← กลับไปหน้าบทความกฎหมาย

สิทธิสตรีเรื่องการทำแท้งในไทย 2568: กฎหมาย เงื่อนไข และวิธีเข้าถึงบริการ

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·6 มิถุนายน 2569
สิทธิสตรีเรื่องการทำแท้งในไทย 2568: กฎหมาย เงื่อนไข และวิธีเข้าถึงบริการ

ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 สตรีไทยมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน โดยไม่ถูกดำเนินคดีอาญา สิทธิ์นี้แบ่งตามอายุครรภ์ 3 ช่วง และต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น บทความนี้อธิบายรายละเอียดกฎหมาย เงื่อนไขการเข้าถึงบริการ และสิทธิ์ที่คุณควรทราบในปี 2568

กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร

กฎหมายไทยที่ใช้บังคับปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 กฎหมายฉบับนี้ยกเลิกโทษอาญาสำหรับสตรีที่ทำแท้งภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และอนุญาตให้แพทย์ดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ การทำแท้งถือเป็นความผิดอาญาเกือบทุกกรณี ยกเว้นเฉพาะกรณีถูกข่มขืนหรือเสี่ยงต่อสุขภาพแม่เท่านั้น แต่กฎหมายใหม่ขยายขอบเขตให้สตรีมีสิทธิ์เลือกยุติการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแรกของการตั้งครรภ์

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การทำแท้งที่ถูกกฎหมายต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง การซื้อยาทำแท้งทางอินเทอร์เน็ตหรือใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเสี่ยงต่อสุขภาพและไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

เงื่อนไขตามอายุครรภ์ 3 ช่วง

กฎหมายแบ่งสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ตามอายุครรภ์ออกเป็น 3 ช่วงหลัก โดยแต่ละช่วงมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน:

ช่วงที่ 1: ครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์

สตรีมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ไม่ต้องแจ้งเหตุผล ไม่ต้องได้รับอนุญาตจากบุคคลอื่น และไม่ถูกดำเนินคดีอาญา อย่างไรก็ตาม ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น นี่คือช่วงที่สตรีมีอำนาจตัดสินใจเต็มที่เหนือร่างกายของตนเอง

ช่วงที่ 2: ครรภ์ 12-20 สัปดาห์

สตรียังสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 กระบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับทางเลือก ความเสี่ยง และการดูแลหลังทำแท้ง ไม่ใช่การกีดกันหรือบังคับให้เปลี่ยนใจ

ช่วงที่ 3: ครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์

ยุติการตั้งครรภ์ได้เฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น ได้แก่:

  • การตั้งครรภ์ต่อไปเสี่ยงต่อชีวิตหรือสุขภาพร่างกายหรือจิตใจของมารดาอย่างรุนแรง
  • ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงที่ไม่สามารถรักษาได้
  • การตั้งครรภ์เป็นผลจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

กรณีเหล่านี้ต้องมีการประเมินและรับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สิทธิ์ของคุณที่กฎหมายรับรอง

นอกจากสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ตามเงื่อนไขข้างต้น กฎหมายและประกาศของกระทรวงสาธารณสุขยังรับรองสิทธิ์อื่นๆ ที่สำคัญ:

สิทธิ์ความเป็นส่วนตัว

ข้อมูลทางการแพทย์และการตัดสินใจของคุณได้รับการคุ้มครองความลับ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องรักษาความลับของผู้รับบริการตามจรรยาบรรณวิชาชีพ คุณไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ปกครอง คู่สมรส หรือบุคคลอื่นทราบ หากคุณไม่ต้องการ (เว้นแต่คุณเป็นผู้เยาว์และสถานพยาบาลพิจารณาว่าจำเป็น)

สิทธิ์ในการรับข้อมูลที่ครบถ้วน

คุณมีสิทธิ์ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นกลาง และเข้าใจง่ายเกี่ยวกับ:

  • วิธีการยุติการตั้งครรภ์แต่ละแบบ ทั้งทางยาและผ่าตัด
  • ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  • การดูแลตนเองหลังทำแท้ง
  • ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
  • ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการทำแท้ง เช่น การรับบุตรบุญธรรม

สิทธิ์ในการปฏิเสธและตัดสินใจเอง

ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายอนุญาต คุณมีสิทธิ์เปลี่ยนใจได้ทุกขั้นตอน ไม่มีใครบังคับให้คุณตัดสินใจหรือดำเนินการต่อได้ การรับคำปรึกษาไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวนให้เปลี่ยนใจ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ

สิทธิ์ในการเข้าถึงบริการที่ปลอดภัย

คุณมีสิทธิ์ได้รับบริการที่มีมาตรฐานตามหลักการแพทย์สากล ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย โดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม บริการต้องไม่เลือกปฏิบัติตามอายุ สถานะสมรส สถานะทางเศรษฐกิจ หรือปัจจัยอื่นๆ

วิธีเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมาย

การเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายและปลอดภัยสามารถทำได้หลายช่องทาง:

1. โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ให้บริการ

โรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทยให้บริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย โดยเฉพาะโรงพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Health Service Alliance) ซึ่งมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่ให้บริการได้จากเว็บไซต์ rsathai.org

2. การนัดหมายและเตรียมตัว

แนะนำให้ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า โดยสิ่งที่ควรเตรียม:

  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • บัตรประกันสุขภาพ (ถ้ามี)
  • ประวัติการตั้งครรภ์และประวัติทางการแพทย์ (ถ้ามี)
  • ผู้ติดตามหลังทำแท้ง (แนะนำแต่ไม่บังคับ)

3. ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ค่าบริการแตกต่างกันตามวิธีการและอายุครรภ์ โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท การยุติครรภ์ทางยา (Medical Abortion) ในช่วงต้นมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการผ่าตัด (Surgical Abortion) บางโรงพยาบาลรัฐอาจมีค่าบริการที่ถูกกว่าหรือมีกองทุนสนับสนุนสำหรับผู้ที่มีฐานะยากจน

4. ช่องทางขอคำปรึกษา

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ สามารถติดต่อ:

  • สายด่วนกรมอนามัย 1663 (ให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพเจริญพันธุ์)
  • เครือข่าย RSA — rsathai.org
  • ศูนย์บริการสุขภาพเจริญพันธุ์ในพื้นที่ของคุณ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

เพื่อความปลอดภัยของคุณ ควรหลีกเลี่ยง:

  • การซื้อยาทำแท้งทางออนไลน์หรือจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ยาเหล่านี้อาจปลอม ไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้ไม่ถูกวิธี
  • การใช้บริการคลินิกที่ไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่มีแพทย์ประจำ
  • การทำแท้งด้วยวิธีพื้นบ้านหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เลือดออกรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อย

สิทธิสตรีเรื่องการทำแท้งในไทย 2568 คืออะไร?

สิทธิสตรีเรื่องการทำแท้งในไทย 2568 หมายถึงสิทธิ์ตามกฎหมายที่สตรีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 สิทธิ์นี้แบ่งตามอายุครรภ์ ซึ่งในช่วง 12 สัปดาห์แรกสตรีสามารถตัดสินใจได้เองโดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม และต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

กฎหมายไทยว่าด้วยการทำแท้งปี 2568 มีรายละเอียดอย่างไร?

กฎหมายที่ใช้บังคับในปี 2568 คือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดว่า สตรีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขในช่วง 12 สัปดาห์แรก ในช่วง 12-20 สัปดาห์ต้องรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ และหลัง 20 สัปดาห์สามารถทำได้เฉพาะกรณีเสี่ยงต่อชีวิตแม่ ทารกพิการรุนแรง หรือเป็นผลจากการล่วงละเมิทเท่านั้น การดำเนินการทั้งหมดต้องผ่านแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปใช้บริการยุติการตั้งครรภ์?

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น ควรนัดหมายล่วงหน้ากับโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ให้บริการ นำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประกันสุขภาพไปด้วย รวบรวมประวัติทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคประจำตัว การแพ้ยา หรือการตั้งครรภ์ครั้งก่อน ควรมีผู้ติดตามหลังทำแท้งเพื่อช่วยเหลือในการเดินทางกลับและดูแลในช่วงแรก นอกจากนี้ควรเตรียมเงินสำหรับค่าบริการซึ่งโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการและอายุครรภ์

มีความเสี่ยงอะไรบ้างที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำแท้ง?

การยุติการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานมีความปลอดภัยสูง แต่เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่นๆ อาจมีความเสี่ยงบางประการ เช่น เลือดออกมากกว่าปกติ การติดเชื้อ ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือผลข้างเคียงจากยาชา ความเสี่ยงเหล่านี้มักจัดการได้และเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ความเสี่ยงจะสูงขึ้นอย่างมากหากใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ซื้อยาทางออนไลน์ หรือทำเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล แพทย์จะอธิบายความเสี่ยงเฉพาะสำหรับกรณีของคุณและวิธีการดูแลตนเองหลังทำแท้งเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ถ้าอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์แล้วจะทำแท้งได้หรือไม่?

ได้ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามกฎหมาย สำหรับครรภ์ 12-20 สัปดาห์ คุณยังสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข กระบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและช่วยให้คุณตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่ใช่การขัดขวางหรือบังคับ สำหรับครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ สามารถยุติได้เฉพาะกรณีพิเศษ เช่น เสี่ยงต่อชีวิตแม่ ทารกพิการรุนแรง หรือการตั้งครรภ์เป็นผลจากการถูกล่วงละเมิท ซึ่งต้องมีการประเมินและรับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การทำแท้งจะส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตหรือไม่?

การยุติการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต งานวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่าการทำแท้งที่ปลอดภัยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาการมีบุตรยาก การแท้งบุตร หรือภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม การทำแท้งที่ไม่ได้มาตรฐาน มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือการติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจส่งผลต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ในระยะยาว นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ควรเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย

ผู้เยาว์สามารถใช้สิทธิ์ทำแท้งได้หรือไม่?

ผู้เยาว์มีสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 12 สัปดาห์แรก อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ สถานพยาบาลบางแห่งอาจขอให้ผู้ปกครองทราบหรือให้ความยินยอม โดยเฉพาะหากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี นโยบายนี้แตกต่างกันไปในแต่ละสถานพยาบาล หากคุณเป็นผู้เยาว์และกังวลเรื่องการแจ้งผู้ปกครอง แนะนำให้ติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือเครือข่าย RSA เพื่อขอคำปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ บุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่คุ้มครองสิทธิ์และความปลอดภัยของผู้เยาว์เป็นสำคัญ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะเจริญพันธุ์และ IVF หลังทำแท้ง: ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้สุขภาพ
ภาวะเจริญพันธุ์และ IVF หลังทำแท้ง: ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
5 มิถุนายน 2569
การติดตามผลหลังทำแท้งที่สำคัญ — แนวทางตามกรมอนามัยสุขภาพ
การติดตามผลหลังทำแท้งที่สำคัญ — แนวทางตามกรมอนามัย
4 มิถุนายน 2569
ทางเลือกเมื่อท้องไม่พร้อมในไทย: ข้อมูลครบถ้วนและกฎหมายปัจจุบันคำถามที่พบบ่อย
ทางเลือกเมื่อท้องไม่พร้อมในไทย: ข้อมูลครบถ้วนและกฎหมายปัจจุบัน
3 มิถุนายน 2569