กรุงเทพมีสถานพยาบาลหลายแห่งที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย ทั้งในภาครัฐและเอกชน ค่าบริการแตกต่างกันตั้งแต่ประมาณ 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการ บทความนี้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะกับสถานการณ์และความต้องการของคุณ
สถานพยาบาลที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ในพื้นที่
กรุงเทพมีสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA (Reproductive Safe Abortion) หลายแห่งที่ให้บริการตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก:
โรงพยาบาลรัฐ เช่น โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีข้อดีคือค่าบริการถูกกว่า โดยเฉพาะผู้มีบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่อาจต้องรอคิวนานกว่า และมีขั้นตอนการส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นสังกัด บางแห่งจำเป็นต้องใช้ใบส่งตัวจากแพทย์
โรงพยาบาลเอกชน เช่น โรงพยาบาลคลองตัน โรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลกรุงเทพ ให้บริการรวดเร็วกว่า มีความเป็นส่วนตัวสูง และสามารถนัดหมายได้สะดวก ค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 8,000-15,000 บาท ขึ้นกับอายุครรภ์และวิธีการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย
คลินิกเฉพาะทาง เช่น คลินิก PDA สุขุมวิท 12 และคลินิกตันตะวัน เป็นคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศและอนามัยเจริญพันธุ์โดยตรง มีทีมให้คำปรึกษาที่ผ่านการอบรม บรรยากาศเป็นกันเอง และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
ค่าใช้จ่ายในการยุติการตั้งครรภ์
ค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ในกรุงเทพแตกต่างกันตามปัจจัยหลายประการ:
อายุครรภ์ เป็นตัวกำหนดหลัก ครรภ์ต่ำกว่า 9 สัปดาห์สามารถใช้วิธียา (Medical Abortion) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำสุดประมาณ 3,000-6,000 บาท ครรภ์ 9-12 สัปดาห์อาจต้องใช้วิธีดูดสุญญากาศ (Vacuum Aspiration) ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 6,000-10,000 บาท ส่วนครรภ์ 12-20 สัปดาห์ที่ต้องรับคำปรึกษาก่อน มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอยู่ที่ 10,000-15,000 บาท
ประเภทสถานพยาบาล มีผลต่อราคามาก โรงพยาบาลรัฐมีอัตราถูกที่สุด โดยเฉพาะผู้ถือบัตรทองอาจเสียค่าใช้จ่ายเพียง 1,500-3,000 บาท คลินิกเอกชนและคลินิกเฉพาะทางมีราคากลาง ๆ ที่ 3,000-8,000 บาท ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนมีค่าบริการสูงสุดที่ 8,000-15,000 บาท แต่ให้บริการที่รวดเร็วและสะดวกสบายกว่า
วิธีการ ก็ส่งผลต่อราคา การใช้ยาถูกที่สุด แต่ใช้ได้เฉพาะครรภ์อายุน้อย การดูดสุญญากาศมีราคาปานกลาง ส่วนการขูดมดลูก (D&C) หรือการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่ามีค่าใช้จ่ายสูงสุด นอกจากนี้ค่าตรวจเลือด ค่ายา และค่าติดตามอาการหลังทำหัตถการอาจเพิ่มเติมอีก 1,000-3,000 บาท
ขั้นตอนการนัดหมายและรับบริการ
การรับบริการยุติการตั้งครรภ์ในกรุงเทพมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่ควรเข้าใจกระบวนการเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม:
ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อนัดหมาย คุณสามารถโทรติดต่อสถานพยาบาลโดยตรง หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำแนะนำและข้อมูลสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่ใกล้บ้านคุณ ไม่จำเป็นต้องมีใบส่งตัวสำหรับคลินิกเอกชนและคลินิกเฉพาะทาง แต่โรงพยาบาลรัฐบางแห่งอาจต้องการ
ขั้นตอนที่ 2: รับคำปรึกษาและตรวจประเมิน เมื่อถึงวันนัด แพทย์จะซักประวัติสุขภาพ ตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกและวิธีการที่เหมาะสม สำหรับครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ต้องรับคำปรึกษาจากทีมสหวิชาชีพตามกฎหมาย และอาจต้องรอ 24-48 ชั่วโมงก่อนดำเนินการ
ขั้นตอนที่ 3: ดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ หากใช้วิธียา คุณจะได้รับยา Mifepristone ในคลินิก และกลับบ้านเพื่อใช้ยา Misoprostol ภายใน 24-48 ชั่วโมง หากใช้วิธีดูดสุญญากาศ หัตถการจะเสร็จภายใน 10-15 นาที โดยอาจใช้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึกเล็กน้อย จากนั้นพักสังเกตอาการ 1-2 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน
ขั้นตอนที่ 4: การติดตามหลังหัตถการ แพทย์จะนัดตรวจติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบว่าการยุติครรภ์สำเร็จสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน คุณจะได้รับคำแนะนำเรื่องการดูแลตัวเอง คุมกำเนิด และสัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปรับบริการ
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความกังวล:
- เอกสารที่ต้องนำไป: บัตรประชาชน บัตรประกันสุขภาพ (ถ้ามี) และผลตรวจเลือดหรือเอกสารทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถรับบริการได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครอง แต่บางสถานพยาบาลอาจแนะนำให้มาพร้อมผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ
- การเตรียมร่างกาย: หลีกเลี่ยงการกินอาหารหนักก่อนหัตถการ 2-3 ชั่วโมง สวมเสื้อผ้าสบาย ๆ และไม่ควรขับรถเองในวันรับหัตถการ ควรมีผู้ติดตามหรือวางแผนการเดินทางกลับบ้านที่ปลอดภัย
- การเตรียมจิตใจ: อ่านข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น เลือดออก ปวดท้อง และอาการคล้ายประจำเดือน จัดเตรียมผ้าอนามัยและยาแก้ปวดไว้ใช้ที่บ้าน และหาคนที่ไว้วางใจได้พูดคุยด้วย
- ค่าใช้จ่ายและการเงิน: เตรียมเงินสดหรือบัตรเครดิตให้เพียงพอ รวมทั้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น บางสถานพยาบาลอาจมีกองทุนช่วยเหลือสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการเงิน สามารถสอบถามได้
- คำถามที่ควรถามแพทย์: เตรียมรายการคำถามที่อยากทราบ เช่น วิธีการที่เหมาะกับคุณที่สุด ระยะเวลาฟื้นตัว อาการที่ควรกังวล และการคุมกำเนิดในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย
การทำแท้งถูกกฎหมายในกรุงเทพหรือไม่?
ถูกกฎหมายตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 โดยครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถยุติได้โดยไม่มีเงื่อนไข ครรภ์ 12-20 สัปดาห์ต้องรับคำปรึกษาก่อน และหลัง 20 สัปดาห์อนุญาตเฉพาะกรณีเสี่ยงต่อสุขภาพแม่ ทารกพิการรุนแรง หรือตั้งครรภ์จากการล่วงละเมิด ต้องทำโดยแพทย์มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลที่ถูกต้องเท่านั้น
ต้องมีใบส่งตัวจากแพทย์หรือไม่ในการทำแท้งที่กรุงเทพ?
ไม่จำเป็นสำหรับคลินิกเอกชนและคลินิกเฉพาะทาง คุณสามารถติดต่อนัดหมายโดยตรงได้ แต่โรงพยาบาลรัฐบางแห่งอาจต้องการใบส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นสังกัดหรือศูนย์บริการสาธารณสุข หากไม่มีใบส่งตัว สามารถเลือกรับบริการที่คลินิกเอกชนหรือโทรสายด่วน 1663 เพื่อสอบถามสถานพยาบาลที่ไม่ต้องการใบส่งตัว
โรงพยาบาลไหนในกรุงเทพให้บริการทำแท้งที่ปลอดภัยและเป็นมิตร?
สถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ทุกแห่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ คลินิก PDA สุขุมวิท 12 คลินิกตันตะวัน โรงพยาบาลคลองตัน โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลตำรวจ คุณสามารถค้นหารายชื่อสถานพยาบาลทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org หรือโทรสายด่วน 1663 เพื่อรับคำแนะนำสถานที่ที่เหมาะกับคุณ
ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งในกรุงเทพเริ่มต้นที่เท่าไหร่?
ค่าบริการเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 บาทสำหรับการใช้ยาในครรภ์อายุน้อยกว่า 9 สัปดาห์ที่คลินิกเฉพาะทาง โรงพยาบาลรัฐมีค่าบริการถูกกว่า โดยเฉพาะผู้ถือบัตรทองอาจเสียเพียง 1,500-3,000 บาท ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนมีค่าบริการสูงสุดถึง 15,000 บาท ค่าใช้จ่ายขึ้นกับอายุครรภ์ วิธีการ และประเภทสถานพยาบาล ควรสอบถามราคาชัดเจนก่อนนัดหมาย
ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถทำแท้งในกรุงเทพได้โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองหรือไม่?
สามารถรับบริการได้ตามกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่สถานพยาบาลบางแห่งอาจแนะนำให้มาพร้อมผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจเพื่อช่วยดูแลและสนับสนุนทางจิตใจ หากคุณเป็นผู้เยาว์และต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทร 1663 เพื่อรับคำปรึกษาที่เป็นความลับและข้อมูลสถานพยาบาลที่เหมาะสม
วิธีการทำแท้งแบบใดเหมาะกับฉันที่สุด?
ขึ้นกับอายุครรภ์และสุขภาพของคุณ ครรภ์ต่ำกว่า 9 สัปดาห์เหมาะกับวิธียา (Mifepristone และ Misoprostol) ซึ่งคล้ายแท้งธรรมชาติ สามารถทำที่บ้านได้ ครรภ์ 9-12 สัปดาห์เหมาะกับวิธีดูดสุญญากาศ ซึ่งเสร็จเร็วและมีอาการปวดน้อยกว่า ครรภ์ 12-20 สัปดาห์อาจใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน แพทย์จะประเมินและแนะนำวิธีที่เหมาะกับคุณหลังตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์
ชาวต่างชาติสามารถรับบริการทำแท้งในกรุงเทพได้หรือไม่?
สามารถรับบริการได้ทุกสถานพยาบาลเอกชนและคลินิกเฉพาะทาง โดยไม่จำเป็นต้องมีสถานะพำนักในประเทศไทย เพียงนำหนังสือเดินทาง (Passport) มาแสดงตัว ค่าบริการอาจสูงกว่าชาวไทยเล็กน้อยสำหรับโรงพยาบาลเอกชน แต่คลินิกเฉพาะทางมักเรียกเก็บอัตราเดียวกัน บางสถานพยาบาลมีล่ามหรือเจ้าหนาที่พูดภาษาอังกฤษ ควรสอบถามล่วงหน้าเมื่อนัดหมาย
หลังทำแท้งต้องดูแลตัวเองอย่างไรและเมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและการยกของหนักเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ ใช้ผ้าอนามัยแทนแทมปอน และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากมีเลือดออกมากเกินกว่า 2 ผืนต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน มีไข้สูงกว่า 38 องศา ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ได้ผล หรือมีตกขาวผิดปกติมีกลิ่น
จะติดต่อเครือข่าย RSA เพื่อรับคำปรึกษาในกรุงเทพได้อย่างไร?
โทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 ซึ่งให้บริการปรึกษาฟรีเป็นความลับทุกวัน หรือเข้าเว็บไซต์ rsathai.org เพื่อค้นหารายชื่อสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่กรุงเทพและปริมณฑล คุณจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรม โดยไม่มีการตัดสินหรือบังคับเลือก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



