหวิชาชีพทั่วประเทศ ให้คำปรึกษาและส่งต่อทั้งกรณีตั้งครรภ์ต่อและยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยภายใต้กฎหมายใหม่ปี 2564 โดยไม่มีการตัดสินและเคารพการตัดสินใจของผู้รับบริการ

บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย คืออะไร

บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมคือระบบสนับสนุนสำหรับผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมหรือต้องการข้อมูลในการตัดสินใจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายและการแพทย์ ช่วยประเมินสถานการณ์ และเชื่อมต่อไปยังบริการที่เหมาะสม

ช่องทางหลักในประเทศไทยคือ สายด่วน 1663 ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยทีมที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางจะรับสายและให้คำปรึกษาอย่างเป็นกลาง ไม่ตัดสิน รักษาความลับ และฟรีค่าบริการ

นอกจากนี้ยังมี เครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาลและคลินิกที่มีแพทย์อาสาให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทีมสหวิชาชีพใน RSA ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ที่พร้อมให้การสนับสนุนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

บริการเหล่านี้ครอบคลุมทั้งกรณีที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อแต่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจหรือสังคม และกรณีที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ภายใต้กรอบกฎหมายที่แก้ไขใหม่ในปี 2564 ซึ่งอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ได้โดยไม่มีเงื่อนไข และอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์หลังจากรับคำปรึกษา

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

การเข้าถึงบริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมมีขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกปลอดภัยและได้รับข้อมูลครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อสายด่วน 1663

  • โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ไม่ต้องแจ้งชื่อจริงหากไม่ต้องการ
  • เจ้าหน้าที่จะถามอายุครรภ์โดยประมาณ สถานการณ์ปัจจุบัน และทางเลือกที่สนใจ
  • ไม่มีการชักจูงไปทางใดทางหนึ่ง — เป็นการให้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 2: รับคำปรึกษาเบื้องต้น

  • เจ้าหน้าที่จะอธิบายกฎหมายปัจจุบันและตัวเลือกที่มี
  • ประเมินอายุครรภ์และความเร่งด่วน
  • ถามเกี่ยวกับสุขภาพกายและจิตใจโดยทั่วไป
  • อธิบายขั้นตอนต่อไปหากต้องการเข้ารับบริการจริง

ขั้นตอนที่ 3: การส่งต่อไปยังเครือข่าย RSA

  • หากต้องการยุติการตั้งครรภ์ เจ้าหน้าที่จะแนะนำสถานพยาบาลใน RSA ที่ใกล้ที่สุด
  • จะได้รับหมายเลขติดต่อและข้อมูลเพิ่มเติม
  • บางกรณีสามารถนัดหมายให้ล่วงหน้าได้

ขั้นตอนที่ 4: พบแพทย์และทีมสหวิชาชีพ

  • แพทย์จะตรวจประเมินอายุครรภ์และสุขภาพโดยรวม
  • อธิบายวิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่เหมาะสม (ยาหรือขูดมดลูก)
  • หากอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ จะมีการปรึกษากับทีมสหวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด
  • อธิบายค่าใช้จ่าย (โดยทั่วไป 3,000-15,000 บาทขึ้นกับวิธีและอายุครรภ์)

สิ่งที่คาดหวังจากการปรึกษา

  • บรรยากาศที่ไม่ตัดสินและเคารพการตัดสินใจ
  • ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และกฎหมาย
  • ตัวเลือกทั้งการตั้งครรภ์ต่อและการยุติจะถูกนำเสนออย่างเท่าเทียม
  • การรักษาความลับอย่างเคร่งครัด

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

การยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์มีความเสี่ยงต่ำ แต่อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่เป็นปกติและบางอย่างที่ต้องรีบพบแพทย์

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นปกติ:

  • เลือดออกเหมือนมีประจำเดือนหรือมากกว่าเล็กน้อย นาน 1-2 สัปดาห์
  • ปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือน
  • คลื่นไส้ อาเจียน (หากใช้ยา)
  • ปวดศีรษะเล็กน้อย
  • เหนื่อยล้า
  • อารมณ์แปรปรวนจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:

  • เลือดออกมากผิดปกติ — เปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มแผ่นทุก 1-2 ชั่วโมง นานกว่า 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดช่วยไม่ได้
  • มีไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 24 ชั่วโมง
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
  • หน้ามืด เป็นลม หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • อาเจียนหนักจนไม่สามารถดื่มน้ำได้

หากมีอาการใดข้างต้น ควรติดต่อสถานพยาบาลที่รับบริการหรือโทร 1663 เพื่อขอคำแนะนำทันที บางกรณีอาจต้องรีบไปห้องฉุกเฉินโดยเร็ว

ผลกระทบทางจิตใจ

ผู้รับบริการแต่ละคนมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนรู้สึกเศร้า รู้สึกผิด หรือสับสน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติและไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจผิดพลาด หากอารมณ์แย่ต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือโทร 1663 เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังการยุติการตั้งครรภ์ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือยกของหนัก
  • ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอน เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามที่แพทย์แนะนำ
  • ไม่ควรใช้สระว่ายน้ำหรืออ่างอาบน้ำ ควรอาบน้ำฝักบัวแทน

การจัดการความเจ็บปวด:

  • ใช้ยาแก้ปวดที่แพทย์แนะนำ เช่น Ibuprofen หรือ Paracetamol
  • ประคบท้องด้วยผ้าอุ่นช่วยบรรเทาอาการปวด
  • หลีกเลี่ยง Aspirin ซึ่งอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น

การตรวจติดตาม:

  • นัดตรวจติดตามกับแพทย์ตามที่กำหนด โดยทั่วไปภายใน 2-4 สัปดาห์
  • แพทย์จะตรวจดูว่ามดลูกหดตัวกลับเป็นปกติและไม่มีเนื้อเยื่อตกค้าง
  • หารือเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในอนาคต

การคุมกำเนิดหลังยุติการตั้งครรภ์:

ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ ดังนั้นควรใช้มาตรการคุมกำเนิดทันทีหากไม่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด หรือใส่ห่วงคุมกำเนิดได้ทันทีหลังการยุติการตั้งครรภ์ตามคำแนะนำของแพทย์

การดูแลสุขภาพจิต:

  • ให้เวลาตัวเองในการประมวลผลอารมณ์
  • พูดคุยกับคนที่ไว้วางใจหรือนักจิตวิทยาหากต้องการ
  • หลีกเลี่ยงการตัดสินตัวเองหรือรับฟังคำวิจารณ์จากผู้อื่น
  • ติดต่อ 1663 หากต้องการพูดคุยกับที่ปรึกษาที่ผ่านการอบรม

คำถามที่พบบ่อย

ท้องไม่พร้อมสามารถขอคำปรึกษาได้ที่ไหน?

สามารถโทรปรึกษาได้ที่สายด่วน 1663 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์และกรมอนามัย ไม่มีค่าใช้จ่าย รักษาความลับ และไม่มีการตัดสิน เจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกทั้งหมดและส่งต่อไปยังบริการที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเครือข่าย RSA ได้โดยตรงหรือผ่านเว็บไซต์ rsathai.org

การยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทยถูกกฎหมายหรือไม่?

ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 การยุติการตั้งครรภ์ถูกกฎหมายภายใต้เงื่อนไขคือ อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถทำได้โดยไม่มีเงื่อนไข อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ต้องรับคำปรึกษาก่อน และอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ทำได้เฉพาะกรณีเสี่ยงต่อสุขภาพแม่ ทารกพิการรุนแรง หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

เครือข่าย RSA คืออะไร และเข้าถึงบริการได้อย่างไร?

RSA หรือ Referral System for Safe Abortion คือเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกที่มีแพทย์อาสาและทีมสหวิชาชีพให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงบริการได้โดยโทร 1663 เพื่อขอข้อมูลสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือเข้าชมเว็บไซต์ rsathai.org บริการครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การตรวจประเมิน ยุติการตั้งครรภ์ และดูแลติดตามหลังการรับบริการ

ค่าใช้จ่ายในการยุติการตั้งครรภ์เท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามวิธีการและอายุครรภ์ โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท การใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol ในอายุครรภ์ต้นๆ มักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการขูดมดลูก บางโรงพยาบาลของรัฐใน RSA อาจมีค่าบริการที่ถูกกว่าเอกชน ควรสอบถามค่าใช้จ่ายที่แน่นอนกับสถานพยาบาลก่อนรับบริการ ทั้งนี้การปรึกษาผ่านสายด่วน 1663 ไม่มีค่าใช้จ่าย

หากท้องไม่พร้อมแต่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ มีหน่วยงานช่วยเหลืออะไรบ้าง?

สายด่วน 1663 ให้บริการปรึกษาทั้งกรณีที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อและยุติการตั้งครรภ์ สามารถส่งต่อไปยังหน่วยงานที่ช่วยเหลือด้านที่พักพิง อาหาร ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ การจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ หรือการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม นอกจากนี้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยต่างๆ ก็ให้บริการสนับสนุนแม่และเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม

สายด่วน 1663 ให้บริการอะไรบ้าง และเปิดให้บริการเวลาใด?

สายด่วน 1663 ให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่มีวันหยุด โดยทีมที่ผ่านการอบรมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ตัวเลือกที่มี วิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย บริการสนับสนุนสำหรับผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ และส่งต่อไปยังเครือข่าย RSA หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริการไม่มีค่าใช้จ่าย รักษาความลับ และไม่มีการตัดสินหรือชักจูง

การซื้อยาทำแท้งออนไลน์ปลอดภัยหรือไม่?

การซื้อยาทำแท้งออนไลน์มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบคุณภาพของยาได้ อาจได้รับยาปลอม ยาหมดอายุ หรือยาที่มีขนาดไม่ถูกต้อง นอกจากนี้การใช้ยาโดยไม่มีการตรวจประเมินอายุครรภ์และสุขภาพโดยแพทย์อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ยา Mifepristone และ Misoprostol ที่ถูกกฎหมายต้องจ่ายโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ผ่านเครือข่าย RSA หรือโทร 1663 เพื่อความปลอดภัย


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย: ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้สุขภาพ
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย: ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้
13 มิถุนายน 2569
รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกตสุขภาพ
รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกต
12 มิถุนายน 2569
ผลข้างเคียงยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสุขภาพ
ผลข้างเคียงยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
11 มิถุนายน 2569