← กลับไปหน้าบทความสุขภาพจิต

Post Abortion Syndrome จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ควรรู้

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·18 มิถุนายน 2569
Post Abortion Syndrome จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ควรรู้

Post Abortion Syndrome (PAS) เป็นคำที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นภาวะทางจิตใจที่เกิดจากการยุติการตั้งครรภ์ แต่องค์กรทางการแพทย์หลักทั่วโลก รวมถึงสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (APA) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่รับรองว่า PAS เป็นโรคหรือกลุ่มอาการทางการแพทย์ ข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากงานวิจัยแสดงว่าความรู้สึกหลังการยุติการตั้งครรภ์แตกต่างกันในแต่ละคน และผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ประสบปัญหาสุขภาพจิตร้ายแรงระยะยาว

Post Abortion Syndrome จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริง คืออะไร

Post Abortion Syndrome (PAS) เป็นศัพท์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 โดยกลุ่มที่คัดค้านการทำแท้ง แต่ไม่เคยได้รับการรับรองจากองค์กรทางการแพทย์ใดๆ ว่าเป็นภาวะที่แท้จริง สมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (American Psychiatric Association) ไม่ได้บรรจุ PAS ไว้ในคู่มือการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช (DSM-5) และองค์การอนามัยโลกก็ไม่ยอมรับว่าเป็นกลุ่มอาการทางการแพทย์

งานวิจัยจากหลายสถาบันชี้ให้เห็นว่า ความรู้สึกหลังการยุติการตั้งครรภ์มีความหลากหลาย บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนรู้สึกเศร้าชั่วคราว และบางคนมีความรู้สึกผสมปนเปกัน การศึกษาในปี 2020 จาก UCSF Advancing New Standards in Reproductive Health พบว่า 99% ของผู้ที่ยุติการตั้งครรภ์รู้สึกว่าตัดสินใจถูกต้องหลังผ่านไป 5 ปี ความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตร้ายแรงมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น เช่น ประวัติปัญหาสุขภาพจิตเดิม การขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง หรือการถูกบังคับให้ตัดสินใจ

ในบริบทของประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 การยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่เกิน 12 สัปดาห์ถูกกฎหมายและต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA มีการให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการยุติการตั้งครรภ์เพื่อดูแลสุขภาพกายและจิตใจอย่างครบถ้วน

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

การยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยต้องดำเนินการผ่านแพทย์และสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต กระบวนการมีดังนี้:

  • การรับคำปรึกษาก่อนการยุติการตั้งครรภ์ — แพทย์จะอธิบายวิธีการ ความเสี่ยง และทางเลือกต่างๆ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนทางสังคมและสุขภาพจิต
  • การตรวจร่างกายและประเมินอายุครรภ์ — ใช้อัลตราซาวนด์ยืนยันอายุครรภ์และสภาพร่างกาย
  • การเลือกวิธีการยุติการตั้งครรภ์ — ยุติด้วยยา (Medical Abortion) ใช้ Mifepristone และ Misoprostol สำหรับครรภ์ไม่เกิน 9-10 สัปดาห์ หรือวิธีผ่าตัด (Surgical Abortion) เช่น Vacuum Aspiration หรือ D&C ขึ้นกับอายุครรภ์
  • การติดตามผลหลังการทำหัตถการ — นัดตรวจอีกครั้งภายใน 1-2 สัปดาห์เพื่อยืนยันว่าการยุติครรภ์สำเร็จและดูแลสุขภาพจิต
  • การให้คำปรึกษาหลังการยุติการตั้งครรภ์ — สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA มีบริการให้คำปรึกษาจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาหากต้องการ

หากมีอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 กรณีเกิน 20 สัปดาห์ยุติได้เฉพาะเมื่อเสี่ยงต่อชีวิตแม่ ทารกมีความพิการรุนแรง หรือจากการถูกล่วงละเมิมทางเพศ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงทางร่างกายที่พบบ่อยและเป็นปกติ:

  • เลือดออกและตกก้อนเลือดเล็กน้อยเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • ปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือน (บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง)
  • คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือมีไข้เล็กน้อย (ควรหายใน 24 ชั่วโมง)
  • เต้านมคัดตึง (อาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการกลับสู่สภาวะปกติ)

สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:

  • มีไข้สูงกว่า 38°C เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง (อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ)
  • เลือดออกมากผิดปกติ (เปลี่ยนผ้าอนามัยชนิดหนามากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน)
  • ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
  • รู้สึกอ่อนเพลียมาก วิงเวียน หรือใจสั่น

ผลกระทบทางอารมณ์ที่พบบ่อย: ความรู้สึกโล่งใจ เศร้าชั่วคราว รู้สึกผิดบ้างเล็กน้อย หรือความรู้สึกผสมปนเป ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติและมักจางหายไปเอง แต่หากรู้สึกซึมเศร้าอย่างรุนแรงติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือโทร 1323 (สายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต)

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การดูแลตัวเองทั้งทางกายและจิตใจหลังการยุติการตั้งครรภ์มีความสำคัญต่อการฟื้นตัวที่ดี:

การดูแลร่างกาย:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักในสัปดาห์แรก
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ ผักใบเขียวเข้ม หรือตามที่แพทย์แนะนำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการใส่สิ่งของเข้าช่องคลอด (แทมพอน การมีเพศสัมพันธ์) เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • ทานยาตามแพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ (ถ้ามี) ให้ครบตามกำหนด

การดูแลสุขภาพจิต:

  • ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง — ไม่มีความรู้สึกใดที่ "ผิด" หรือ "ถูก"
  • พูดคุยกับคนที่ไว้วางใจได้ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากต้องการ
  • หลีกเลี่ยงการตัดสินตัวเอง — การตัดสินใจในสถานการณ์ยากคือความกล้าหาญ
  • ติดต่อสายด่วน 1323 (สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต) หรือ 1663 (กรมอนามัย) หากต้องการพูดคุยหรือรับคำปรึกษา
  • ใช้เทคนิคผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึกๆ สมาธิ หรือการออกกำลังกายเบาๆ

สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA มีบริการให้คำปรึกษาหลังการยุติการตั้งครรภ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และสามารถส่งต่อไปยังจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเฉพาะทางได้หากจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย

Post Abortion Syndrome เป็นโรคที่แท้จริงหรือไม่

ไม่ใช่ Post Abortion Syndrome (PAS) ไม่ได้รับการรับรองจากองค์กรทางการแพทย์ใดๆ รวมถึงสมาคมจิตแพทย์อเมริกันและองค์การอนามัยโลก ไม่ปรากฏในคู่มือการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช DSM-5 แม้ว่าผู้หญิงบางคนอาจมีความรู้สึกทางอารมณ์หลังการยุติการตั้งครรภ์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็น "กลุ่มอาการ" ทางการแพทย์ ความรู้สึกเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นเช่นการขาดการสนับสนุน หรือประวัติปัญหาสุขภาพจิตเดิม

ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกอย่างไรหลังการยุติการตั้งครรภ์

จากงานวิจัยหลายชิ้น ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกโล่งใจหลังการยุติการตั้งครรภ์ การศึกษาจาก UCSF ที่ติดตามผู้หญิงกว่า 1,000 คนเป็นเวลา 5 ปี พบว่า 99% รู้สึกว่าตัดสินใจถูกต้อง ความรู้สึกทางอารมณ์มีความหลากหลาย บางคนรู้สึกเศร้าชั่วคราว บางคนมีความรู้สึกผสมปนเป แต่ส่วนใหญ่ไม่ประสบปัญหาสุขภาพจิตร้ายแรงระยะยาว ผู้ที่มีความเสี่ยงมักมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน หรือถูกบังคับให้ตัดสินใจโดยไม่สมัครใจ

หากรู้สึกเศร้าหลังการยุติการตั้งครรภ์ควรทำอย่างไร

ความรู้สึกเศร้าหรืออารมณ์แปรปรวนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเป็นเรื่องปกติเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หากความรู้สึกเหล่านี้รุนแรงหรือยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที คุณสามารถโทร 1323 (สายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต) หรือ 1663 (สายด่วนกรมอนามัย) เพื่อรับคำปรึกษาฟรี หรือติดต่อสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่มีบริการให้คำปรึกษาทางด้านจิตใจโดยเฉพาะ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญช่วยให้จัดการกับความรู้สึกได้อย่างสร้างสรรค์

การยุติการตั้งครรภ์ทำให้เป็นหมันหรือมีปัญหาสุขภาพระยะยาวหรือไม่

ไม่ หากดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตและตามมาตรฐานทางการแพทย์ การยุติการตั้งครรภ์ไม่ทำให้เป็นหมันและไม่ส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ในอนาคต หลักฐานทางวิชาการจากองค์การอนามัยโลกยืนยันว่าการทำแท้งที่ปลอดภัยมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่ำมาก ผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติหลังจากรอบเดือนกลับมาปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์

ควรพูดคุยกับใครเกี่ยวกับความรู้สึกหลังการยุติการตั้งครรภ์

คุณสามารถพูดคุยกับคนที่คุณไว้วางใจ เช่น คู่สมรส เพื่อนสนิท หรือสมาชิกในครอบครัว หากต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อนักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่มีบริการให้คำปรึกษาหลังการยุติการตั้งครรภ์ สายด่วน 1323 (กรมสุขภาพจิต) และ 1663 (กรมอนามัย) ให้บริการรับฟังและให้คำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การพูดคุยช่วยลดความเครียดและทำให้คุณจัดการกับความรู้สึกได้ดีขึ้น

ปัจจัยใดบ้างที่เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตหลังการยุติการตั้งครรภ์

ปัจจัยเสี่ยงหลักประกอบด้วย ประวัติปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล การขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง การถูกบังคับให้ยุติการตั้งครรภ์โดยไม่สมัครใจ หรือการถูกตีตราทางสังคม การเผชิญกับความยากลำบากทางการเงินหรือความสัมพันธ์ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ควรรับคำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการยุติการตั้งครรภ์เพื่อดูแลสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง

กฎหมายไทยรองรับการดูแลสุขภาพจิตหลังการยุติการตั้งครรภ์อย่างไร

ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 สถานพยาบาลที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ต้องจัดให้มีการรับคำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการทำหัตถการ เครือข่าย RSA (Reproductive Health Service Alliance) ที่อยู่ภายใต้กรมอนามัย มีทีมให้คำปรึกษาที่ได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางเพื่อดูแลสุขภาพกายและจิตใจของผู้รับบริการอย่างครบวงจร บริการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้หญิงได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและการสนับสนุนที่จำเป็น


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
  • American Psychiatric Association (APA) — Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders (DSM-5)
  • UCSF Advancing New Standards in Reproductive Health — The Turnaway Study
  • World Health Organization (WHO) — Safe Abortion Guidelines
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถิติการทำแท้งในไทย 2568: ข้อมูลล่าสุดและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมสังคม
สถิติการทำแท้งในไทย 2568: ข้อมูลล่าสุดและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
17 มิถุนายน 2569
การทำแท้งกับศาสนาในไทย: พุทธ คริสต์ อิสลาม มีมุมมองอย่างไรสังคม
การทำแท้งกับศาสนาในไทย: พุทธ คริสต์ อิสลาม มีมุมมองอย่างไร
16 มิถุนายน 2569
บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย: ช่องทางรับคำปรึกษาที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายสุขภาพจิต
บริการให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมในไทย: ช่องทางรับคำปรึกษาที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
15 มิถุนายน 2569