← กลับไปหน้าบทความคำถามที่พบบ่อย

เอกสารที่ต้องใช้ในการทำแท้งในไทย – ข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย 2568

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·23 มิถุนายน 2569
เอกสารที่ต้องใช้ในการทำแท้งในไทย – ข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย 2568

การยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายในประเทศไทยต้องดำเนินการผ่านสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต โดยมีเอกสารประกอบการพิจารณาที่แตกต่างกันตามอายุครรภ์และสถานการณ์ เอกสารหลักที่จำเป็นคือบัตรประชาชนและแบบฟอร์มยินยอม ขณะที่เอกสารเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับช่วงอายุครรภ์และเหตุผลในการขอรับบริการ บทความนี้รวบรวมข้อมูลครบถ้วนเพื่อช่วยให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลเข้าใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง

เอกสารที่ต้องใช้ในการทำแท้งในไทย คืออะไร

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการยุติการตั้งครรภ์จะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ เอกสารพื้นฐานที่ทุกกรณีต้องมี และเอกสารเฉพาะตามสถานการณ์

เอกสารพื้นฐานที่ต้องมีทุกกรณี:

  • บัตรประจำตัวประชาชน — ต้นฉบับและสำเนา 1 ชุด สำหรับยืนยันตัวตนและบันทึกประวัติการรักษา
  • แบบฟอร์มยินยอมรับบริการ — จัดเตรียมโดยสถานพยาบาล ผู้รับบริการต้องกรอกและลงนามด้วยตนเอง
  • ประวัติการตรวจครรภ์ (ถ้าเคยตรวจที่อื่น) — ผลอัลตราซาวนด์หรือเอกสารแสดงอายุครรภ์
  • สำเนาทะเบียนบ้าน — บางสถานพยาบาลอาจขอเพื่อยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม

เอกสารเพิ่มเติมตามช่วงอายุครรภ์:

อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์: ใช้เอกสารพื้นฐานเท่านั้น ไม่ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมหรือการพิสูจน์เหตุผล ตามกฎหมายสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไข

อายุครรภ์ระหว่าง 12–20 สัปดาห์: นอกจากเอกสารพื้นฐาน จะต้องผ่านการรับคำปรึกษาจากทีมสหสาขาวิชาชีพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ซึ่งประกอบด้วย:

  • แพทย์สูติ-นรีเวช
  • แพทย์ด้านสุขภาพจิต หรือนักจิตวิทยา
  • นักสังคมสงเคราะห์

ทีมจะบันทึกเอกสารคำปรึกษาและความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสม แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ผู้รับบริการ

อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์: ต้องมีเอกสารรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่านว่าอยู่ในเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งต่อไปนี้:

  • การตั้งครรภ์ต่อไปเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพแม่อย่างร้ายแรง
  • ทารกมีความพิการรุนแรงที่ไม่สามารถดำรงชีวิตได้หลังคลอด
  • การตั้งครรภ์เกิดจากการถูกกระทำความผิดทางเพศ (ต้องมีเอกสารจากพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

กรณีพิเศษ:

  • ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี: ควรมีผู้ปกครองร่วมลงนามในเอกสารยินยอม แม้กฎหมายไม่บังคับก็ตาม แต่ช่วยให้กระบวนการราบรื่น
  • บุคคลสัญชาติต่างด้าว: ใช้หนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมสำเนา
  • กรณีฉุกเฉิน: หากมีอันตรายต่อชีวิตแม่เฉียบพลัน แพทย์สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่รอเอกสารครบถ้วน

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว กระบวนการจะเป็นไปตามลำดับดังนี้:

1. การนัดหมายและตรวจประเมิน:

  • ติดต่อสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Health Services Alliance) ผ่าน rsathai.org หรือโทร 1663
  • แพทย์จะตรวจประเมินอายุครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์เพื่อความแม่นยำ
  • ซักประวัติสุขภาพและยืนยันความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและความเสี่ยง
  • ระยะเวลารอคอย: วันเดียวถึง 1 สัปดาห์ ขึ้นกับช่วงอายุครรภ์และสถานพยาบาล

2. การรับคำปรึกษา (กรณี 12–20 สัปดาห์):

  • พบทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อรับฟังข้อมูลทางเลือกและผลกระทบต่าง ๆ
  • สอบถามข้อสงสัยและได้รับการสนับสนุนทางอารมณ์
  • ระยะเวลา: ประมาณ 1–2 ชั่วโมง

3. การลงนามในเอกสารยินยอม:

  • อ่านเอกสารอย่างละเอียดและสอบถามสิ่งที่ไม่เข้าใจ
  • ลงนามด้วยตนเองเพื่อยืนยันการตัดสินใจ
  • เอกสารจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

4. การดำเนินการ:

มี 2 วิธีหลัก:

  • วิธียา (Medical Abortion): ใช้ได้กับอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ — รับยา Mifepristone ตามด้วย Misoprostol ที่สถานพยาบาลหรือบ้าน (ตามคำแนะนำแพทย์) กระบวนการใช้เวลา 1–2 วัน
  • วิธีขูด/ดูด (Surgical Abortion): ใช้ได้กับทุกช่วงอายุครรภ์ — ดำเนินการในห้องผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 10–20 นาที ผู้รับบริการสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

ค่าบริการโดยเฉลี่ย: 3,000–15,000 บาท ขึ้นกับวิธีการและอายุครรภ์ สถานพยาบาลบางแห่งมีกองทุนสนับสนุนสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างอาการปกติและสัญญาณเตือนภัยช่วยให้ผู้รับบริการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม

ผลข้างเคียงปกติที่พบบ่อย:

  • เลือดออก: คล้ายประจำเดือนหนักถึงมากกว่าเล็กน้อย กินเวลา 1–2 สัปดาห์ อาจมีลิ่มเลือดขนาดเล็ก
  • ปวดท้องแบบตะคริว: คล้ายปวดประจำเดือด บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
  • คลื่นไส้ อาเจียน: โดยเฉพาะกับวิธียา มักดีขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมง
  • ปวดหัว เมื่อยล้า: เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน หายภายใน 2–3 วัน
  • ท้องเสีย ไข้เล็กน้อย: พบได้ในวิธียา อุณหภูมิไม่ควรเกิน 38°C

สัญญาณเตือนภัยที่ต้องพบแพทย์ทันที:

  • เลือดออกมากผิดปกติ — เปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มทุก 1–2 ชั่วโมงเป็นเวลานาน
  • ไข้สูงเกิน 38.5°C และไม่ลดภายใน 4–6 ชั่วโมงหลังรับยาลดไข้
  • ปวดท้องรุนแรงไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวดตามสั่ง
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ
  • หน้ามืด เวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเลือดออกภายใน
  • ปวดไหล่ข้างเดียวรุนแรง อาจบ่งบอกถึงการตั้งครรภ์นอกมดลูก

หากพบอาการเหล่านี้ ติดต่อสถานพยาบาลที่ให้บริการทันที หรือโทร 1669 สำหรับกรณีฉุกเฉิน

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การฟื้นตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพระยะยาว

สัปดาห์แรก:

  • พักผ่อนเพียงพอ: หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือออกกำลังกายรุนแรง
  • ใช้ผ้าอนามัย: ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือถ้วยประจำเดือนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่: โดยเฉพาะอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเพื่อชดเชยเลือดที่เสีย
  • ดื่มน้ำมากพอ: อย่างน้อย 8–10 แก้วต่อวัน
  • ทานยาตามแพทย์สั่ง: ครบถ้วน เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาเสริมธาตุเหล็ก

สัปดาห์ที่ 2–4:

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์: อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดจะหยุดสนิท
  • นัดติดตามผลกับแพทย์: มักนัดในสัปดาห์ที่ 2–3 เพื่อตรวจว่าครรภ์ถูกยุติสมบูรณ์และตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน
  • วางแผนคุมกำเนิด: ร่างกายสามารถตกไข่ได้เร็วภายใน 2 สัปดาห์หลังยุติครรภ์ ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม

การดูแลสุขภาพจิต:

การยุติการตั้งครรภ์อาจส่งผลต่ออารมณ์ได้ บางคนรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้าหรือสับสน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ หากรู้สึกกังวล เครียด หรือซึมเศร้าต่อเนื่อง สามารถ:

  • ปรึกษานักจิตวิทยาหรือแพทย์จิตเวชที่สถานพยาบาล
  • โทรสายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต 1323
  • พูดคุยกับบุคคลที่ไว้ใจได้

ข้อควรระวัง:

  • ห้ามอาบน้ำแช่ตัว ว่ายน้ำ หรือนั่งอ่างจนกว่าเลือดจะหยุดสนิท
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก (เกิน 5 กิโลกรัม) เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างฟื้นตัว

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่มีบัตรประชาชนหรือเอกสารครบ สามารถรับบริการได้หรือไม่?

หากไม่มีบัตรประชาชน สามารถใช้เอกสารทางราชการอื่นที่มีรูปถ่ายและหลักฐานแสดงตน เช่น หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ หรือบัตรข้าราชการได้ กรณีบุคคลไร้รัฐหรือสัญชาติต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร ควรติดต่อสถานพยาบาลหรือสายด่วน 1663 เพื่อขอคำแนะนำเฉพาะกรณี เจ้าหน้าที่สามารถประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับบริการตามสิทธิมนุษยชน

การเก็บเอกสารและข้อมูลของผู้รับบริการเป็นความลับหรือไม่?

เอกสารและข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บรักษาเป็นความลับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และจรรยาบรรณแพทย์ สถานพยาบาลต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับบริการ ยกเว้นกรณีที่กฎหมายบังคับ เช่น คำสั่งศาล หรือกรณีฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต ผู้รับบริการมีสิทธิขอดูและขอสำเนาเอกสารของตนเองได้ตลอดเวลา

ต้องมีคนมาด้วยหรือสามารถมาคนเดียวได้?

ผู้รับบริการสามารถมาคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครองหรือคู่สมรสมาด้วย แม้จะเป็นผู้เยาว์ก็ตาม แต่การมีคนใกล้ชิดที่ไว้ใจมาด้วยอาจช่วยให้รู้สึกสบายใจและมีคนดูแลหลังรับบริการมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ใช้ยาหรือผ่าตัด สถานพยาบาลแนะนำให้มีผู้ดูแลพาเดินทางกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย หากไม่มีคนมาด้วยก็ควรแจ้งแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมอะไรหากต้องการใช้สิทธิประกันสังคมหรือบัตรทอง?

การยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายสามารถใช้สิทธิประกันสังคมและบัตรทองได้ โดยต้องเตรียม: (1) บัตรประกันสังคม หรือ บัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับสิทธิ์บัตรทอง) (2) หนังสือส่งตัวจากสถานพยาบาลต้นสังกัด (กรณีบัตรทอง) และ (3) เอกสารรับรองแพทย์ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาต ควรตรวจสอบกับสถานพยาบาลปลายทางล่วงหน้าว่ารับสิทธิ์ใดบ้างและมีขั้นตอนอย่างไร เพื่อป้องกันความสับสนและค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด

หลังจากรับบริการแล้ว ต้องกลับไปติดตามผลที่สถานพยาบาลเดิมหรือไป​ที่อื่นได้บ้าง?

แนะนำให้กลับไปติดตามผลที่สถานพยาบาลเดิมเพื่อความต่อเนื่องในการดูแล แพทย์มีประวัติและข้อมูลครบถ้วน สามารถวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วกว่า หากไม่สะดวกหรือย้ายภูมิลำเนา สามารถไปสถานพยาบาลอื่นได้ แต่ควรนำเอกสารสรุปการรักษาจากสถานพยาบาลเดิมไปแสดงด้วย กรณีฉุกเฉิน สามารถไปสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ การติดตามผลควรทำภายใน 2–3 สัปดาห์หลังรับบริการเพื่อยืนยันว่าครรภ์ถูกยุติสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน

กรณีตั้งครรภ์จากการถูกล่วงละเมิด ต้องมีเอกสารจากตำรวจหรือไม่?

สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารจากตำรวจหรือพิสูจน์เหตุผล สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ตามปกติ แต่หากอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ ต้องมีเอกสารรับรองจากพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นการตั้งครรภ์จากการถูกกระทำความผิดทางเพศ หากยังไม่ได้แจ้งความหรือไม่สะดวกแจ้ง แพทย์และเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์สามารถให้คำแนะนำและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ สามารถติดต่อศูนย์ช่วยเหลือสังคม (หมายเลข 1300) เพื่อขอความช่วยเหลือและคำปรึกษาเพิ่มเติมในกรณีนี้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำแท้งแล้วทำ IVF ได้ไหม ผลกระทบต่อเจริญพันธุ์สุขภาพ
ทำแท้งแล้วทำ IVF ได้ไหม ผลกระทบต่อเจริญพันธุ์
22 มิถุนายน 2569
เปรียบเทียบค่าทำแท้ง รัฐ เอกชน คลินิก ปี 2568คำถามที่พบบ่อย
เปรียบเทียบค่าทำแท้ง รัฐ เอกชน คลินิก ปี 2568
21 มิถุนายน 2569
เพศสัมพันธ์หลังทำแท้ง เมื่อไหร่ถึงจะปลอดภัยสุขภาพ
เพศสัมพันธ์หลังทำแท้ง เมื่อไหร่ถึงจะปลอดภัย
20 มิถุนายน 2569