← กลับไปหน้าบทความคำถามที่พบบ่อย

โรงพยาบาลที่รับทำแท้งในไทย รายชื่อ และวิธีเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·10 มิถุนายน 2569
โรงพยาบาลที่รับทำแท้งในไทย รายชื่อ และวิธีเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย

ปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย โดยอยู่ภายใต้เครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) ที่ดำเนินการโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผู้ที่ต้องการเข้าถึงบริการสามารถโทรสายด่วน 1663 เพื่อขอรับคำปรึกษาและข้อมูลรายชื่อสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในพื้นที่ของท่าน ไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลมากเกินไป

โรงพยาบาลที่รับทำแท้งในไทย รายชื่อ คืออะไร

เครือข่าย RSA เป็นระบบส่งต่อบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยที่รวมสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข สถานพยาบาลเหล่านี้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้คำปรึกษาแบบไม่ตัดสินและเคารพความเป็นส่วนตัว

สถานพยาบาลที่ให้บริการมักแบ่งเป็นหลายประเภท ได้แก่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลเอกชนที่ผ่านการรับรอง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีทางเลือกมากกว่าต่างจังหวัด แต่ทุกจังหวัดจะมีสถานพยาบาลอย่างน้อย 1-2 แห่งที่สามารถให้บริการได้

กรมอนามัยไม่เปิดเผยรายชื่อโรงพยาบาลทั้งหมดต่อสาธารณะโดยตรง เพื่อป้องกันการคุกคามหรือการรบกวนบริการ แต่ท่านสามารถสอบถามรายชื่อเฉพาะในพื้นที่ของท่านได้ทาง:

  • สายด่วน 1663 — เจ้าหนาที่กรมอนามัยพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด (เปิด 24 ชั่วโมง)
  • เว็บไซต์ RSA Thailand (rsathai.org) — ระบบค้นหาสถานพยาบาลตามจังหวัด พร้อมข้อมูลการติดต่อ
  • โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ — สามารถสอบถามแผนกสูติ-นรีเวชกรรมได้โดยตรง
  • ศูนย์สุขภาพชุมชนหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด — เจ้าหน้าที่สามารถให้ข้อมูลและส่งต่อได้

โรงพยาบาลที่ให้บริการมักไม่โฆษณาเปิดเผย แต่จะตอบรับเมื่อผู้ที่ต้องการเข้าถึงบริการติดต่อเข้ามาโดยตรง เพื่อให้ท่านรู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างเป็นส่วนตัว

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

การเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ผ่านเครือข่าย RSA มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเคารพสิทธิผู้รับบริการ ดังนี้:

1. ติดต่อสายด่วน 1663 หรือสถานพยาบาล
เจ้าหน้าที่จะสอบถามอายุครรภ์โดยประมาณ ตำแหน่งที่อยู่ และสภาพสุขภาพทั่วไป เพื่อแนะนำสถานพยาบาลที่เหมาะสม ท่านไม่จำเป็นต้องให้รายละเอียดส่วนตัวมากเกินไปในขั้นตอนนี้

2. นัดหมายและเตรียมเอกสาร
โทรนัดหมายกับสถานพยาบาล เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีผู้เยาว์ต้องมีผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมร่วมไป หากอายุต่ำกว่า 18 ปี) หากมีสิทธิบัตรทองหรือประกันสังคม สามารถนำมาใช้ได้

3. รับคำปรึกษาก่อนการทำหัตถการ
แพทย์และทีมให้คำปรึกษาจะอธิบายทางเลือก วิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมตามอายุครรภ์ (ยาหรือหัตถการ) ผลข้างเคียง และการดูแลตัวเอง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 หากอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ จำเป็นต้องได้รับการให้คำปรึกษาอย่างครบถ้วน

4. ตรวจร่างกายและทำหัตถการ
แพทย์จะตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ ตรวจสุขภาพทั่วไป จากนั้นดำเนินการตามวิธีที่เลือก กระบวนการใช้เวลาประมาณ 1-4 ชั่วโมง ขึ้นกับวิธีการและอายุครรภ์

5. พักฟื้นและนัดติดตาม
หลังหัตถการจะมีการสังเกตอาการในห้องพัก ก่อนกลับบ้านจะได้รับคำแนะนำการดูแลตัวเอง ยาบรรเทาอาการ และนัดตรวจติดตามประมาณ 1-2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นปกติภายหลังการยุติการตั้งครรภ์ ได้แก่:

  • เลือดออกทางช่องคลอด — คล้ายประจำเดือน อาจมีลิ่มเลือด ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ค่อย ๆ ลดลง
  • ปวดท้องน้อยแบบตะคริว — เกิดจากมลรดหดตัว สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
  • คลื่นไส้ อ่อนเพลีย — เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและร่างกายปรับตัว
  • อาการบวมเต้านม — จะค่อย ๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติดังนี้:

  • เลือดออกมากผิดปกติ — เปลี่ยนผ้าอนามัยเต็มภายใน 1-2 ชั่วโมงติดต่อกัน หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ
  • ไข้สูงเกิน 38°C นานกว่า 4 ชั่วโมง — อาจเป็นสัญญาณการติดเชื้อ
  • ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ทุเลาด้วยยา — อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อน
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น — อาจเป็นการติดเชื้อในมดลูก
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือหมดสติ — อาจเกิดจากเลือดออกภายในหรือความดันโลหิตต่ำ

โรงพยาบาลที่ให้บริการมักมีสายด่วนฉุกเฉินให้ผู้รับบริการติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสามารถโทร 1663 เพื่อขอคำแนะนำได้ทันที หากอาการรุนแรงสามารถไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลใกล้บ้านได้

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การพักฟื้นที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนและเร่งการฟื้นตัว แนะนำดังนี้:

สัปดาห์แรก
พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนัก รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว เพื่อชดเชยการสูญเสียเลือด ดื่มน้ำมากพอประมาณ 2 ลิตรต่อวัน

การรักษาความสะอาด
ล้างทำความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนโยน เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้แทมปอนหรือฟองน้ำอุดช่องคลอดในช่วง 2 สัปดาห์แรก ไม่ควรอาบน้ำแช่ในอ่างหรือสระว่ายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

กิจกรรมทางเพศ
ควรรอจนกว่าเลือดออกจะหยุดสนิทและแผลในมดลูกหายดี โดยทั่วไปแนะนำให้รออย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์ หากต้องการคุมกำเนิด สามารถเริ่มได้ทันทีหลังการทำหัตถการ เนื่องจากการตกไข่อาจเกิดขึ้นได้ภายใน 2-4 สัปดาห์

สุขภาพจิต
บางท่านอาจรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรือรู้สึกผิด ซึ่งเป็นเรื่องปกติจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและสถานการณ์ที่เผชิญ หากต้องการพูดคุยสามารถติดต่อ:

  • สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 (ให้คำปรึกษาฟรี)
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663 (มีนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา)
  • นัดพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลที่รับบริการ

การตรวจติดตามหลังหัตถการ 1-2 สัปดาห์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แพทย์ตรวจสอบว่ามดลูกฟื้นตัวสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน

คำถามที่พบบ่อย

การทำแท้งในโรงพยาบาลของรัฐต้องใช้บัตรทองหรือประกันสังคมได้จริงหรือไม่

ใช้ได้จริง หากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์และเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย ผู้ถือบัตรทองสามารถเข้าถึงบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือเสียเพียงบางส่วนตามระเบียบของแต่ละโรงพยาบาล ผู้ประกันสังคมสามารถใช้สิทธิได้ในโรงพยาบาลที่จดทะเบียน แนะนำให้ติดต่อสอบถามกับโรงพยาบาลหรือโทร 1663 เพื่อขอคำแนะนำเฉพาะกรณีของท่าน

หากอยู่ต่างจังหวัดและไม่มีโรงพยาบาลให้บริการในพื้นที่ จะทำอย่างไร

เครือข่าย RSA มีระบบส่งต่อผู้รับบริการไปยังโรงพยาบาลที่ให้บริการในจังหวัดใกล้เคียง โทรสายด่วน 1663 เพื่อขอข้อมูลโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บางกรณีโรงพยาบาลหรือองค์กรพันธมิตรอาจช่วยเหลือค่าเดินทางหรือที่พักได้ กรณีคุณอยู่ห่างไกลมาก อาจพิจารณาเดินทางไปโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ที่มีทางเลือกมากกว่า

ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องมีผู้ปกครองไปด้วยทุกครั้งหรือไม่

ตามกฎหมายไทย ผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีต้องมีผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมในการรับการรักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม หากผู้เยาว์ไม่สามารถแจ้งผู้ปกครองได้ เช่น กรณีความรุนแรงในครอบครัว ให้ติดต่อสายด่วน 1663 หรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ทีมงานอาจช่วยประสานงานกับผู้แทนจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อให้ความช่วยเหลือ

การทำแท้งที่โรงพยาบาลเอกชนปลอดภัยกว่าโรงพยาบาลรัฐหรือไม่

ไม่จำเป็น ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ในเครือข่าย RSA มีมาตรฐานการดูแลและความปลอดภัยเทียบเท่ากัน ความแตกต่างหลักอยู่ที่ค่าใช้จ่าย ความรวดเร็วในการนัดหมาย และความเป็นส่วนตัว โรงพยาบาลเอกชนอาจมีห้องตรวจส่วนตัวและนัดหมายได้เร็วกว่า แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า โรงพยาบาลรัฐรองรับสิทธิบัตรทองและประกันสังคม แต่อาจต้องรอคิวนานกว่า ทั้งสองทางเลือกปลอดภัยเท่าเทียมกัน

หากไม่สะดวกพูดคุยผ่านโทรศัพท์ มีช่องทางอื่นในการติดต่อหรือไม่

นอกจากสายด่วน 1663 ท่านสามารถค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ rsathai.org ซึ่งมีระบบค้นหาสถานพยาบาลตามจังหวัดและข้อมูลการติดต่อ หรือส่งข้อความสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ของโรงพยาบาลที่ต้องการ บางโรงพยาบาลมี Line Official Account หรืออีเมลสำหรับติดต่อ ท่านยังสามารถเข้าพบเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านได้โดยตรงเพื่อขอข้อมูลและส่งต่อ

สามารถเลือกวิธีการยุติการตั้งครรภ์ด้วยตนเองได้หรือไม่

ท่านสามารถแสดงความต้องการได้ แต่แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าวิธีใดเหมาะสมตามอายุครรภ์และสภาพสุขภาพของท่าน โดยทั่วไป อายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์สามารถเลือกระหว่างยา (Medical Abortion ด้วย Mifepristone และ Misoprostol) หรือหัตถการ (Vacuum Aspiration) หากอายุครรภ์เกิน 9 สัปดาห์ แพทย์อาจแนะนำหัตถการเป็นหลัก ทั้งนี้ท่านมีสิทธิสอบถามรายละเอียด ข้อดีข้อเสีย และเลือกวิธีที่ท่านรู้สึกสบายใจที่สุด

ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชนมีช่วงราคาเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามอายุครรภ์และวิธีการ โดยประมาณ อายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ อยู่ที่ 3,000-8,000 บาท อายุครรภ์ 9-12 สัปดาห์ อยู่ที่ 8,000-15,000 บาท ในกรณีอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่า 15,000 บาท ค่าใช้จ่ายรวมการตรวจ ยา การติดตามอาการ และค่าห้อง แนะนำให้โทรสอบถามราคาจากโรงพยาบาลโดยตรงก่อนนัดหมาย เพื่อวางแผนการเงินล่วงหน้า

หลังทำแท้งจะสามารถตั้งครรภ์ได้อีกหรือไม่

ใช่ การยุติการตั้งครรภ์ที่ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และอุปกรณ์ที่ถูกต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อรุนแรงหรือการบาดเจ็บของมดลูก โดยปกติรอบเดือนจะกลับมาเป็นปกติภายใน 4-6 สัปดาห์ และสามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้งหลังจากมีประจำเดือนปกติ อย่างไรก็ตาม หากต้องการวางแผนครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับท่าน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกตสุขภาพ
รู้ได้อย่างไรว่าทำแท้งสำเร็จ วิธีตรวจสอบที่แน่นอนและอาการที่ควรสังเกต
12 มิถุนายน 2569
ผลข้างเคียงยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสุขภาพ
ผลข้างเคียงยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
11 มิถุนายน 2569
ความแตกต่างแท้งธรรมชาติกับทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสุขภาพ
ความแตกต่างแท้งธรรมชาติกับทำแท้ง: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
9 มิถุนายน 2569