ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) และประกันสังคมให้ความคุ้มครองการทำแท้งที่ถูกกฎหมายภายในอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยผู้มีสิทธิ์สามารถรับบริการได้ฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยในสถานพยาบาลที่ลงทะเบียน ส่วนประกันสุขภาพเอกชนส่วนใหญ่มักไม่ครอบคลุมกรณีที่เป็นการตัดสินใจเลือกทำเองโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ฉุกเฉิน
ประกันสุขภาพครอบคลุมการทำแท้งไหม คืออะไร
การทำแท้งที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยสามารถทำได้จนถึงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยภายใน 12 สัปดาห์แรกสามารถยุติครรภ์ได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข ส่วนช่วง 12–20 สัปดาห์ต้องผ่านการปรึกษาจากทีมแพทย์ก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ให้สิทธิ์ผู้ถือบัตรเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ในโรงพยาบาลของรัฐ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อุดหนุนค่าใช้จ่าย 3,000 บาทต่อครั้ง ส่วนที่เกินผู้ใช้บริการอาจต้องจ่ายเพิ่มเติมตามรายละเอียดทางการแพทย์
ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม สามารถรับบริการได้ฟรีในสถานพยาบาลที่ตนลงทะเบียนไว้ ทั้งนี้ต้องดำเนินการผ่านแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ประกันสุขภาพเอกชน ส่วนใหญ่มักไม่ครอบคลุมการทำแท้งที่เป็นการตัดสินใจเลือกทำเอง (elective abortion) แต่อาจให้ความคุ้มครองในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางการแพทย์ เช่น ครรภ์เสี่ยงต่อชีวิตมารดา หรือทารกมีความผิดปกติรุนแรง ควรตรวจสอบกรมธรรม์โดยละเอียด
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ภายใต้ประกันสุขภาพของรัฐเริ่มต้นด้วยการไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ แพทย์จะประเมินอายุครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์และซักประวัติสุขภาพ
สำหรับครรภ์ภายใน 12 สัปดาห์ แพทย์จะเสนอทางเลือกระหว่างการใช้ยา (Medical Abortion) ซึ่งใช้ Mifepristone และ Misoprostol หรือการดูดสุญญากาศ (Vacuum Aspiration) ทั้งสองวิธีมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยแพทย์
สำหรับครรภ์ 12–20 สัปดาห์ ผู้ใช้บริการต้องเข้ารับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 เพื่อรับทราบข้อมูลและทางเลือก รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แพทย์จะอธิบายขั้นตอนและช่วยตัดสินใจร่วมกับผู้ใช้บริการ
หลังจากการทำหัตถการเสร็จสิ้น แพทย์จะนัดตรวจติดตามผลภายใน 1–2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่ามดลูกกลับสู่สภาวะปกติและไม่มีภาวะแทรกซ้อน
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นเรื่องปกติ:
- เลือดออกจากช่องคลอด 1–2 สัปดาห์ คล้ายประจำเดือน อาจมีลิ่มเลือดเล็กน้อย
- ปวดท้องหรือเกร็งมดลูก บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
- คลื่นไส้หรืออาเจียนเล็กน้อย โดยเฉพาะในกรณีใช้ยา
- อ่อนเพลีย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
- เต้านมคัดตึงชั่วคราว จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที:
- เลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยชั่วโมงละ 2 ชิ้นขึ้นไปติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง
- มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ที่ไม่ลดลงแม้กินยาลดไข้
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่สามารถบรรเทาได้
- ตกขาวหรือน้ำหนองมีกลิ่นเหม็น อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ
- วิงเวียนศีรษะรุนแรง หน้ามืดจนยืนไม่ได้
หากพบอาการใดข้างต้น ควรติดต่อโรงพยาบาลที่ทำหัตถการหรือโทร 1669 สำหรับกรณีฉุกเฉิน
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การพักฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจเป็นสิ่งสำคัญหลังการยุติการตั้งครรภ์ แม้ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน แต่ควรดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก:
- หลีกเลี่ยงการใส่สิ่งของเข้าช่องคลอด รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมปอน
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือยกของหนัก
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- รับประทานยาที่แพทย์สั่งครบตามกำหนด
การดูแลสุขภาพจิต: บางคนอาจรู้สึกโล่งใจ ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกเศร้าหรือสับสนทางอารมณ์ ความรู้สึกทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกกังวลหรือซึมเศร้าต่อเนื่อง สามารถปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ สายด่วน 1663 (สายด่วนกรมอนามัย) ให้บริการปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
การคุมกำเนิดหลังการทำแท้ง: ร่างกายสามารถตกไข่ได้เร็วถึง 2 สัปดาห์หลังการยุติครรภ์ หากมีแผนมีเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมทันที
คำถามที่พบบ่อย
ประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ครอบคลุมการทำแท้งหรือไม่?
ครอบคลุม ผู้ถือบัตรทองสามารถเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายได้ในโรงพยาบาลของรัฐที่ลงทะเบียน โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะอุดหนุนค่าใช้จ่าย 3,000 บาทต่อครั้ง หากค่าใช้จ่ายเกินกว่านี้ตามความจำเป็นทางการแพทย์ ผู้ใช้บริการอาจต้องรับผิดชอบส่วนที่เกิน
ผู้ประกันตนประกันสังคมสามารถเบิกค่าทำแท้งได้ไหม?
ได้ ผู้ประกันตนสามารถรับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ฟรีในสถานพยาบาลที่ตนลงทะเบียนไว้ ทั้งนี้ต้องเป็นการทำแท้งที่ถูกกฎหมายภายในอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ และดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ประกันสุขภาพเอกชนครอบคลุมการทำแท้งหรือเปล่า?
ประกันสุขภาพเอกชนส่วนใหญ่มักไม่ครอบคลุมการทำแท้งที่เป็นการตัดสินใจเลือกทำเองโดยไม่มีเหตุจำเป็นทางการแพทย์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม บางกรมธรรม์อาจให้ความคุ้มครองในกรณีที่ครรภ์เป็นอันตรายต่อชีวิตมารดาหรือทารกมีความผิดปกติรุนแรง ควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ของคุณโดยละเอียด
ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งในประเทศไทยเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการ โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 3,000–15,000 บาท การใช้ยาภายในสัปดาห์แรกมักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการดูดสุญญากาศหรือการทำหัตถการในอายุครรภ์ที่มากขึ้น ผู้มีสิทธิ์บัตรทองหรือประกันสังคมสามารถรับบริการได้ฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยในโรงพยาบาลของรัฐ
ต้องจ่ายเงินเองเท่าไหร่ถ้าทำแท้งที่คลินิกเอกชน?
คลินิกเอกชนและโรงพยาบาลเอกชนมักคิดค่าบริการตั้งแต่ 5,000–20,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับวิธีการและอายุครรภ์ ควรสอบถามค่าใช้จ่ายโดยละเอียดและเลือกสถานที่ที่แพทย์มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง
สายด่วน 1663 ให้บริการอะไรบ้าง?
สายด่วน 1663 เป็นสายด่วนกรมอนามัยที่ให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพสตรี รวมถึงการยุติการตั้งครรภ์ ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่และแพทย์คอยให้คำแนะนำ ช่วยหาสถานพยาบาลที่ให้บริการ และให้การสนับสนุนทางจิตใจ
การทำแท้งในประเทศไทยถูกกฎหมายถึงอายุครรภ์เท่าไหร่?
การทำแท้งถูกกฎหมายโดยคำร้องขอได้จนถึงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยภายใน 12 สัปดาห์แรกสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข ส่วนช่วง 12–20 สัปดาห์ต้องผ่านการปรึกษาจากทีมแพทย์ก่อน หลังจาก 20 สัปดาห์จะทำได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นทางการแพทย์หรือกฎหมายเท่านั้น
ชาวต่างชาติสามารถรับบริการทำแท้งภายใต้ประกันสังคมได้หรือไม่?
ได้ หากชาวต่างชาติทำงานถูกต้องตามกฎหมายและมีสิทธิ์ประกันสังคม สามารถเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ได้เช่นเดียวกับแรงงานไทยในสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ ควรนำบัตรประกันสังคมและบัตรประจำตัวไปด้วยเมื่อไปรับบริการ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



