การทำแท้งที่ปลอดภัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน 2-3 สัปดาห์หลังทำแท้ง และสามารถเข้ารับการรักษา IVF ได้ตามปกติเมื่อร่างกายพร้อม ในประเทศไทย การทำแท้งถูกกฎหมายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยคลินิก IVF มีอัตราความสำเร็จสูงถึง 45-65% สำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี
ภาวะเจริญพันธุ์และ IVF หลังทำแท้ง คืออะไร
ภาวะเจริญพันธุ์หมายถึงความสามารถของระบบสืบพันธุ์ในการตั้งครรภ์และดำรงการตั้งครรบ์จนคลอดบุตร การทำแท้งที่ปลอดภัยโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นวิธียาหรือวิธีผ่าตัดตามมาตรฐาน ไม่ทำให้ภาวะเจริญพันธุ์ลดลง งานวิจัยจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ระบุชัดเจนว่าการทำแท้งที่ถูกต้องไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากในอนาคต
IVF (In Vitro Fertilization) หรือการผสมเชื้อนอกมดลูก เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่นำไข่และอสุจิมาผสมในห้องปฏิบัติการ จากนั้นนำตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีกลับไปฝังในมดลูก สำหรับผู้หญิงที่เคยทำแท้ง ไม่มีข้อจำกัดทางการแพทย์ในการเข้ารับการรักษา IVF ตราบใดที่การทำแท้งครั้งก่อนไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ในประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งได้โดยไม่มีเงื่อนไขสำหรับการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ส่วนอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ต้องได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ก่อน การทำแท้งต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคต
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
หลังการทำแท้ง ร่างกายจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูทันที รอบประจำเดือนจะกลับมาปกติภายใน 4-8 สัปดาห์ ในช่วงนี้ร่างกายสามารถตั้งครรภ์ได้แล้ว แต่แพทย์มักแนะนำให้รอ 1-3 รอบเดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่ เพื่อให้มดลูกและฮอร์โมนกลับสู่สภาวะปกติสมบูรณ์
สำหรับการเข้ารับการรักษา IVF หลังทำแท้ง แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวมก่อน ขั้นตอนเตรียมตัวประกอบด้วย:
- ตรวจระดับฮอร์โมน FSH, LH, AMH และ Estradiol เพื่อประเมินสภาพรังไข่
- ตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ เพื่อดูความพร้อมของอวัยวะสืบพันธุ์
- ตรวจสุขภาพทั่วไป รวมถึงการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน IVF เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- เตรียมความพร้อมทางจิตใจและการเงิน โดยค่าใช้จ่าย IVF ในไทยอยู่ที่ 100,000-250,000 บาทต่อรอบ
กระบวนการ IVF ใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อรอบ เริ่มจากการกระตุ้นรังไข่ด้วยฮอร์โมน เก็บไข่ ผสมเชื้อ เพาะเลี้ยงตัวอ่อน และฝังตัวอ่อนเข้ามดลูก คลินิก IVF ในประเทศไทยมีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและอัตราความสำเร็จที่สูง โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปีมีโอกาสสำเร็จ 45-65% ต่อรอบการรักษา
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
หลังการทำแท้งที่ปลอดภัย ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นปกติ ได้แก่:
- เลือดออกเล็กน้อยคล้ายประจำเดือน นาน 1-2 สัปดาห์
- อาการปวดเกร็งท้องน้อยคล้ายประจำเดือน สามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
- อาการเหนื่อยล้าชั่วคราว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย จากการปรับตัวของฮอร์โมนหลังการตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจบ่งชี้ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์:
- มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส อาจบ่งชี้การติดเชื้อในมดลูก
- เลือดออกมากผิดปกติ เปียกผ้าอนามัยเต็มแผ่นภายใน 1-2 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่
- ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวด อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือบาดเจ็บของอวัยวะ
- ตกขาวผิดปกติมีกลิ่นเหม็น บ่งชี้การติดเชื้อที่อาจลุกลามไปยังท่อนำไข่
- อาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง หรือท้องเสียต่อเนื่อง
การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจนำไปสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังของอวัยวะสืบพันธุ์ (PID) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก หากมีอาการผิดปกติใดๆ ควรติดต่อโรงพยาบาลที่ทำหัตถการหรือสายด่วน 1669 สำหรับกรณีฉุกเฉิน
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังทำแท้งช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูเร็วและรักษาภาวะเจริญพันธุ์ที่ดี แพทย์แนะนำให้:
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักหรือยกของหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้มดลูกหายเป็นปกติและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
- รักษาสุขอนามัยให้ดี เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ไม่ใช้แทมปองในระยะแรก ไม่แช่อ่างอาบน้ำ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อทดแทนเลือดที่สูญเสีย
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ ซึ่งส่งผลเสียต่อการฟื้นฟูและภาวะเจริญพันธุ์
สำหรับการวางแผนตั้งครรภ์ใหม่หรือเตรียมตัวทำ IVF:
- รอให้ประจำเดือนมา 1-3 รอบก่อนเริ่มพยายามตั้งครรภ์ เพื่อให้ฮอร์โมนและมดลูกกลับสู่สภาวะปกติ
- รับประทานวิตามินเสริมที่มีกรดโฟลิก 400-800 ไมโครกรัมต่อวัน
- รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ค่า BMI 18.5-24.9
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่พอเหมาะ 30 นาทีต่อวัน 3-5 วันต่อสัปดาห์
- จัดการความเครียดด้วยการทำสมาธิ โยคะ หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวหลังทำแท้ง สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวชหรือเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
คำถามที่พบบ่อย
การทำแท้งส่งผลกระทบต่อโอกาสสำเร็จของ IVF ในอนาคตหรือไม่
การทำแท้งที่ปลอดภัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสสำเร็จของการรักษา IVF ในอนาคต งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าผู้หญิงที่เคยทำแท้งมีอัตราความสำเร็จของ IVF ไม่แตกต่างจากผู้ที่ไม่เคยทำแท้ง ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของ IVF คืออายุของผู้หญิง คุณภาพไข่และอสุจิ สภาพมดลูก และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ ในประเทศไทย คลินิก IVF มีอัตราความสำเร็จสูงถึง 45-65% สำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี โดยไม่ขึ้นกับประวัติการทำแท้ง สิ่งสำคัญคือต้องทำแท้งในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังหัตถการเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
หลังทำแท้งควรรอนานเท่าไหร่ก่อนเริ่มกระบวนการ IVF
แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้รอประจำเดือนมาอย่างน้อย 1-3 รอบก่อนเริ่มกระบวนการ IVF ระยะเวลานี้ให้มดลูกมีเวลาฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์และฮอร์โมนกลับสู่สภาวะปกติ ในบางกรณีที่การทำแท้งไม่มีภาวะแทรกซ้อนและผู้หญิงมีสุขภาพแข็งแรง อาจเริ่มได้เร็วกว่านี้หลังปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การรอให้ร่างกายพร้อมช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จของการฝังตัวของตัวอ่อนและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ก่อนเริ่ม IVF แพทย์จะตรวจสุขภาพโดยรวม ตรวจระดับฮอร์โมน และอัลตราซาวด์เพื่อประเมินความพร้อมของระบบสืบพันธุ์ ไม่ควรรีบเร่งกระบวนการโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและความสำเร็จของการรักษา
วิธีการทำแท้งแบบใดที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อภาวะเจริญพันธุ์
ทั้งวิธียาและวิธีผ่าตัดที่ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานมีความปลอดภัยสูงและไม่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคต วิธียา (Medical Abortion) โดยใช้ Mifepristone และ Misoprostol เหมาะสำหรับการตั้งครรภ์ระยะแรกไม่เกิน 10 สัปดาห์ ไม่มีการผ่าตัดจึงลดความเสี่ยงของแผลเป็นในมดลูก วิธีผ่าตัด (Surgical Abortion) แบบ Vacuum Aspiration หรือ D&C ที่ทำโดยแพทย์มีประสบการณ์ก็ปลอดภัยเช่นกัน โดยใช้เทคนิคที่ระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผลต่อมดลูกหรือปากมดลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และเข้ารับการตรวจติดตามผลหลังหัตถการเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน การทำแท้งเองโดยไม่มีความรู้หรือซื้อยาทางออนไลน์มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและบาดเจ็บที่อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์
ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF ในประเทศไทยเป็นอย่างไร
ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF ในประเทศไทยอยู่ระหว่าง 100,000-250,000 บาทต่อรอบการรักษา ขึ้นอยู่กับคลินิกและความซับซ้อนของการรักษา ราคานี้รวมค่ายากระตุ้นรังไข่ ค่าเก็บไข่ ค่าผสมเชื้อ และค่าฝังตัวอ่อน เมื่อเทียบกับประเทศตะวันตกที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000-600,000 บาทต่อรอบ ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 30-50% แต่มีคุณภาพการรักษาและอัตราความสำเร็จที่เทียบเท่า การตรวจเพิ่มเติมเช่น PGT (Preimplantation Genetic Testing) สำหรับคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 50,000-100,000 บาท ส่วนค่าแช่แข็งตัวอ่อนประมาณ 10,000-20,000 บาทต่อปี บางโรงพยาบาลรัฐมีโครงการสนับสนุนบางส่วนสำหรับคู่สมรสไทยที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก ควรสอบถามรายละเอียดและวางแผนการเงินล่วงหน้าก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา
ใครบ้างที่สามารถเข้ารับบริการ IVF ในประเทศไทยได้ตามกฎหมาย
ตามกฎหมายไทย บริการ IVF เปิดให้กับคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น โดยต้องใช้ไข่และอสุจิของคู่สมรสเอง หรือรับบริจาคจากผู้บริจาคที่ผ่านการตรวจสอบตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข ผู้หญิงที่เคยทำแท้งสามารถเข้ารับบริการ IVF ได้ตามปกติโดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรสไทย-ไทย หรือคู่สมรสที่มีคู่สมรสต่างชาติก็ตาม ประเทศไทยไม่อนุญาตให้บุคคลโสดหรือคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเข้ารับบริการ IVF และไม่อนุญาตการใช้มดลูกอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ ก่อนเข้ารับบริการต้องเตรียมเอกสารทะเบียนสมรส บัตรประจำตัวประชาชน และเอกสารประกอบอื่นๆ ตามที่คลินิกกำหนด คลินิก IVF ที่ได้มาตรฐานในประเทศไทยทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายและจริยธรรมทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด
หลังทำแท้งต้องตรวจอะไรบ้างก่อนเริ่มวางแผน IVF
ก่อนเริ่มกระบวนการ IVF หลังทำแท้ง แพทย์จะให้ทำการตรวจหลายรายการเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ได้แก่ การตรวจระดับฮอร์โมน FSH, LH, AMH และ Estradiol เพื่อประเมินสภาพและสำรองไข่ การตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดเพื่อดูสภาพมดลูก ความหนาของผนังมดลูก และตรวจหาความผิดปกติต่างๆ การตรวจเลือดเพื่อหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV, Hepatitis B, Hepatitis C และซิฟิลิส การตรวจ HSG (Hysterosalpingography) เพื่อดูความโล่งของท่อนำไข่ในบางกรณี และการตรวจสุขภาพทั่วไปรวมถึงระดับน้ำตาลในเลือด ไทรอยด์ และค่าเม็ดเลือด การตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสมและระบุปัญหาที่อาจส่งผลต่อความสำเร็จของ IVF สามารถแก้ไขได้ทันเวลา คู่สมรสควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
การตรวจ PGT ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จของ IVF ได้อย่างไร
PGT (Preimplantation Genetic Testing) เป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อนก่อนฝังเข้ามดลูก ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จของ IVF โดยเลือกเฉพาะตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติมาฝัง ซึ่งมีโอกาสฝังตัวสำเร็จและดำรงครรภ์จนคลอดสูงกว่า เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุมากกว่า 35 ปี คู่สมรสที่เคยแท้งบุตรซ้ำ มีประวัติ IVF ล้มเหลวหลายครั้ง หรือเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรม การตรวจ PGT สามารถลดความเสี่ยงของการแท้งบุตรและการคลอดบุตรที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม นอกจากนี้ยังช่วยลดจำนวนรอบการรักษาที่จำเป็นจึงประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 50,000-100,000 บาท แต่สำหรับกรณีที่มีความเสี่ยงสูง การตรวจ PGT เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อเพิ่มโอกาสมีบุตรที่สมบูรณ์แข็งแรง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินว่าเหมาะสมกับกรณีของคุณหรือไม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



