การทำแท้งในประเทศไทยถูกกฎหมายแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โดยอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเชื่อผิดๆ มากมายที่ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมายได้อย่างเต็มที่ บทความนี้จะช่วยแยกแยะข้อเท็จจริงจากความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย คืออะไร
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย คือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือล้าสมัยเกี่ยวกับกฎหมาย วิธีการ และผลกระทบของการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งยังคงแพร่หลายในสังคมไทยแม้กฎหมายจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ความเชื่อเหล่านี้มักเกิดจากการขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ตราบาปทางสังคม และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ความเชื่อผิดที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:
- "การทำแท้งผิดกฎหมายทุกกรณี" — ไม่ถูกต้อง กฎหมายปัจจุบันอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสามารถทำได้ถึง 20 สัปดาห์หลังรับคำปรึกษา กรณีพิเศษทำได้ทุกอายุครรภ์
- "ต้องแจ้งความก่อนถึงจะทำแท้งได้หากตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน" — ไม่จำเป็น กฎหมายไม่บังคับให้แจ้งความก่อน แพทย์สามารถให้บริการได้ทันทีหากผู้รับบริการแจ้งว่าตั้งครรภ์จากการถูกละเมิด
- "การทำแท้งทำให้เป็นหมันหรือมีลูกยากในอนาคต" — ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ หากทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตและมีการดูแลหลังหัตถการที่เหมาะสม ความสามารถในการมีบุตรในอนาคตไม่ได้รับผลกระทบ
- "ยาทำแท้งซื้อเองได้ทางออนไลน์" — ผิดกฎหมายและอันตราย ยา Mifepristone และ Misoprostol เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องได้รับใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น การใช้ยาโดยไม่มีคำแนะนำทางการแพทย์อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
- "โรงพยาบาลรัฐไม่ให้บริการทำแท้ง" — ไม่ถูกต้อง ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือข่าย RSA กว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
- "การทำแท้งเจ็บปวดมากและมีความเสี่ยงสูง" — ไม่ถูกต้องหากทำโดยแพทย์ การยุติการตั้งครรภ์สมัยใหม่มีทั้งวิธียาและหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่ำกว่า 1%
ความเชื่อผิดเหล่านี้สร้างอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมาย ทำให้ผู้หญิงบางคนหันไปใช้วิธีการที่ไม่ปลอดภัยซึ่งเสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิต การรับรู้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจที่มีข้อมูล
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
การเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยมีขั้นตอนที่ชัดเจนและปลอดภัย ไม่ซับซ้อนเหมือนที่หลายคนเข้าใจผิด การทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นช่วยลดความวิตกกังวลและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม
ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้:
- การปรึกษาและประเมินเบื้องต้น — แพทย์จะซักประวัติทางการแพทย์ ตรวจร่างกายเบื้องต้น และทำอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ ระยะนี้แพทย์จะอธิบายทางเลือกต่างๆ ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน และตอบคำถามทั้งหมด
- การรับคำปรึกษาทางเลือก (สำหรับอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์) — ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ผู้รับบริการจะได้รับคำปรึกษาจากทีมสหวิชาชีพเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ โดยไม่มีการบังคับหรือชี้นำ หลังจากนั้นต้องมีระยะเวลาพิจารณา 2-7 วัน
- การเลือกวิธีการ — มี 2 วิธีหลัก: (1) วิธียา (Medical abortion) ใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol เหมาะสำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ (2) วิธีหัตถการ (Surgical abortion) เช่น Manual Vacuum Aspiration (MVA) หรือ Dilation and Curettage (D&C) ใช้สำหรับอายุครรภ์มากกว่า
- การทำหัตถการหรือการรับยา — ทั้งสองวิธีทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต สำหรับวิธียา ผู้รับบริการจะรับยาชุดแรกที่สถานพยาบาล และอาจรับยาชุดที่สองกลับไปใช้ที่บ้านหรือกลับมาทำที่โรงพยาบาล ส่วนวิธีหัตถการจะทำที่สถานพยาบาลและใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที
- การนัดติดตาม — โดยปกติจะนัดตรวจติดตามหลังหัตถการ 1-2 สัปดาห์เพื่อยืนยันว่าครรภ์ถูกยุติสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการในอนาคตด้วย
ค่าบริการโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการที่เลือก โรงพยาบาลรัฐบางแห่งอาจให้บริการฟรีหรือคิดค่าบริการต่ำกว่าสถานพยาบาลเอกชน ทั้งนี้ควรสอบถามข้อมูลล่วงหน้าเพื่อวางแผนทางการเงิน
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การยุติการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นวิธียาหรือหัตถการ อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างซึ่งถือว่าปกติและจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม มีบางสัญญาณที่บ่งชี้ภาวะแทรกซ้อนและต้องรีบพบแพทย์ทันที การรู้จักแยกแยะสัญญาณเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:
- เลือดออกและมีลิ่มเลือดออกมา 1-2 สัปดาห์ (ปกติจะมากกว่าประจำเดือนในวันแรกๆ แล้วค่อยๆ ลดลง)
- ปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือน สามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
- คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะในวิธียา มักเกิดหลังรับยาและหายภายใน 1-2 วัน
- ท้องเสีย ร่างกายอ่อนเพลีย อาการเหล่านี้มักเกิดจากฮอร์โมน Misoprostol
- เต้านมตึงหรือคัดนม เนื่องจากฮอร์โมนยังคงอยู่ในระบบ จะค่อยๆ ลดลงภายใน 1 สัปดาห์
- อารมณ์แปรปรวน ความรู้สึกผสมปนเปกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
สัญญาณที่ต้องติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที:
- เลือดออกมากผิดปกติ — ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
- มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง อาจบ่งชี้การติดเชื้อ
- ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดหรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เป็นสัญญาณของการติดเชื้อในมูลฝอย
- เวียนศีรษะมาก หน้ามืด หรือเป็นลม อาจเป็นสัญญาณเสียเลือดมาก
- คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรงจนดื่มน้ำไม่ได้
หากพบอาการใดอาการหนึ่งข้างต้น ควรติดต่อโรงพยาบาลที่ให้บริการทันที หรือโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669 การรักษาตามเวลาช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นตัวทั้งทางกายและจิตใจ แม้ว่าร่างกายส่วนใหญ่จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่การดูแลที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมการฟื้นฟูที่สมบูรณ์
คำแนะนำในการดูแลตัวเองทางกาย:
- พักผ่อนให้เพียงพอ — หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและยกของหนักในช่วง 3-7 วันแรก อนุญาตให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างเต็มที่
- รักษาความสะอาดของอวัยวะสืบพันธุ์ — ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในช่องคลอด ไม่ควรแช่อ่างหรือว่ายน้ำจนกว่าเลือดจะหยุดสนิท
- งดมีเพศสัมพันธ์ 2-4 สัปดาห์ — เพื่อให้มดลูกฟื้นตัวสมบูรณ์และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากจะมีเพศสัมพันธ์หลังจากนั้น ควรใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ — เน้นอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามิน เพื่อชดเชยการสูญเสียเลือด อาหารเช่นเนื้อแดง ผักใบเขียว ถั่ว และผลไม้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ — อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน ช่วยในการฟื้นตัวและขับของเสียออกจากร่างกาย
- ทานยาตามแพทย์สั่ง — รับประทานยาปฏิชีวนะครบตามที่แพทย์สั่ง แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
การดูแลสุขภาพจิต:
- อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความโล่งใจ ความเศร้า หรือความสับสน — ทั้งหมดเป็นเรื่องปกติ
- พูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้หรือผู้ให้คำปรึกษาทางจิตใจ หากรู้สึกว่าจำเป็น
- หลีกเลี่ยงการตัดสินตัวเอง การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิของคุณ
- หากมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทันที โทร 1323 สายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต
ประจำเดือนมักจะกลับมาภายใน 4-8 สัปดาห์หลังหัตถการ และการตกไข่อาจเกิดขึ้นได้เร็วถึง 2 สัปดาห์หลังทำแท้ง ดังนั้นหากไม่ต้องการตั้งครรภ์ ควรเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดทันทีที่มีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง แพทย์สามารถให้คำแนะนำเรื่องวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมได้ในวันนัดติดตามผล
คำถามที่พบบ่อย
การทำแท้งในไทยผิดกฎหมายหรือไม่?
การทำแท้งในไทยไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสามารถทำได้ถึง 20 สัปดาห์หลังรับคำปรึกษาจากแพทย์ กรณีพิเศษเช่นตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน ทารกพิการรุนแรง หรือเสี่ยงต่อสุขภาพแม่ สามารถทำได้ทุกอายุครรภ์ อย่างไรก็ตาม การทำแท้งต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ทำแท้งได้ถึงอายุครรภ์เท่าไหร่?
อายุครรภ์ที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ สำหรับกรณีทั่วไป สามารถทำได้โดยไม่มีเงื่อนไขถึง 12 สัปดาห์ หากอายุครรภ์อยู่ระหว่าง 12-20 สัปดาห์ ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาทางเลือกจากทีมแพทย์และมีระยะเวลาพิจารณา 2-7 วันตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 สำหรับกรณีพิเศษ ได้แก่ การตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ ทารกมีความผิดปกติรุนแรงที่ไม่สามารถรักษาได้ หรือการตั้งครรภ์เสี่ยงต่อสุขภาพกายหรือจิตใจของมารดาอย่างร้ายแรง สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ทุกอายุครรภ์โดยไม่มีข้อจำกัด
จำเป็นต้องแจ้งความหากตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องแจ้งความก่อนเพื่อเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก กฎหมายปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้ผู้ตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนต้องมีหลักฐานการแจ้งความก่อน แพทย์สามารถให้บริการได้ทันทีหากผู้รับบริการแจ้งว่าตั้งครรภ์มาจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และสามารถทำได้ทุกอายุครรภ์โดยไม่มีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม หากต้องการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด การแจ้งความและเก็บพยานหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญ แต่นั่นแยกออกจากการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
สามารถเข้ารับบริการทำแท้งฟรีที่โรงพยาบาลรัฐได้หรือไม่?
โรงพยาบาลรัฐบางแห่งอาจให้บริการยุติการตั้งครรภ์ฟรีหรือคิดค่าใช้จ่ายต่ำมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หรือสิทธิประกันสังคม อย่างไรก็ตาม นโยบายแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงพยาบาล บางแห่งอาจคิดค่าบริการบางส่วน โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลรัฐจะต่ำกว่าสถานพยาบาลเอกชนมาก อยู่ในช่วง 0-5,000 บาท ขณะที่คลินิกเอกชนอาจคิดค่าบริการ 5,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการ ควรติดต่อสอบถามโรงพยาบาลในเครือข่าย RSA ล่วงหน้าเพื่อทราบรายละเอียดค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องเตรียม
หากโรงพยาบาลปฏิเสธให้บริการ ควรทำอย่างไร?
แม้กฎหมายจะอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่อาจมีบางโรงพยาบาลหรือแพทย์บางท่านที่ปฏิเสธให้บริการด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือความเชื่อทางศาสนา หากเกิดสถานการณ์นี้ ควรขอรับการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือแพทย์ท่านอื่นที่สามารถให้บริการได้ ผู้รับบริการมีสิทธิ์ขอรับการส่งต่อตามกฎหมาย นอกจากนี้ สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษาและข้อมูลสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่ใกล้ที่สุดซึ่งให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org ที่มีรายชื่อโรงพยาบาลกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ
การทำแท้งมีผลต่อการมีลูกในอนาคตหรือไม่?
การยุติการตั้งครรภ์ที่ทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตและมีการดูแลหลังหัตถการอย่างเหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต นี่เป็นความเชื่อผิดที่แพร่หลายมากแต่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ การศึกษาวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่เคยยุติการตั้งครรภ์สามารถตั้งครรภ์และมีลูกได้ปกติเช่นเดียวกับผู้หญิงที่ไม่เคยทำ อย่างไรก็ตาม การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย เช่น ใช้ยาเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล หรือใช้วิธีการที่ไม่ถูกสุขลักษณา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อในมดลูก การเกิดพังผืดในอวัยวะสืบพันธุ์ หรือการบาดเจ็บของมดลูก ซึ่งอาจส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตได้
ยาทำแท้งซื้อเองได้หรือไม่?
ไม่ได้ และไม่ควรทำเด็ดขาด ยา Mifepristone และ Misoprostol ที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์เป็นยาควบคุมพิเศษตามกฎหมาย และต้องได้รับภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น การซื้อยาทางออนไลน์หรือจากแหล่งที่ไม่ถูกกฎหมายมีความเสี่ยงสูง เพราะยาอาจเป็นของปลอม มีขนาดไม่ถูกต้อง หรือหมดอายุ การใช้ยาโดยไม่มีแพทย์ดูแลอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เลือดออกมาก การติดเชื้อ หรือการยุติครรภ์ไม่สมบูรณ์ที่ต้องทำหัตถการเพิ่มเติม หากต้องการใช้วิธียุติการตั้งครรภ์ ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ถูกกฎหมายเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและมีราคาที่สมเหตุสมผล
การทำแท้งหลัง 20 สัปดาห์ทำได้ในกรณีใดบ้าง?
การยุติการตั้งครรภ์หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์สามารถทำได้เฉพาะในกรณีพิเศษที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ได้แก่ (1) การตั้งครรภ์มาจากการถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ (2) ทารกในครรภ์มีความผิดปกติรุนแรงหรือพิการอย่างถาวรที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ โดยต้องมีความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน (3) การตั้งครรภ์ต่อไปจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพกายหรือจิตใจของมารดา เช่น มีโรคประจำตัวที่ทำให้การตั้งครรภ์เสี่ยงต่อชีวิต หรือ (4) ผู้ตั้งครรภ์มีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ การตัดสินใจในกรณีเหล่านี้จะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและต้องทำที่สถานพยาบาลที่มีความพร้อมเท่านั้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



