ตามกฎหมายไทยที่แก้ไขใหม่ในปี 2564 ผู้หญิงมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากสามี คู่รัก หรือบิดาของทารกในครรภ์ กฎหมายรับรองสิทธิ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองอย่างสมบูรณ์ แต่ในทางปฏิบัติ สถานพยาบาลบางแห่งอาจขอความยินยอมจากคู่ครอง ซึ่งไม่ใช่ข้อกำหนดที่กฎหมายบังคับ
กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่ากฎหมายห้ามทำแท้งเดิมขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากละเมิดสิทธิในชีวิตและสิทธิในร่างกายของผู้หญิง คำวินิจฉัยนี้นำไปสู่การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564
กฎหมายปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดว่า:
- การยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิ์ของผู้หญิงในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง
- ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากสามี คู่ครอง หรือบิดาของทารกในครรภ์
- การยุติการตั้งครรภ์ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต ในสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย
- สถานพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้รับเงินอุดหนุนจาก สปสช. จำนวน 3,000 บาท สำหรับค่าบริการยุติการตั้งครรภ์
กฎหมายนี้ไม่ได้กำหนดให้ผู้หญิงต้องแจ้งหรือขออนุญาตจากบุคคลอื่นใดก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้หญิง
เงื่อนไขตามอายุครรภ์ 3 ช่วง
แม้ว่ากฎหมายจะไม่กำหนดให้ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง แต่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุครรภ์ที่ต้องปฏิบัติตาม:
ช่วงที่ 1: อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องให้เหตุผล และไม่จำเป็นต้องผ่านการรับคำปรึกษาก่อน เพียงแต่ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ต้องบอกคู่ครอง ไม่ต้องมีผู้ปกครอง และไม่ต้องแสดงหลักฐานใด ๆ
ช่วงที่ 2: อายุครรภ์ 12–20 สัปดาห์
ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565 เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับทางเลือกและผลกระทบ แต่การปรึกษาไม่ใช่การขออนุญาต และยังคงไม่ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง
ช่วงที่ 3: อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์
การยุติการตั้งครรภ์ทำได้เฉพาะกรณีที่:
- การตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิตของมารดาอย่างร้ายแรง
- ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรง หรือเสียชีวิตในครรภ์
- การตั้งครรภ์เกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
แม้ในกรณีนี้ ก็ยังคงไม่ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง แต่ต้องมีการประเมินทางการแพทย์และเอกสารรับรองจากแพทย์
สิทธิ์ของคุณที่กฎหมายรับรอง
ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน ผู้หญิงมีสิทธิ์ดังต่อไปนี้:
- สิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง — คุณไม่จำเป็นต้องบอก ปรึกษา หรือขออนุญาตจากคู่ครอง สามี คู่รัก หรือบิดาของทารกในครรภ์
- สิทธิ์ในความเป็นส่วนตัว — ข้อมูลทางการแพทย์ของคุณเป็นความลับ ไม่มีผู้ใดสามารถบังคับให้คุณเปิดเผยหรือแจ้งผู้อื่นได้
- สิทธิ์ในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข — สถานพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องให้บริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย โดยไม่เรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- สิทธิ์ที่จะไม่ถูกตัดสิน — บุคลากรทางการแพทย์ต้องให้บริการอย่างเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ใช้คำพูดที่ทำให้รู้สึกผิดหรืออับอาย
หากสถานพยาบาลใดขอให้คุณนำความยินยอมจากคู่ครองมา นั่นเป็นการกำหนดเงื่อนไขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด และคุณมีสิทธิ์ปฏิเสธหรือขอไปใช้บริการที่อื่น
คุณยังสามารถร้องเรียนกรณีถูกปฏิเสธบริการหรือถูกบังคับให้มีความยินยอมจากคู่ครองได้ผ่านช่องทาง:
- สายด่วนกรมอนามัย 1663
- เว็บไซต์เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422
วิธีเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมาย
หากคุณต้องการยุติการตั้งครรภ์โดยไม่บอกคู่ครอง สามารถดำเนินการได้ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบอายุครรภ์
ไปพบแพทย์หรือใช้บริการตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์ที่สถานพยาบาล เพื่อทราบอายุครรภ์ที่แน่นอน ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีการและเงื่อนไขที่ใช้
ขั้นตอนที่ 2: เลือกสถานพยาบาลที่ให้บริการ
คุณสามารถใช้บริการที่:
- สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Health Services Available) ที่กรมอนามัยรับรอง — ค้นหาได้ที่ rsathai.org
- โรงพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งให้บริการโดยใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท
- คลินิกเอกชนที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA จะเคารพสิทธิ์ของคุณและไม่บังคับให้มีความยินยอมจากคู่ครอง
ขั้นตอนที่ 3: รับคำปรึกษาและดำเนินการ
แพทย์จะอธิบายวิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ของคุณ ได้แก่:
- วิธีทางยา (Medical abortion) — ใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 9-10 สัปดาห์
- วิธีผ่าตัด (Surgical abortion) — ใช้เครื่องมือแพทย์ในการดูดสุญญากาศหรือขูดมดลูก สำหรับอายุครรภ์ที่มากกว่า
แพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานและติดตามอาการหลังทำหัตถการเพื่อความปลอดภัย
ขั้นตอนที่ 4: ดูแลตนเองหลังทำหัตถการ
แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเอง อาการที่อาจเกิดขึ้น และเมื่อใดควรกลับมาตรวจติดตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกมาก มีไข้สูง หรือปวดท้องรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที
ค่าใช้จ่าย: หากใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะไม่มีค่าใช้จ่ายหรือจ่ายเพียง 30 บาท หากเป็นคลินิกเอกชน ค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 3,000–15,000 บาท ขึ้นกับวิธีการและอายุครรภ์
คำถามที่พบบ่อย
ผู้หญิงต้องขออนุญาตจากสามีหรือแฟนก่อนทำแท้งหรือไม่?
ไม่ต้อง ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน คุณไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหรือแจ้งให้สามี คู่รัก หรือบิดาของทารกในครรภ์ทราบ การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของคุณเพียงผู้เดียว
ถ้าสถานพยาบาลขอให้คู่ครองเซ็นยินยอม ทำอย่างไร?
นั่นไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธและขอไปใช้บริการที่สถานพยาบาลอื่นที่เคารพสิทธิ์ของคุณ หรือสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงสาธารณสุข 1422
ผู้หญิงโสดสามารถทำแท้งได้หรือไม่?
ได้ สถานภาพสมรสไม่มีผลต่อสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ว่าคุณจะโสด สมรส หย่าร้าง หรือหม้าย คุณสามารถเข้าถึงบริการได้เท่าเทียมกัน
ถ้าคู่ครองไม่ยินยอม ยังทำแท้งได้ไหม?
ได้ ความยินยอมของคู่ครองไม่ใช่เงื่อนไขตามกฎหมาย แม้คู่ครองจะไม่เห็นด้วย คุณยังคงมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเองและเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ตามปกติ
กฎหมายไทยคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงในการยุติการตั้งครรภ์อย่างไร?
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 รับรองสิทธิ์ของผู้หญิงในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง โดยไม่กำหนดเงื่อนไขให้ต้องมีความยินยอมจากบุคคลอื่น และรัฐต้องจัดให้มีบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้
มีสถานพยาบาลที่ไหนบ้างที่ไม่บังคับให้ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง?
สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่กรมอนามัยรับรองทั่วประเทศจะเคารพสิทธิ์ของคุณ คุณสามารถค้นหารายชื่อและข้อมูลการติดต่อได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org หรือโทรสายด่วน 1663 เพื่อขอคำแนะนำ
หากถูกปฏิเสธบริการเพราะไม่มีความยินยอมจากคู่ครอง สามารถร้องเรียนได้ที่ไหน?
คุณสามารถร้องเรียนได้ที่:
- สายด่วนกรมอนามัย 1663
- ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422
- เว็บไซต์เครือข่าย RSA — rsathai.org
การปฏิเสธบริการโดยอ้างว่าไม่มีความยินยอมจากคู่ครองเป็นการละเมิดสิทธิ์ของคุณที่กฎหมายรับรอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



