ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 สตรีไทยมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน โดยไม่ถูกดำเนินคดีอาญา สิทธิ์นี้แบ่งตามอายุครรภ์ 3 ช่วง และต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น บทความนี้อธิบายรายละเอียดกฎหมาย เงื่อนไขการเข้าถึงบริการ และสิทธิ์ที่คุณควรทราบในปี 2568
กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร
กฎหมายไทยที่ใช้บังคับปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 กฎหมายฉบับนี้ยกเลิกโทษอาญาสำหรับสตรีที่ทำแท้งภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และอนุญาตให้แพทย์ดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ การทำแท้งถือเป็นความผิดอาญาเกือบทุกกรณี ยกเว้นเฉพาะกรณีถูกข่มขืนหรือเสี่ยงต่อสุขภาพแม่เท่านั้น แต่กฎหมายใหม่ขยายขอบเขตให้สตรีมีสิทธิ์เลือกยุติการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแรกของการตั้งครรภ์
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การทำแท้งที่ถูกกฎหมายต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง การซื้อยาทำแท้งทางอินเทอร์เน็ตหรือใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเสี่ยงต่อสุขภาพและไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
เงื่อนไขตามอายุครรภ์ 3 ช่วง
กฎหมายแบ่งสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ตามอายุครรภ์ออกเป็น 3 ช่วงหลัก โดยแต่ละช่วงมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน:
ช่วงที่ 1: ครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
สตรีมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ไม่ต้องแจ้งเหตุผล ไม่ต้องได้รับอนุญาตจากบุคคลอื่น และไม่ถูกดำเนินคดีอาญา อย่างไรก็ตาม ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น นี่คือช่วงที่สตรีมีอำนาจตัดสินใจเต็มที่เหนือร่างกายของตนเอง
ช่วงที่ 2: ครรภ์ 12-20 สัปดาห์
สตรียังสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 กระบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับทางเลือก ความเสี่ยง และการดูแลหลังทำแท้ง ไม่ใช่การกีดกันหรือบังคับให้เปลี่ยนใจ
ช่วงที่ 3: ครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์
ยุติการตั้งครรภ์ได้เฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น ได้แก่:
- การตั้งครรภ์ต่อไปเสี่ยงต่อชีวิตหรือสุขภาพร่างกายหรือจิตใจของมารดาอย่างรุนแรง
- ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงที่ไม่สามารถรักษาได้
- การตั้งครรภ์เป็นผลจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
กรณีเหล่านี้ต้องมีการประเมินและรับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สิทธิ์ของคุณที่กฎหมายรับรอง
นอกจากสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ตามเงื่อนไขข้างต้น กฎหมายและประกาศของกระทรวงสาธารณสุขยังรับรองสิทธิ์อื่นๆ ที่สำคัญ:
สิทธิ์ความเป็นส่วนตัว
ข้อมูลทางการแพทย์และการตัดสินใจของคุณได้รับการคุ้มครองความลับ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องรักษาความลับของผู้รับบริการตามจรรยาบรรณวิชาชีพ คุณไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ปกครอง คู่สมรส หรือบุคคลอื่นทราบ หากคุณไม่ต้องการ (เว้นแต่คุณเป็นผู้เยาว์และสถานพยาบาลพิจารณาว่าจำเป็น)
สิทธิ์ในการรับข้อมูลที่ครบถ้วน
คุณมีสิทธิ์ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นกลาง และเข้าใจง่ายเกี่ยวกับ:
- วิธีการยุติการตั้งครรภ์แต่ละแบบ ทั้งทางยาและผ่าตัด
- ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- การดูแลตนเองหลังทำแท้ง
- ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
- ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการทำแท้ง เช่น การรับบุตรบุญธรรม
สิทธิ์ในการปฏิเสธและตัดสินใจเอง
ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายอนุญาต คุณมีสิทธิ์เปลี่ยนใจได้ทุกขั้นตอน ไม่มีใครบังคับให้คุณตัดสินใจหรือดำเนินการต่อได้ การรับคำปรึกษาไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวนให้เปลี่ยนใจ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ
สิทธิ์ในการเข้าถึงบริการที่ปลอดภัย
คุณมีสิทธิ์ได้รับบริการที่มีมาตรฐานตามหลักการแพทย์สากล ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย โดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม บริการต้องไม่เลือกปฏิบัติตามอายุ สถานะสมรส สถานะทางเศรษฐกิจ หรือปัจจัยอื่นๆ
วิธีเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมาย
การเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายและปลอดภัยสามารถทำได้หลายช่องทาง:
1. โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ให้บริการ
โรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทยให้บริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย โดยเฉพาะโรงพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Health Service Alliance) ซึ่งมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่ให้บริการได้จากเว็บไซต์ rsathai.org
2. การนัดหมายและเตรียมตัว
แนะนำให้ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า โดยสิ่งที่ควรเตรียม:
- บัตรประจำตัวประชาชน
- บัตรประกันสุขภาพ (ถ้ามี)
- ประวัติการตั้งครรภ์และประวัติทางการแพทย์ (ถ้ามี)
- ผู้ติดตามหลังทำแท้ง (แนะนำแต่ไม่บังคับ)
3. ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าบริการแตกต่างกันตามวิธีการและอายุครรภ์ โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท การยุติครรภ์ทางยา (Medical Abortion) ในช่วงต้นมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการผ่าตัด (Surgical Abortion) บางโรงพยาบาลรัฐอาจมีค่าบริการที่ถูกกว่าหรือมีกองทุนสนับสนุนสำหรับผู้ที่มีฐานะยากจน
4. ช่องทางขอคำปรึกษา
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ สามารถติดต่อ:
- สายด่วนกรมอนามัย 1663 (ให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพเจริญพันธุ์)
- เครือข่าย RSA — rsathai.org
- ศูนย์บริการสุขภาพเจริญพันธุ์ในพื้นที่ของคุณ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
เพื่อความปลอดภัยของคุณ ควรหลีกเลี่ยง:
- การซื้อยาทำแท้งทางออนไลน์หรือจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ยาเหล่านี้อาจปลอม ไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้ไม่ถูกวิธี
- การใช้บริการคลินิกที่ไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่มีแพทย์ประจำ
- การทำแท้งด้วยวิธีพื้นบ้านหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เลือดออกรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
คำถามที่พบบ่อย
สิทธิสตรีเรื่องการทำแท้งในไทย 2568 คืออะไร?
สิทธิสตรีเรื่องการทำแท้งในไทย 2568 หมายถึงสิทธิ์ตามกฎหมายที่สตรีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 สิทธิ์นี้แบ่งตามอายุครรภ์ ซึ่งในช่วง 12 สัปดาห์แรกสตรีสามารถตัดสินใจได้เองโดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม และต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
กฎหมายไทยว่าด้วยการทำแท้งปี 2568 มีรายละเอียดอย่างไร?
กฎหมายที่ใช้บังคับในปี 2568 คือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดว่า สตรีสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขในช่วง 12 สัปดาห์แรก ในช่วง 12-20 สัปดาห์ต้องรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ และหลัง 20 สัปดาห์สามารถทำได้เฉพาะกรณีเสี่ยงต่อชีวิตแม่ ทารกพิการรุนแรง หรือเป็นผลจากการล่วงละเมิทเท่านั้น การดำเนินการทั้งหมดต้องผ่านแพทย์ที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปใช้บริการยุติการตั้งครรภ์?
การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น ควรนัดหมายล่วงหน้ากับโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ให้บริการ นำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประกันสุขภาพไปด้วย รวบรวมประวัติทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคประจำตัว การแพ้ยา หรือการตั้งครรภ์ครั้งก่อน ควรมีผู้ติดตามหลังทำแท้งเพื่อช่วยเหลือในการเดินทางกลับและดูแลในช่วงแรก นอกจากนี้ควรเตรียมเงินสำหรับค่าบริการซึ่งโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการและอายุครรภ์
มีความเสี่ยงอะไรบ้างที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำแท้ง?
การยุติการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานมีความปลอดภัยสูง แต่เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่นๆ อาจมีความเสี่ยงบางประการ เช่น เลือดออกมากกว่าปกติ การติดเชื้อ ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือผลข้างเคียงจากยาชา ความเสี่ยงเหล่านี้มักจัดการได้และเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ความเสี่ยงจะสูงขึ้นอย่างมากหากใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ซื้อยาทางออนไลน์ หรือทำเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล แพทย์จะอธิบายความเสี่ยงเฉพาะสำหรับกรณีของคุณและวิธีการดูแลตนเองหลังทำแท้งเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
ถ้าอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์แล้วจะทำแท้งได้หรือไม่?
ได้ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามกฎหมาย สำหรับครรภ์ 12-20 สัปดาห์ คุณยังสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข กระบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและช่วยให้คุณตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่ใช่การขัดขวางหรือบังคับ สำหรับครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ สามารถยุติได้เฉพาะกรณีพิเศษ เช่น เสี่ยงต่อชีวิตแม่ ทารกพิการรุนแรง หรือการตั้งครรภ์เป็นผลจากการถูกล่วงละเมิท ซึ่งต้องมีการประเมินและรับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การทำแท้งจะส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตหรือไม่?
การยุติการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต งานวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่าการทำแท้งที่ปลอดภัยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาการมีบุตรยาก การแท้งบุตร หรือภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม การทำแท้งที่ไม่ได้มาตรฐาน มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือการติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจส่งผลต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ในระยะยาว นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ควรเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย
ผู้เยาว์สามารถใช้สิทธิ์ทำแท้งได้หรือไม่?
ผู้เยาว์มีสิทธิ์ในการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 12 สัปดาห์แรก อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ สถานพยาบาลบางแห่งอาจขอให้ผู้ปกครองทราบหรือให้ความยินยอม โดยเฉพาะหากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี นโยบายนี้แตกต่างกันไปในแต่ละสถานพยาบาล หากคุณเป็นผู้เยาว์และกังวลเรื่องการแจ้งผู้ปกครอง แนะนำให้ติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 หรือเครือข่าย RSA เพื่อขอคำปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ บุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่คุ้มครองสิทธิ์และความปลอดภัยของผู้เยาว์เป็นสำคัญ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



