← กลับไปหน้าบทความสุขภาพ

ครรภ์นอกมดลูก การรักษาในไทย: สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·16 พฤษภาคม 2569
ครรภ์นอกมดลูก การรักษาในไทย: สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน

ครรภ์นอกมดลูกเป็นภาวะที่ตัวอ่อนฝังตัวนอกโพรงมดลูก ส่วนใหญ่เกิดในท่อนำไข่ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรักษาทันทีเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิต ในประเทศไทย การรักษาครรภ์นอกมดลูกไม่ถือเป็นการทำแท้งตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการรักษาภาวะที่คุกคามชีวิตมารดาโดยตรง และสามารถเข้าถึงบริการได้ในสถานพยาบาลทั่วประเทศ

ครรภ์นอกมดลูก การรักษาในไทย คืออะไร

ครรภ์นอกมดลูกเกิดขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วไปฝังตัวนอกโพรงมดลูก โดยพบได้ประมาณ 1-2% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด สถานที่ที่พบบ่อยที่สุดคือท่อนำไข่ (95%) แต่อาจพบในรังไข่ ช่องท้อง หรือปากมดลูกได้เช่นกัน

อาการเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่:

  • ปวดท้องข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังเลิกมีประจำเดือน 6-8 สัปดาห์
  • เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ อาจเป็นสีน้ำตาลหรือแดงสด
  • วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลียผิดปกติ
  • ปวดไหล่ (อาจเป็นสัญญาณของเลือดออกในช่องท้อง)
  • ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว

ตามกฎหมายไทย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 การรักษาครรภ์นอกมดลูกไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขใดๆ เพราะถือเป็นการรักษาภาวะที่คุกคามชีวิตมารดา ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันทีที่ได้รับการวินิจฉัย ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการขออนุญาตหรือรับคำปรึกษาเพิ่มเติม

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

การวินิจฉัยครรภ์นอกมดลูกในประเทศไทยเริ่มต้นจากการตรวจประวัติและอาการ ตามด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการและภาพถ่ายเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

การตรวจวินิจฉัย:

  • ตรวจ beta-hCG ในเลือด เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์และติดตามระดับฮอร์โมน
  • อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด เพื่อหาตำแหน่งของถุงครรภ์
  • ตรวจภายใน ประเมินขนาดมดลูกและตรวจหาก้อนบริเวณรอบมดลูก
  • เจาะเลือดตรวจหมู่เลือดและภาวะโลหิตจาง

ทางเลือกในการรักษา:

แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ระดับ beta-hCG ขนาดของครรภ์ และมีเลือดออกในช่องท้องหรือไม่

1. การรอดูอาการ (Expectant management) — ใช้ในกรณีที่ระดับ hCG ต่ำและมีแนวโน้มลดลง ไม่มีอาการปวดหรือเลือดออกมาก ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามระดับ hCG ทุก 2-3 วัน จนกว่าจะลดลงเกือบหมด วิธีนี้ประสบความสำเร็จประมาณ 50-70% ในกรณีที่เหมาะสม

2. การรักษาด้วยยา Methotrexate — เป็นยาที่หยุดการเจริญเติบโตของเซลล์ ให้ในรูปแบบของการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับกรณีที่ระดับ hCG ไม่เกิน 5,000 mIU/mL ถุงครรภ์ขนาดไม่เกิน 3.5-4 ซม. และไม่มีเลือดออกในช่องท้อง อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 85-95% ผู้ป่วยต้องงดแอลกอฮอล์และวิตามินที่มีโฟเลตระหว่างการรักษา และติดตามระดับ hCG เป็นประจำ

3. ผ่าตัด — จำเป็นเมื่อมีการแตกของท่อนำไข่ เลือดออกในช่องท้องมาก หรือการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล มี 2 วิธี คือ ผ่าตัดส่องกล้อง (laparoscopy) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในปัจจุบันเพราะแผลเล็กและหายเร็ว หรือเปิดหน้าท้อง (laparotomy) ในกรณีฉุกเฉินที่มีเลือดออกมาก การผ่าตัดอาจรักษาท่อนำไข่ไว้ได้ หรืออาจต้องตัดออกขึ้นกับความรุนแรง

ค่าใช้จ่ายในสถานพยาบาลรัฐอยู่ที่ประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นกับวิธีการรักษา ผู้ที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หรือประกันสังคม สามารถใช้สิทธิได้เต็มจำนวน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

หลังการรักษาครรภ์นอกมดลูก ร่างกายต้องการเวลาฟื้นตัว ซึ่งแตกต่างกันไปตามวิธีการรักษาที่ได้รับ

อาการปกติที่อาจเกิดขึ้น:

  • เลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • ปวดท้องเบาๆ คล้ายปวดประจำเดือน
  • ปวดบริเวณแผลผ่าตัด (ถ้าได้รับการผ่าตัด)
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • อาการคล้ายประจำเดือนจะกลับมาภายใน 4-6 สัปดาห์

หากใช้ยา Methotrexate อาจมีผลข้างเคียงเพิ่มเติม:

  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • ปวดท้องเพิ่มขึ้นชั่วคระในวันที่ 3-7 (abdominal cramping) ซึ่งเป็นสัญญาณของการตอบสนองต่อยา
  • เจ็บปาก แผลในปาก
  • ความไวต่อแสงแดด

⚠️ สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที:

  • ปวดท้องรุนแรงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • เลือดออกทางช่องคลอดมากกว่า 2 ผ้าอนามัยต่อชั่วโมง
  • มีไข้สูงกว่า 38.5°C
  • วิงเวียนศีรษะมาก หน้ามืด สลบ
  • แผลผ่าตัดมีหนองหรืออักเสบ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (หลังใช้ methotrexate)
  • หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก

ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้องติดตามตรวจระดับ beta-hCG ตามนัดจนกว่าค่าจะลดลงเป็นศูนย์ ซึ่งอาจใช้เวลา 2-6 สัปดาห์ หากค่ายังคงสูงอยู่หรือไม่ลดลงตามที่คาดการณ์ อาจต้องฉีดยาเพิ่มหรือพิจารณาผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังการรักษา

การฟื้นตัวหลังการรักษาครรภ์นอกมดลูกต้องการเวลาทั้งร่างกายและจิตใจ นี่คือแนวทางการดูแลตัวเองที่แนะนำ

สัปดาห์แรก:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ยกของหนักหรือออกแรงมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการใส่ของเข้าช่องคลอด รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมพอน
  • ดื่มน้ำเยอะๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • หากได้รับยา methotrexate ต้องงดแอลกอฮอล์และวิตามินที่มีกรดโฟลิกเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

การวางแผนครรภ์ครั้งต่อไป:

ควรรอให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่ โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้รอ:

  • 3-6 เดือนหลังการผ่าตัด
  • 3 เดือนหลังได้รับยา methotrexate (เนื่องจากยาอาจส่งผลต่อตัวอ่อนในระยะแรก)
  • จนกว่าประจำเดือนจะกลับมาสม่ำเสมอ 2-3 รอบ

หลังครรภ์นอกมดลูก โอกาสตั้งครรภ์ปกติในอนาคตอยู่ที่ประมาณ 60-80% ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สาเหตุของครรภ์นอกมดลูก สภาพท่อนำไข่ที่เหลือ และอายุ อย่างไรก็ตาม มีโอกาสเกิดซ้ำประมาณ 10-15% ดังนั้นเมื่อตั้งครรภ์ใหม่ควรพบแพทย์เร็วเพื่อติดตามด้วยอัลตราซาวนด์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6-7 เพื่อยืนยันว่าครรภ์อยู่ในตำแหน่งปกติ

การดูแลสุขภาพจิต:

การสูญเสียครรภ์ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ ความรู้สึกเศร้า ผิดหวัง หรือแม้แต่รู้สึกผิดเป็นเรื่องปกติ ควรให้เวลาตัวเองได้ไว้ทุกข์และรับรู้ความรู้สึกเหล่านี้ การพูดคุยกับคนใกล้ชิด ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์คล้ายกัน หรือนักจิตวิทยาอาจช่วยได้มาก

หากมีอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ ไม่อยากทำอะไร หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือนักจิตวิทยาทันที สายด่วนสุขภาพจิต 1323 พร้อมให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

ครรภ์นอกมดลูกเกิดจากอะไร มีวิธีป้องกันได้ไหม

สาเหตุหลักเกิดจากความผิดปกติของท่อนำไข่ที่ทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วไม่สามารถเคลื่อนที่ลงมดลูกได้ ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ เคยเป็นครรภ์นอกมดลูกมาก่อน เคยผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน เคยมีการติดเชื้อทางเดินสืบพันธุ์ การสูบบุหรี่ อายุมากกว่า 35 ปี และการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ การลดความเสี่ยงทำได้โดยรักษาสุขภาพทางเพศ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเลิกสูบบุหรี่ แต่แม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ ก็อาจเกิดครรภ์นอกมดลูกได้

ถ้าสงสัยว่าเป็นครรภ์นอกมดลูก ควรไปโรงพยาบาลไหนในไทย

สามารถไปโรงพยาบาลทั่วไปทั้งรัฐและเอกชนที่มีแผนกสูติ-นรีเวชได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลใหญ่หรือศูนย์เฉพาะทาง เพราะการตรวจวินิจฉัยและรักษาครรภ์นอกมดลูกเป็นบริการมาตรฐานที่สถานพยาบาลทั่วไปให้บริการได้ หากเป็นกรณีฉุกเฉินควรไปห้องฉุกเฉินทันที หากสงสัยแต่ยังไม่มีอาการรุนแรง สามารถนัดพบสูติแพทย์ที่คลินิกฝากครรภ์ปกติได้ ผู้ที่ใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมสามารถใช้สิทธิได้เหมือนการรักษาโรคทั่วไป

หลังรักษาครรภ์นอกมดลูกแล้ว ยังตั้งครรภ์ได้อีกไหม

ได้ค่ะ โอกาสตั้งครรภ์ปกติในอนาคตอยู่ที่ประมาณ 60-80% โดยเฉพาะถ้าท่อนำไข่อีกข้างยังคงสภาพดี และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ แม้ว่าท่อนำไข่ข้างที่เกิดครรภ์นอกมดลูกจะถูกตัดออก ท่อนำไข่อีกข้างหนึ่งก็สามารถทำหน้าที่ได้ปกติ อย่างไรก็ตาม มีโอกาสเกิดซ้ำประมาณ 10-15% ดังนั้นควรวางแผนครรภ์กับแพทย์และรับการติดตามอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ หากมีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก อาจปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเจริญพันธุ์เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม

การรักษาด้วยยา methotrexate ปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงระยะยาวไหม

การใช้ยา methotrexate ขนาดเดี่ยวสำหรับรักษาครรภ์นอกมดลูกถือว่าปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงระยะยาวต่อความสามารถในการมีบุตรหรือสุขภาพโดยรวม ขนาดยาที่ใช้น้อยกว่าการรักษามะเร็งมาก ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่เป็นระยะสั้น เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง เจ็บปาก ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ สิ่งสำคัญคือต้องงดแอลกอฮอล์และวิตามินที่มีกรดโฟลิกขณะรับยา รอครบ 3 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่ และไปตรวจตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามระดับ hCG จนกว่าจะเป็นศูนย์ วิธีนี้มีข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด หายเร็ว และรักษาท่อนำไข่ไว้ได้ครบทั้งสองข้าง

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้หลังการรักษา

ระยะเวลาฟื้นตัวขึ้นกับวิธีการรักษา หากได้รับการรักษาด้วยยา methotrexate ส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 3-7 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกแรงมากเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ หากผ่าตัดส่องกล้อง อาจต้องพัก 1-2 สัปดาห์ และหากเป็นการผ่าตัดเปิดหน้าท้องอาจต้องพัก 3-4 สัปดาห์ การมีเพศสัมพันธ์และการออกกำลังกายหนักควรงดเป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต ประจำเดือนจะกลับมาภายใน 4-6 สัปดาห์ และควรรอให้มาสม่ำเสมออย่างน้อย 2-3 รอบก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่ การฟื้นตัวทางอารมณ์อาจใช้เวลานานกว่าร่างกาย ให้เวลาตัวเองและขอความช่วยเหลือหากจำเป็น

หากเคยเป็นครรภ์นอกมดลูก ครั้งต่อไปต้องระวังอย่างไร

เมื่อตั้งครรภ์ใหม่ ควรแจ้งแพทย์ทันทีว่าเคยเป็นครรภ์นอกมดลูก แพทย์จะนัดตรวจอัลตราซาวนด์เร็วขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 6-7 เพื่อยืนยันว่าถุงครรภ์อยู่ในมดลูก ควรสังเกตอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด หากมีอาการปวดท้อง เลือดออก หรือวิงเวียนให้รีบพบแพทย์ทันที อย่างไรก็ตาม โอกาสเกิดซ้ำอยู่ที่ 10-15% เท่านั้น ส่วนใหญ่ตั้งครรภ์ปกติได้ นอกจากนี้ควรดูแลสุขภาพโดยรวม เลิกสูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักในเกณฑ์ปกติ และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากมีความกังวลหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถปรึกษาสูติแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านเจริญพันธุ์ได้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

Checklist ก่อนทำแท้งปลอดภัยในไทย: เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมทุกมิติสุขภาพ
Checklist ก่อนทำแท้งปลอดภัยในไทย: เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมทุกมิติ
18 พฤษภาคม 2569
ตราบาปการทำแท้งและสุขภาพจิตในไทยสุขภาพจิต
ตราบาปการทำแท้งและสุขภาพจิตในไทย
18 พฤษภาคม 2569
ทำแท้งภูเก็ต สำหรับชาวต่างชาติ | คู่มือครบถ้วนเกี่ยวกับบริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายคำถามที่พบบ่อย
ทำแท้งภูเก็ต สำหรับชาวต่างชาติ | คู่มือครบถ้วนเกี่ยวกับบริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย
16 พฤษภาคม 2569