← กลับไปหน้าบทความกฎหมาย

ทำแท้งโดยไม่บอกคู่ครอง — สิทธิ์ตามกฎหมายไทยที่คุณควรรู้

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·16 พฤษภาคม 2569
ทำแท้งโดยไม่บอกคู่ครอง — สิทธิ์ตามกฎหมายไทยที่คุณควรรู้

ตามกฎหมายไทยที่แก้ไขใหม่ในปี 2564 ผู้หญิงมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากสามี คู่รัก หรือบิดาของทารกในครรภ์ กฎหมายรับรองสิทธิ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองอย่างสมบูรณ์ แต่ในทางปฏิบัติ สถานพยาบาลบางแห่งอาจขอความยินยอมจากคู่ครอง ซึ่งไม่ใช่ข้อกำหนดที่กฎหมายบังคับ

กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่ากฎหมายห้ามทำแท้งเดิมขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากละเมิดสิทธิในชีวิตและสิทธิในร่างกายของผู้หญิง คำวินิจฉัยนี้นำไปสู่การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564

กฎหมายปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดว่า:

  • การยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิ์ของผู้หญิงในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง
  • ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากสามี คู่ครอง หรือบิดาของทารกในครรภ์
  • การยุติการตั้งครรภ์ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต ในสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย
  • สถานพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้รับเงินอุดหนุนจาก สปสช. จำนวน 3,000 บาท สำหรับค่าบริการยุติการตั้งครรภ์

กฎหมายนี้ไม่ได้กำหนดให้ผู้หญิงต้องแจ้งหรือขออนุญาตจากบุคคลอื่นใดก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้หญิง

เงื่อนไขตามอายุครรภ์ 3 ช่วง

แม้ว่ากฎหมายจะไม่กำหนดให้ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง แต่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุครรภ์ที่ต้องปฏิบัติตาม:

ช่วงที่ 1: อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์

ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องให้เหตุผล และไม่จำเป็นต้องผ่านการรับคำปรึกษาก่อน เพียงแต่ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ต้องบอกคู่ครอง ไม่ต้องมีผู้ปกครอง และไม่ต้องแสดงหลักฐานใด ๆ

ช่วงที่ 2: อายุครรภ์ 12–20 สัปดาห์

ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565 เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับทางเลือกและผลกระทบ แต่การปรึกษาไม่ใช่การขออนุญาต และยังคงไม่ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง

ช่วงที่ 3: อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์

การยุติการตั้งครรภ์ทำได้เฉพาะกรณีที่:

  • การตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิตของมารดาอย่างร้ายแรง
  • ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรง หรือเสียชีวิตในครรภ์
  • การตั้งครรภ์เกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

แม้ในกรณีนี้ ก็ยังคงไม่ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง แต่ต้องมีการประเมินทางการแพทย์และเอกสารรับรองจากแพทย์

สิทธิ์ของคุณที่กฎหมายรับรอง

ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน ผู้หญิงมีสิทธิ์ดังต่อไปนี้:

  • สิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง — คุณไม่จำเป็นต้องบอก ปรึกษา หรือขออนุญาตจากคู่ครอง สามี คู่รัก หรือบิดาของทารกในครรภ์
  • สิทธิ์ในความเป็นส่วนตัว — ข้อมูลทางการแพทย์ของคุณเป็นความลับ ไม่มีผู้ใดสามารถบังคับให้คุณเปิดเผยหรือแจ้งผู้อื่นได้
  • สิทธิ์ในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข — สถานพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องให้บริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย โดยไม่เรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • สิทธิ์ที่จะไม่ถูกตัดสิน — บุคลากรทางการแพทย์ต้องให้บริการอย่างเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ใช้คำพูดที่ทำให้รู้สึกผิดหรืออับอาย

หากสถานพยาบาลใดขอให้คุณนำความยินยอมจากคู่ครองมา นั่นเป็นการกำหนดเงื่อนไขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด และคุณมีสิทธิ์ปฏิเสธหรือขอไปใช้บริการที่อื่น

คุณยังสามารถร้องเรียนกรณีถูกปฏิเสธบริการหรือถูกบังคับให้มีความยินยอมจากคู่ครองได้ผ่านช่องทาง:

  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
  • เว็บไซต์เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422

วิธีเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมาย

หากคุณต้องการยุติการตั้งครรภ์โดยไม่บอกคู่ครอง สามารถดำเนินการได้ดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบอายุครรภ์

ไปพบแพทย์หรือใช้บริการตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์ที่สถานพยาบาล เพื่อทราบอายุครรภ์ที่แน่นอน ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีการและเงื่อนไขที่ใช้

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสถานพยาบาลที่ให้บริการ

คุณสามารถใช้บริการที่:

  • สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Health Services Available) ที่กรมอนามัยรับรอง — ค้นหาได้ที่ rsathai.org
  • โรงพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งให้บริการโดยใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท
  • คลินิกเอกชนที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA จะเคารพสิทธิ์ของคุณและไม่บังคับให้มีความยินยอมจากคู่ครอง

ขั้นตอนที่ 3: รับคำปรึกษาและดำเนินการ

แพทย์จะอธิบายวิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ของคุณ ได้แก่:

  • วิธีทางยา (Medical abortion) — ใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 9-10 สัปดาห์
  • วิธีผ่าตัด (Surgical abortion) — ใช้เครื่องมือแพทย์ในการดูดสุญญากาศหรือขูดมดลูก สำหรับอายุครรภ์ที่มากกว่า

แพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานและติดตามอาการหลังทำหัตถการเพื่อความปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 4: ดูแลตนเองหลังทำหัตถการ

แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเอง อาการที่อาจเกิดขึ้น และเมื่อใดควรกลับมาตรวจติดตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกมาก มีไข้สูง หรือปวดท้องรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที

ค่าใช้จ่าย: หากใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะไม่มีค่าใช้จ่ายหรือจ่ายเพียง 30 บาท หากเป็นคลินิกเอกชน ค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 3,000–15,000 บาท ขึ้นกับวิธีการและอายุครรภ์

คำถามที่พบบ่อย

ผู้หญิงต้องขออนุญาตจากสามีหรือแฟนก่อนทำแท้งหรือไม่?

ไม่ต้อง ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน คุณไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหรือแจ้งให้สามี คู่รัก หรือบิดาของทารกในครรภ์ทราบ การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของคุณเพียงผู้เดียว

ถ้าสถานพยาบาลขอให้คู่ครองเซ็นยินยอม ทำอย่างไร?

นั่นไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธและขอไปใช้บริการที่สถานพยาบาลอื่นที่เคารพสิทธิ์ของคุณ หรือสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงสาธารณสุข 1422

ผู้หญิงโสดสามารถทำแท้งได้หรือไม่?

ได้ สถานภาพสมรสไม่มีผลต่อสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ว่าคุณจะโสด สมรส หย่าร้าง หรือหม้าย คุณสามารถเข้าถึงบริการได้เท่าเทียมกัน

ถ้าคู่ครองไม่ยินยอม ยังทำแท้งได้ไหม?

ได้ ความยินยอมของคู่ครองไม่ใช่เงื่อนไขตามกฎหมาย แม้คู่ครองจะไม่เห็นด้วย คุณยังคงมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเองและเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ตามปกติ

กฎหมายไทยคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงในการยุติการตั้งครรภ์อย่างไร?

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 รับรองสิทธิ์ของผู้หญิงในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง โดยไม่กำหนดเงื่อนไขให้ต้องมีความยินยอมจากบุคคลอื่น และรัฐต้องจัดให้มีบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้

มีสถานพยาบาลที่ไหนบ้างที่ไม่บังคับให้ต้องมีความยินยอมจากคู่ครอง?

สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่กรมอนามัยรับรองทั่วประเทศจะเคารพสิทธิ์ของคุณ คุณสามารถค้นหารายชื่อและข้อมูลการติดต่อได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org หรือโทรสายด่วน 1663 เพื่อขอคำแนะนำ

หากถูกปฏิเสธบริการเพราะไม่มีความยินยอมจากคู่ครอง สามารถร้องเรียนได้ที่ไหน?

คุณสามารถร้องเรียนได้ที่:

  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
  • ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422
  • เว็บไซต์เครือข่าย RSA — rsathai.org

การปฏิเสธบริการโดยอ้างว่าไม่มีความยินยอมจากคู่ครองเป็นการละเมิดสิทธิ์ของคุณที่กฎหมายรับรอง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพครอบคลุมการทำแท้งไหม — คำตอบสำหรับบัตรทอง ประกันสังคม และประกันเอกชนคำถามที่พบบ่อย
ประกันสุขภาพครอบคลุมการทำแท้งไหม — คำตอบสำหรับบัตรทอง ประกันสังคม และประกันเอกชน
21 พฤษภาคม 2569
Checklist ก่อนทำแท้งปลอดภัยในไทย: เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมทุกมิติสุขภาพ
Checklist ก่อนทำแท้งปลอดภัยในไทย: เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมทุกมิติ
18 พฤษภาคม 2569
ตราบาปการทำแท้งและสุขภาพจิตในไทยสุขภาพจิต
ตราบาปการทำแท้งและสุขภาพจิตในไทย
18 พฤษภาคม 2569