ข้อห้ามทำแท้ง หรือ contraindications หมายถึงภาวะทางสุขภาพที่ทำให้การยุติการตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องประเมินก่อนทุกครั้ง ภายใต้กฎหมายไทย พ.ศ. 2564 การทำแท้งต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น และผู้ที่มีภาวะเสี่ยงบางประเภทอาจต้องได้รับการดูแลพิเศษหรือเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
ข้อห้ามทำแท้ง ภาวะเสี่ยงที่ควรรู้ คืออะไร
ข้อห้ามทำแท้งคือสภาวะทางการแพทย์ที่อาจทำให้การยุติการตั้งครรภ์มีอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิตของผู้หญิง แพทย์จะประเมินประวัติสุขภาพและตรวจร่างกายก่อนแนะนำวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด
ข้อห้ามสัมบูรณ์ (Absolute Contraindications):
- การแพ้ยารุนแรง — หากเคยมีอาการแพ้ Mifepristone หรือ Misoprostol ต้องแจ้งแพทย์ทันที
- ภาวะเลือดออกผิดปกติที่ไม่ได้รับการรักษา — เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุด หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- การตั้งครรภ์นอกมูลเกาะที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย — ยาทำแท้งไม่ได้ผลกับการตั้งครรภ์นอกมดลูก ต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่น
- ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย — ร่างกายไม่สามารถขับยาออกได้ตามปกติ
ข้อห้ามสัมพัทธ์ (Relative Contraindications) — ใช้ได้แต่ต้องระมัดระวังพิเศษ:
- โรคหอบหืดรุนแรง — Misoprostol อาจกระตุ้นอาการในบางราย แพทย์จะประเมินความเสี่ยง
- โรคหัวใจและหลอดเลือด — เช่น ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- โรคตับอักเสบรุนแรง — การเผาผลาญยาอาจช้ากว่าปกติ
- โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง — เช่น Crohn's disease หรือ ulcerative colitis ในระยะกำเริบ
- การใส่ห่วงอนาเหตุ (IUD) — ต้องถอดก่อนใช้ยาทำแท้งทุกครั้ง
- ภาวะซีด (โลหิตจาง) รุนแรง — ระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 8 g/dL อาจต้องให้เลือดก่อน
แพทย์จะตรวจประเมินด้วย ultrasound เพื่อยืนยันอายุครรภ์และตำแหน่งของถุงน้ำคร่ำ ตลอดจนตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮีโมโกลบินและหมู่เลือด หากมีภาวะเสี่ยงใดๆ แพทย์จะแนะนำวิธีการที่เหมาะสมหรือส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือครบครัน
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยเริ่มจากการประเมินสุขภาพและให้คำปรึกษาอย่างครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 1: การปรึกษาและประเมินสุขภาพ
- แพทย์จะซักประวัติโรค ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้ประจำ
- ตรวจด้วย ultrasound เพื่อยืนยันอายุครรภ์และตำแหน่งของถุงน้ำคร่ำ
- ตรวจเลือด: ระดับฮีโมโกลบิน หมู่เลือด และ Rh factor
- แพทย์อธิบายวิธีการที่เหมาะสมตามอายุครรภ์และสุขภาพ
ขั้นตอนที่ 2: การให้ยาหรือการผ่าตัด
สำหรับครรภ์ ≤12 สัปดาห์:
- วิธีการใช้ยา (Medical Abortion): รับประทาน Mifepristone ครั้งแรก จากนั้น 24-48 ชั่วโมงให้ Misoprostol ซึ่งจะทำให้มดลูกหดตัวและขับเนื้อเยื่อออก
- วิธีการผ่าตัด (Surgical Abortion): ใช้เครื่องดูดสุญญากาศ (vacuum aspiration) ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
สำหรับครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ต้องได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 และอาจต้องดำเนินการในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ครบครัน
ขั้นตอนที่ 3: การติดตามผลหลังการยุติการตั้งครรภ์
- นัดตรวจติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์เพื่อยืนยันว่ามดลูกสะอาด
- แพทย์จะแนะนำการคุมกำเนิดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อม
- ให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพจิตหากต้องการ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
หลังการยุติการตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่มีบางสัญญาณที่ต้องระวังและรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นเรื่องปกติ:
- เลือดออกและตกในปริมาณปานกลาง — คล้ายประจำเดือนหนักกว่าปกติ อาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็ก ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์
- ปวดบิดท้องน้อย — มดลูกหดตัว สามารถบรรเทาด้วย Ibuprofen หรือประคบร้อน
- คลื่นไส้ อาเจียน — โดยเฉพาะหลังรับประทาน Misoprostol มักหายไปภายใน 6-8 ชั่วโมง
- ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า — เกิดจากฟลักตูเอชั่นของฮอร์โมน
- อุจจาระร่วงหรือท้องเสีย — ผลข้างเคียงจาก Misoprostol ใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง
สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกหนักผิดปกติ — เปียกผ้าอนามัยชนิด maxi pad มากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมง เป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
- มีไข้สูงเกิน 38°C เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง — อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่สามารถบรรเทาได้
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ — อาจบ่งชี้การติดเชื้อในมดลูก
- เหนื่อยหอบ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ใจสั่น — อาจเป็นสัญญาณโลหิตจางรุนแรง
- อาเจียนอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถดื่มน้ำได้
หากพบอาการใดข้างต้น โทรติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลที่ทำหัตถการทันที หรือโทร 1669 ในกรณีฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต ห้ามรอจนอาการรุนแรง
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองที่ถูกต้องจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก:
- พักผ่อนให้เพียงพอ — หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักหรือยกของหนัก
- ใช้ผ้าอนามัยแบบปกติ — ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือใส่ตัวสำดัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- รักษาอนาไมยส่วนตัว — ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อในช่องคลอด
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง — ยาปฏิชีวนะต้องทานให้ครบ แม้อาการจะดีขึ้น
- ดื่มน้ำและทานอาหารครบ 5 หมู่ — โดยเฉพาะอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อป้องกันโลหิตจาง
เรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง:
- งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ — เพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้มดลูกฟื้นตัว
- ไม่แช่ตัวในน้ำ — งดว่ายน้ำ แช่อ่างอาบน้ำ หรือนวดสปา
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ — ชะลอการหายของแผล
การคุมกำเนิดหลังการทำแท้ง:
ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ แพทย์จะแนะนำวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด ห่วงอนาเหตุ หรือถุงยางอนามัย ซึ่งสามารถเริ่มใช้ได้ทันทีหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลสุขภาพจิต:
ความรู้สึกหลังการทำแท้งแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนรู้สึกเศร้าหรือผิดหวัง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกว่าจำเป็นต้องพูดคุย สามารถขอรับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาหรือสังคมสงเคราะห์ได้ที่โรงพยาบาลหรือโทร 1663
คำถามที่พบบ่อย
ภาวะสุขภาพใดบ้างที่ถือเป็นข้อห้ามในการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยา?
ข้อห้ามสัมบูรณ์ได้แก่ การแพ้ Mifepristone หรือ Misoprostol รุนแรง โรคเลือดไหลไม่หยุด การตั้งครรภ์นอกมดลูก และภาวะไตวายระยะสุดท้าย ส่วนข้อห้ามสัมพัทธ์ที่ต้องระมัดระวังพิเศษรวมถึงโรคหอบหืดรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่ควบคุมไม่ได้ โรคตับหรือลำไส้อักเสบเรื้อรัง และภาวะโลหิตจางรุนแรง แพทย์จะประเมินความเสี่ยงและเลือกวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
หากมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง สามารถทำแท้งได้หรือไม่?
ได้ แต่ต้อนอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่รับทราบประวัติโรคอย่างครบถ้วน หากเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงควบคุมได้ดีด้วยยา แพทย์สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย อาจมีการปรับยาหรือตรวจติดตามใกล้ชิดมากกว่าปกติ แต่หากเป็นเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้หรือความดันสูงที่มีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีทีมแพทย์หลายสาขาพร้อมดูแล
ถ้ามีภาวะโลหิตจางจะมีผลต่อการตัดสินใจทำแท้งอย่างไร?
หากระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 8 g/dL หรือเป็นโลหิตจางรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาธาตุเหล็กหรือฉีดเลือดก่อนดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะช็อกจากเลือดออก การยุติการตั้งครรภ์ทำให้มีเลือดออก และหากร่างกายมีเลือดน้อยอยู่แล้วอาจเป็นอันตราย แพทย์จะเลือกวิธีการที่ทำให้เลือดออกน้อยที่สุด เช่น การผ่าตัดด้วยเครื่องดูดแทนการใช้ยา และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดหลังหัตถการ
หากเคยผ่าตัดคลอดมาก่อน จะมีความเสี่ยงเพิ่มเติมหรือไม่?
การเคยผ่าตัดคลอดไม่ถือเป็นข้อห้ามในการยุติการตั้งครรภ์ แต่แพทย์จะประเมินสภาพแผลเป็นที่มดลูกและระยะเวลาหลังผ่าตัดครั้งก่อน หากผ่าตัดคลอดมาไม่นานและยังตั้งครรภ์ใหม่ อาจมีความเสี่ยงว่ามดลูกยังไม่แข็งแรง แพทย์อาจเลือกวิธีการที่ควบคุมได้ดีกว่า เช่น การผ่าตัดแทนการใช้ยา และอาจแนะนำให้ทำในโรงพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดฉุกเฉินพร้อมรองรับกรณีที่มดลูกฉีกขาด ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่หายากแต่อันตราย
มีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์แล้ว จะมีข้อจำกัดเพิ่มเติมอย่างไร?
ตามกฎหมายไทย การยุติการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ต้องได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์และผ่านกระบวนการตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ซึ่งรวมถึงการพิจารณาเหตุผลทางการแพทย์ สังคม หรือจิตใจ ข้อห้ามทางการแพทย์ยังคงเหมือนเดิม แต่ความเสี่ยงจากหัตถการสูงขึ้นตามอายุครรภ์ แพทย์อาจแนะนำให้ทำในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ครบครัน และอาจต้องพักรักษาตัว 1-2 วันเพื่อสังเกตอาการ หากเกิน 20 สัปดาห์ จะทำได้เฉพาะกรณีคุกคามชีวิตแม่หรือทารกพิการรุนแรงเท่านั้น
หลังทำแท้งแล้ว เมื่อไหร่จึงสามารถตั้งครรภ์อีกครั้งได้อย่างปลอดภัย?
ร่างกายสามารถตกไข่และตั้งครรภ์ได้อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์หลังการยุติการตั้งครรภ์ แต่แพทย์แนะนำให้รอประมาณ 3-6 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์อีกครั้ง เพื่อให้มดลูกและฮอร์โมนฟื้นตัวสมบูรณ์ ช่วงนี้ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม รับประทานวิตามินและกรดโฟลิก และตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยในครั้งถัดไป
สามารถใช้ห่วงอนาเหตุหรือเม็ดคุมกำเนิดได้ทันทีหรือไม่?
สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดได้ทันทีในวันที่ทำหัตถการหรือในวันที่รับประทานยาทำแท้งครั้งสุดท้าย ส่วนห่วงอนาเหตุสามารถใส่ได้ทันทีหลังการผ่าตัดหรือรอจนมดลูกสะอาดสมบูรณ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังการใช้ยา การเริ่มคุมกำเนิดเร็วจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมอีกครั้ง แพทย์จะแนะนำวิธีการที่เหมาะสมกับสุขภาพและวิถีชีวิตของคุณ รวมถึงอธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีอย่างละเอียด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



