← กลับไปหน้าบทความกฎหมาย

ตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัว สิทธิตามกฎหมายไทย

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·16 พฤษภาคม 2569
ตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัว สิทธิตามกฎหมายไทย

ผู้ที่ตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัวได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 โดยมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ได้ตามกรอบอายุครรภ์ที่กฎหมายกำหนด การเข้าถึงบริการจะดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง และผู้รับบริการไม่จำเป็นต้องแจ้งความหรือมีหลักฐานคดีก่อนเข้ารับบริการ

ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพจิตของผู้ประสบเหตุอย่างรุนแรง เมื่อเกิดการตั้งครรภ์จากสถานการณ์ดังกล่าว กฎหมายไทยมีบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ประสบเหตุในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง บทความนี้จะอธิบายกรอบกฎหมายที่ชัดเจน สิทธิ์ที่คุณมี และวิธีการเข้าถึงบริการที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย

กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นกฎหมายที่ปรับปรุงมาตรา 301 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน กฎหมายนี้ยกเลิกการลงโทษผู้หญิงที่ยุติการตั้งครรภ์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษในกรณีที่การตั้งครรภ์เกิดจากความรุนแรง

สำหรับผู้ตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายไทยจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับผู้ตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน หรือการล่วงละเมิดทางเพศอื่นๆ โดยไม่ต้องมีการแจ้งความหรือหลักฐานคดีก่อนเข้ารับบริการ ซึ่งเป็นการเคารพต่อสิทธิ์ในการตัดสินใจและความเป็นส่วนตัวของผู้ประสบเหตุ

การดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ต้องกระทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะประกาศเรื่องการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565 เพื่อให้แน่ใจว่าผู้รับบริการได้รับข้อมูลครบถ้วนและการดูแลที่เหมาะสม

เงื่อนไขตามอายุครรภ์ 3 ช่วง

กฎหมายไทยแบ่งกรอบการยุติการตั้งครรภ์ตามอายุครรภ์ออกเป็น 3 ช่วงหลัก โดยแต่ละช่วงมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

ช่วง 1: อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์

  • สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไข
  • ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ถูกต้อง
  • ไม่ต้องให้เหตุผลหรือแสดงหลักฐานใดๆ
  • สามารถเลือกวิธีการได้ทั้งทางยาและทางศัลยกรรม

ช่วง 2: อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์

  • ต้องผ่านการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
  • กรณีตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัว ถือเป็นเหตุผลที่กฎหมายรับรอง
  • ผู้รับบริการจะได้รับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ
  • ระยะเวลารอคอยหลังรับคำปรึกษาอาจมีตามนโยบายของแต่ละสถานพยาบาล

ช่วง 3: อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์

  • ยุติได้เฉพาะกรณีที่การตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพกายหรือจิตของมารดาอย่างรุนแรง
  • หรือทารกมีความผิดปกติรุนแรงที่ไม่สามารถดำรงชีวิตได้
  • ต้องได้รับการประเมินโดยคณะกรรมการแพทย์
  • กรณีความรุนแรงในครอบครัวที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตรุนแรง อาจพิจารณาได้ตามดุลพินิจทางการแพทย์

สิทธิ์ของคุณที่กฎหมายรับรอง

ผู้ตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัวมีสิทธิ์ตามกฎหมายไทยดังต่อไปนี้

สิทธิ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกาย
คุณมีสิทธิ์เต็มที่ในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการตั้งครรภ์ต่อหรือยุติการตั้งครรภ์ โดยไม่มีใครมีอำนาจบังคับให้คุณเลือกทางใดทางหนึ่ง รวมถึงคู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัว

สิทธิ์ในความเป็นส่วนตัว
ข้อมูลส่วนบุคคลและประวัติการรับบริการของคุณได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่รักษาความลับของผู้ป่วย และไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ

สิทธิ์ในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข
คุณสามารถเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ RSA (Reproductive Health Service Access) โดยค่าบริการจะอยู่ในช่วง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการและอายุครรภ์ สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์บัตรทอง (30 บาท) อาจได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมดในบางโรงพยาบาล

สิทธิ์ในการได้รับคำปรึกษาและข้อมูล
คุณมีสิทธิ์ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการต่างๆ ความเสี่ยง ผลข้างเคียง และทางเลือกอื่นๆ ที่มี แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และไม่มีอคติ

สิทธิ์ในความปลอดภัย
คุณมีสิทธิ์ได้รับบริการที่ปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ หากสถานพยาบาลใดไม่สามารถให้บริการได้ ต้องให้ข้อมูลการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลอื่นที่สามารถให้บริการได้ และไม่ปฏิเสธการรักษาในกรณีฉุกเฉิน

วิธีเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมาย

การเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อสายด่วนหรือหน่วยงานที่ให้บริการ
คุณสามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำ รับฟังปัญหา และแนะนำสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดที่สามารถให้บริการได้ หรือคุณสามารถค้นหาสถานพยาบาลที่เข้าร่วมเครือข่าย RSA ได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org

ขั้นตอนที่ 2: นัดหมายและเตรียมเอกสาร
นัดหมายกับสถานพยาบาลที่เลือก โดยทั่วไปคุณต้องเตรียมบัตรประชาชน และบัตรสิทธิ์การรักษาพยาบาล (ถ้ามี) คุณไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานการแจ้งความหรือเอกสารใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง แพทย์จะประเมินสถานการณ์ผ่านการสนทนาและตรวจร่างกาย

ขั้นตอนที่ 3: รับการตรวจครรภ์และประเมินอายุครรภ์
แพทย์จะทำการตรวจครรภ์เพื่อยืนยันและประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอย ซึ่งอาจใช้วิธีตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวนด์) การประเมินอายุครรภ์ที่แม่นยำมีความสำคัญต่อการเลือกวิธีการที่เหมาะสมและตรงตามกรอบกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 4: รับคำปรึกษาและข้อมูล
แพทย์หรือที่ปรึกษาจะอธิบายวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ของคุณ รวมถึงวิธีทางยา (Mifepristone และ Misoprostol) หรือวิธีทางศัลยกรรม (Manual Vacuum Aspiration หรือ Dilation and Curettage) พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอน ความเสี่ยง และการดูแลหลังการรักษา

ขั้นตอนที่ 5: ดำเนินการตามวิธีที่เลือก
หลังจากได้รับข้อมูลครบถ้วนและตัดสินใจแล้ว คุณจะได้รับบริการตามวิธีที่เลือก สำหรับวิธีทางยา คุณอาจได้รับยากินที่คลินิกหรือโรงพยาบาลและติดตามอาการที่บ้าน สำหรับวิธีทางศัลยกรรม อาจต้องพักรักษาตัวชั่วคราวที่สถานพยาบาล

ขั้นตอนที่ 6: รับการติดตามผล
คุณควรกลับมาตรวจติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังการรักษา เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบว่าการรักษาสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดในอนาคตและการดูแลสุขภาพจิต

คำถามที่พบบ่อย

การตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัวถือเป็นเหตุผลที่ถูกกฎหมายหรือไม่?

ใช่ กฎหมายไทยรับรองให้การตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัวเป็นเหตุผลที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ตามกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ คุณไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานการแจ้งความหรือคดีความ แพทย์จะประเมินจากการสนทนาและตรวจร่างกายเท่านั้น และคุณมีสิทธิ์เข้าถึงบริการในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตโดยไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต้องแจ้งความหรือมีหลักฐานความรุนแรงก่อนเข้ารับบริการหรือไม่?

ไม่จำเป็น กฎหมายไทยและประกาศกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้กำหนดให้ผู้รับบริการต้องมีหลักฐานการแจ้งความหรือเอกสารใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง แพทย์จะประเมินจากการซักประวัติและอาการทางกาย รวมถึงการสนทนาเพื่อเข้าใจสถานการณ์ของคุณ ระบบสาธารณสุขเคารพความเป็นส่วนตัวและสิทธิ์ของผู้ประสบเหตุในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง

หากอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์แล้ว ยังสามารถเข้าถึงบริการได้หรือไม่?

ได้ สำหรับอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ คุณสามารถเข้าถึงบริการได้โดยต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 การตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัวถือเป็นเหตุผลที่กฎหมายรับรอง แพทย์จะให้ข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับวิธีการ ความเสี่ยง และทางเลือกต่างๆ หากอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ การพิจารณาจะขึ้นกับว่าสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายหรือจิตของคุณอย่างรุนแรงหรือไม่

ค่าบริการเป็นเท่าไหร่ และมีสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายหรือไม่?

ค่าบริการอยู่ในช่วง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการและอายุครรภ์ วิธีทางยามักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าวิธีทางศัลยกรรม สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์บัตรทอง (หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า) บางโรงพยาบาลของรัฐอาจให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดเพียงบางส่วน คุณควรสอบถามรายละเอียดจากสถานพยาบาลที่เลือกก่อนเข้ารับบริการ นอกจากนี้ยังมีองค์กรสนับสนุนบางแห่งที่อาจช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่มีฐานะยากจน

บริการนี้จะปลอดภัยและเป็นความลับหรือไม่?

บริการที่ให้โดยแพทย์มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตมีความปลอดภัยสูงเมื่อทำตามมาตรฐานทางการแพทย์ ภาวะแทรกซ้อนที่ร่วมแรงมีอัตราต่ำกว่า 1% สำหรับความเป็นส่วนตัว บุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่รักษาความลับของผู้ป่วยตามกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลและประวัติการรักษาของคุณจะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจะไม่ถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ ยกเว้นกรณีที่กฎหมายบังคับเท่านั้น

สามารถซื้อยาทางออนไลน์แทนการไปโรงพยาบาลได้หรือไม่?

ไม่แนะนำและอาจไม่ถูกกฎหมาย การซื้อยายุติการตั้งครรภ์ทางออนไลน์มีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับยาปลอม ยาไม่ได้มาตรฐาน หรือยาที่หมดอายุ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้การใช้ยาโดยไม่มีการติดตามโดยแพทย์อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่สามารถจัดการได้ทันท่วงที กฎหมายไทยกำหนดให้การยุติการตั้งครรภ์ต้องทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น การเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมายไม่ยุ่งยากและมีราคาที่เข้าถึงได้ คุณควรติดต่อสถานพยาบาลหรือสายด่วน 1663 เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

หลังจากรับบริการแล้ว จะได้รับการดูแลสุขภาพจิตด้วยหรือไม่?

ได้ หลายสถานพยาบาลที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์มีบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตทั้งก่อนและหลังการรักษา โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์จากความรุนแรง ซึ่งอาจมีผลกระทบทางจิตใจสะสมมาก่อนหน้านี้ คุณสามารถขอพูดคุยกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือที่ปรึกษาได้ นอกจากนี้ยังมีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิตที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และองค์กรภาคประชาสังคมหลายแห่งที่ให้การสนับสนุนผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

Checklist ก่อนทำแท้งปลอดภัยในไทย: เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมทุกมิติสุขภาพ
Checklist ก่อนทำแท้งปลอดภัยในไทย: เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมทุกมิติ
18 พฤษภาคม 2569
ตราบาปการทำแท้งและสุขภาพจิตในไทยสุขภาพจิต
ตราบาปการทำแท้งและสุขภาพจิตในไทย
18 พฤษภาคม 2569
ทำแท้งภูเก็ต สำหรับชาวต่างชาติ | คู่มือครบถ้วนเกี่ยวกับบริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายคำถามที่พบบ่อย
ทำแท้งภูเก็ต สำหรับชาวต่างชาติ | คู่มือครบถ้วนเกี่ยวกับบริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย
16 พฤษภาคม 2569